เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
Politics ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
News พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
Business ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
Tech กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
World เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
News อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
Automotive BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
Automotive โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
ดูทั้งหมด

คมนาคมไทย จับมือเยอรมนีดันลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชูรถเมล์ไฟฟ้าลดต้นทุน 

26 ก.ย. 2565 | 17:37น.

เยอรมนีจับมือไทยให้การสนับสนุนการพัฒนามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งปี 2030 ลดก๊าซเรือนกระจก 30 ตัน

วันที่ 26 กันยายน 2565 นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาปิดโครงการสนับสนุนการพัฒนามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีความท้าทายของภาคการขนส่ง (TRANSfer III-Facilitating the Development of Ambitious Mitigation Actions) เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของความร่วมมือในการส่งเสริมการขนส่งที่สะอาดและยั่งยืนของประเทศไทย

โดยมี Mr.Georg Schmidt เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย Mr.Daniel Bongardt ผู้อำนวยการโครงการ TRANSfer, GIZ ผู้แทนกระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพอากาศของรัฐบาลกลางสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และนายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เข้าร่วม

นายชยธรรม์กล่าวว่า “ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น การขยายเส้นทางระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล และการปรับปรุงการใช้รถโดยสารประจำทาง โดยการเปลี่ยนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ 

ใน

กระทรวงคมนาคมได้กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 31 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ (Nationally Determined Contributions: NDC) ภายในปี 2030 และหากประเทศไทยได้รับการสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ 

รวมทั้งการสนับสนุนทางการเงิน เพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยจะมาสามารถยกระดับเป้าหมาย NDC ขึ้นเป็นร้อยละ 40 และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero greenhouse gas emission) ภายในหรือก่อนหน้าปี 2065 ตามที่ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงไว้ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ได้” 

Mr.Georg Schmidt กล่าวเพิ่มเติมว่า “ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแรงผลักดันไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง และเป็นส่วนสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมนี ในโอกาสครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมนี แม้ว่าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่งเริ่มเติบโตในระดับโลกและในประเทศไทย รัฐบาลควรจะพิจารณาให้การสนับสนุนการลงทุน และสร้างรูปแบบทางธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีอัดประจุไฟฟ้า การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน โดยความร่วมมือจากนานาชาติ และการสนับสนุนผ่านด้านเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” 

Advertisement

นายปัญญากล่าวตอนท้ายว่า “ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สนข.และ GIZ รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันในการศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาการขนส่งที่มีความท้าทาย เช่น การจราจรติดขัด และการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และถึงแม้ว่าการดำเนินโครงการ TRANSfer กำลังจะสิ้นสุดลง 

แต่ สนข.จะยังมุ่งมั่นที่จะสานต่อการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ของโครงการ TRANSfer ต่อไป เช่น การศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนในเขตพื้นที่การจราจรหนาแน่นในเขตกรุงเทพมหานคร และแนวทางการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะเพื่ออากาศสะอาด เพื่อปรับปรุงการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ 

และการที่ สนข.ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือกับโครงการ TRANSfer นั้น เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการขนส่งที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เราจะยังคงร่วมมือกับ GIZ ต่อไปในโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการเสนอมาตรการและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของยานยนต์ และส่งสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ และการปรับปรุงแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ สาขาคมนาคมขนส่งเป็นต้น” 

จากผลการศึกษาเบื้องต้นของโครงการพบว่า หากมีการดำเนินมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนจะสามารถช่วยลดปริมาณการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ เพิ่มความเร็วในการเดินทาง และจำนวนผู้ใช้งานระบบขนส่งสาธารณะ จากการวิเคราะห์ทางการเงินพบว่า ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า ต่ำกว่ารถโดยสารประจำทางที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงถึงร้อยละ 23 เนื่องมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่ต่างกันถึง 3 เท่า 

และหากมีการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ มาเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า 3,200 คันได้ ก็จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 184,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของรถโดยสารประจำทางยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว 

ความท้าทายของการนำผลลัพธ์จากการดำเนินงานหัวข้อต่าง ๆ ของโครงการไปสู่การปฏิบัติจริงและมีการเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมในอนาคตของมาตรการด้านการขนส่งที่ยั่งยืน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนข.และ GIZ เชื่อว่าการสัมมนาปิดโครงการ TRANSfer นี้จะช่วยเพิ่มการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดำเนินการในภาคการขนส่ง เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และถึงแม้โครงการกำลังจะสิ้นสุดลง แต่ผลลัพธ์ของโครงการจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่งของประเทศไทยต่อไปในอนาคต