ผู้ส่งออกตะปูไทยชื่นมื่น สหรัฐปิดจ็อบ ยุติไต่สวน CVD คาดส่งออกฉลุย
คต.ย้ำข่าวดี สหรัฐประกาศยุติการไต่สวนมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) กับสินค้าตะปู (Steel Nails) จากไทย ส่งไทยรอดจาก 5 ประเทศที่ถูกกล่าวหา ไม่ถูกเก็บอากร CVD ในการนำเข้า
วันที่ 16 กันยายน 2565 นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ไทยและอีก 4 ประเทศ ประกอบด้วย โอมาน ตุรกี อินเดีย และศรีลังกา ถูกรัฐบาลสหรัฐ เปิดไต่สวนมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) สินค้าตะปู เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในสหรัฐ ได้กล่าวหารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐของไทยว่ามีพฤติกรรมให้การอุดหนุน (Subsidy) ผู้ส่งออกไทยผ่าน 13 โครงการ
อาทิ โครงการสิทธิประโยชน์ในการลด/ยกเว้นภาษีบางรายการ โครงการสิทธิประโยชน์ลดหย่อนค่าไฟฟ้าของหน่วยงานด้านการไฟฟ้า และโครงการแทรกแซงค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าตะปูไปยังสหรัฐ ซึ่ง คต.ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการแก้ต่างการใช้มาตรการ CVD ในกรณีดังกล่าว ได้บูรณาการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 13 หน่วยงาน
เพื่อเป็นตัวแทนในการต่อสู้กับข้อกล่าวหาดังกล่าวของสหรัฐ โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศสหรัฐ (United States International Trade Commission : USITC) ได้ประกาศยุติการไต่สวนการอุดหนุนสินค้าตะปูที่นำเข้าจากไทย
เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ (Department of Commerce : DOC) ได้ประกาศผลการไต่สวนการอุดหนุนชั้นที่สุดว่าบริษัทผู้ผลิต/ส่งออกตะปูจากไทย (Steel Nails) ที่ได้รับเลือกให้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2 ราย มีอัตราส่วนเหลื่อมการอุดหนุนเพียงร้อยละ 0.05-0.10 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ (De Minimis) จึงเข้าข่ายว่าไม่มีการอุดหนุน
พร้อมทั้ง DOC ได้ประกาศยุติการไต่สวนการใช้มาตรการ CVD กับสินค้าตะปูจากไทย ส่งผลให้ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวจาก 5 ประเทศที่ถูกกล่าวหาที่จะไม่ถูกสหรัฐเรียกเก็บอากร CVD ในกรณีดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จที่น่ายินดีของอุตสาหกรรมตะปูไทย อนึ่ง DOC พบว่าอีก 4 ประเทศ มีอัตราอากร ดังนี้ โอมาน ร้อยละ 2.49 ตุรกี ร้อยละ 1.52-3.88 อินเดีย ร้อยละ 2.73-2.93 และศรีลังกา ร้อยละ 4.12
จากข้อมูลสถิติระหว่างปี 2560-2564 พบว่าสหรัฐเป็นตลาดส่งออกสินค้าตะปูที่สำคัญอันดับ 1 ของไทยมาโดยตลอด โดยในปี 2564 สหรัฐมีการนำเข้าสินค้าตะปูจากไทยเป็นลำดับที่ 5 รองจากจีน โอมาน ไต้หวัน และแคนาดา โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2,355 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 83.72 ของการส่งออกตะปูทั้งหมดจากไทย
ในขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 สหรัฐนำเข้าสินค้าตะปูจากไทย มูลค่าสูงถึง 2,136 ล้านบาท คิดเป็นลำดับที่ 4 รองจากจีน โอมาน และเกาหลีใต้
ดังนั้น การที่ไทยไม่ถูกเรียกเก็บอากร CVD จะส่งผลให้ไทยยังคงรักษาตลาดตะปู และปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าในสหรัฐได้
นอกจากนี้ การที่โอมาน ตุรกี อินเดีย และศรีลังกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่สำคัญของสินค้าตะปูในสหรัฐ จะถูกเรียกเก็บอากร CVD ในการนำเข้า ยิ่งเป็นการสร้างแต้มต่อในการดึงดูดให้ผู้นำเข้าสหรัฐ หันมานำเข้าสินค้าตะปูจากไทยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
สำหรับกรณีที่สหรัฐไต่สวนการทุ่มตลาด (Antidumping : AD) สินค้าตะปูจากไทยอยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะสามารถประกาศผลการไต่สวนชั้นที่สุดได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทั้งนี้ คต.ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบพันธกิจในการดำเนินการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศ จะมุ่งมั่นในการลดอุปสรรคและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า
รวมถึงปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th