เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

คลังชงเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 อัตรา สินค้าฟุ่มเฟือยจ่ายมากกว่า 7%

26 ก.ย. 2565 | 08:56น.
คลังชงเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 อัตรา สินค้าฟุ่มเฟือยจ่ายมากกว่า 7%

กระทรวงการคลังเสนอแนวคิดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 อัตรา ชี้สินค้าทั่วไปยังเก็บอัตราปกติ ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือย “ยาสูบ-สุรา-ของแบรนด์เนม” จัดเก็บอัตราสูงกว่า 7% คาดสร้างรายได้เข้ารัฐกว่าแสนล้านบาท

วันที่ 26 กันยายน 2565 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เคยศึกษาแนวคิดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในระบบ 2 อัตรา คือการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราปกติที่ 7% สำหรับสินค้าทั่วไป และจัดเก็บอัตราสูงกว่า 7% สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย

เพื่อไม่ให้การปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ และจะเป็นช่องทางการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐกว่า 1 แสนล้านบาทด้วย โดยปัจจุบันก็มีบางประเทศนำระบบภาษีมูลค่าเพิ่มสองอัตรามาใช้เช่นเดียวกัน

“แนวคิดดังกล่าว จะทำให้การปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งบริโภคสินค้าที่จำเป็นในชีวิต เพราะอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มยังอยู่ในอัตราเดิมที่ 7% แต่สำหรับสินค้าบางชนิด ที่ไม่จำเป็นหรือจัดอยู่ในสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น สุรา ยาสูบ ของแบรนด์เนม จะเก็บในอัตราที่สูงกว่าปกติ ซึ่งตามเพดานในกฎหมาย กำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสูงสุดไม่เกิน 10%”

ทั้งนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการบริโภคสินค้าภายในประเทศและสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 2535 และที่ผ่านมากระทรวงการคลัง มีข้อเสนอที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย และฝ่ายการเมืองไม่ให้การสนับสนุน เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อประชาชน

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีของประเทศหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับลดภาษี ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ทำให้อัตราสูงสุดตามโครงสร้างลดลงเหลือ 35% จากเดิม 37% และปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จาก 30% ลงเหลือ 20% ส่วนการปรับขึ้นภาษีทำได้ค่อนข้างยากโดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม

“ที่ผ่านมามีการปรับลดอัตราภาษีมาโดยตลอด ขณะที่รายจ่ายของรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ที่ทำให้รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ฉบับ รวมเป็น 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องขยายเพดานของการก่อหนี้สาธารณะ เป็นไม่เกิน 70% จากเดิมอยู่ที่ไม่เกิน 60% เพื่อรองรับการขยายตัวของภาระหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น”

ขณะเดียวกัน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการบริโภค ถือว่าเป็นระบบภาษีที่มีความเป็นธรรมและไม่ซ้ำซ้อน โดยเก็บในอัตรา 7% สำหรับทุกสินค้าที่มีการบริโภค ยกเว้นบางสินค้า ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มคือผู้ประกอบกิจการขายสินค้าพืชผลทางการเกษตร สัตว์ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่นอาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน และรวมถึงผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ กรมสรรพากรถือว่าเป็นกรมจัดเก็บภาษีที่สำคัญของรัฐบาล และทำรายได้เข้ารัฐบาลมากที่สุด โดยปีงบประมาณที่แล้วกรมสรรพากรจัดเก็บภาษีให้รัฐบาลรวม 1.87 ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบ 80% ของรายได้สุทธิของรัฐบาล ขณะที่ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีได้แล้ว 1.67 ล้านล้านบาท

ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มกว่า 7.66 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 18.5% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 17.3% โดยรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดเป็นสัดส่วนราว 45% ของรายได้ทั้งหมดของกรมสรรพากร