เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ดูทั้งหมด

80 ประเทศทั่วโลกขึ้นดอกเบี้ย นับถอยหลัง “เศรษฐกิจโลกถดถอย”

29 ก.ย. 2565 | 08:15น.
เศรษฐกิจโลก
คอลัมน์​: ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกเวลานี้เลวร้ายลงทุกที จากปัจจัยที่รุมล้อมเข้ามาพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นความพยายามเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อของธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ, ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ในเวลาเดียวกัน ยักษ์เศรษฐกิจโลกอย่างจีน ก็ยืนกรานนโยบายให้ความสำคัญต่อการควบคุมทางการเมืองสูงกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน

สัญญาณบ่งชี้หลายประการแสดงให้เห็นว่า มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดภาวะ “เศรษฐกิจโลกถดถอย” หรืออย่างน้อยที่สุด การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะชะลอลงอย่างแน่นอน

เมื่อ “เฟด” หรือธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อในประเทศ ธนาคารกลางของหลายประเทศทั่วโลกก็ปรับนโยบายตาม เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาโกลบอล โมเนทารี โพลิซี แทรกเกอร์ ระบุว่า มีธนาคารกลางของ 54 ประเทศ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเฟด

แต่หลังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดครั้งล่าสุดเมื่อ 21 ก.ย. ข้อมูลจากธนาคารโลกแสดงให้เห็นว่า เวลานี้มีมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกแล้ว ที่มาใช้นโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี), ธนาคารกลางแห่งอังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อินเดีย ไปจนถึงประเทศส่วนใหญ่ในละตินอเมริกา

เป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพร้อมกันหรือไล่เลี่ยกันที่กว้างขวางมากที่สุดเท่าที่โลกเคยพบในรอบ 50 ปีเลยทีเดียว

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่ใช่เรื่องผิด เพราะถือกันว่าคือวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศส่วนใหญ่ เกิดขึ้นช้าเกินไปสำหรับการแก้ปัญหาเงินเฟ้อให้ได้อย่างฉับพลัน ขณะเดียวกันการขึ้นดอกเบี้ยก็จะส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ชะลอการเติบโต

การปรับขึ้นดอกเบี้ยช้ากว่าที่ควร จึงหมายความว่า ผลที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโดยรวมจะสูงกว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่เนิ่น ๆ

เมื่อทั่วโลกพากันขยับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันมากถึงขนาดนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอลงพร้อม ๆ กันทั่วโลก และอาจหมายถึงภาวะถดถอยในหลายประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเริ่มปรับลดประมาณการการเติบโตของประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าทั้งหลายลงต่อเนื่องไปจนตลอดปี 2023 แล้ว ระบุด้วยว่า น่าจะเกิดปัญหาว่างงานและค่าจ้างไม่ขยายตัวหรือขยายตัวในระดับต่ำ เมื่อเศรษฐกิจของแต่ละประเทศพากันชะลอตัว

ในสหรัฐอเมริกา บริษัทในกลุ่มเอสแอนด์พี 500 มากถึง 240 บริษัท คาดการณ์ถึงภาวะถดถอยที่ว่านี้ นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า ปฏิกิริยาแรกสุดที่มีต่อการคาดการณ์เชิงลบดังกล่าว หนีไม่พ้นความพยายามลดต้นทุน ปรับขึ้นค่าจ้างแต่น้อย ลดหรือเลิกการจ้างงาน และกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็คือเกิดการ “เลย์ออฟ” ตามมา

ในภูมิภาคอย่างยุโรป ปัญหาที่เผชิญอยู่ไม่ได้เพียงแค่เรื่อง “เงินเฟ้อ” อย่างเดียว แต่ยังมีปัญหา “ซัพพลายพลังงาน” ตึงตัวอย่างยิ่งสมทบอยู่ด้วย เมื่อรัสเซียจำกัดการส่งก๊าซธรรมชาติ ยิ่งถูกตอบโต้ด้วยมาตรการจำกัดราคา ยิ่งทำให้รัสเซียขู่จะจำกัดซัพพลายพลังงานยิ่งขึ้นไปอีก

ปัญหานี้ในยุโรปรุนแรงถึงขนาดมีการหารือกันถึงแนวทางการ “ปันส่วนพลังงาน” ระหว่างชาติสมาชิกอียู และบรรดาอุตสาหกรรมที่พึ่งพาพลังงานสูงอาจจำเป็นต้องปิดตัวลง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า หากยังไม่มีมาตรการแก้ปัญหานี้โดยเร็ว เศรษฐกิจของยุโรปจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายในหน้าหนาวนี้

ขณะที่เศรษฐกิจจีนก็อ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรัฐบาลหันมาให้ความสำคัญต่อการควบคุมทางการเมืองและอุดมการณ์มากกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เมื่อผสมกับมาตรการซีโร่โควิดที่มีการ “ชัตดาวน์” พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ๆ ทุกครั้งที่เกิดการระบาด ก็ยิ่งทวีความเสียหายให้กับเศรษฐกิจจีนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้จีนยังมีปัญหาคุกรุ่นกับสหรัฐอเมริกาและเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออก ว่าด้วยเรื่อง “ไต้หวัน” ถึงขนาดที่นักวิเคราะห์ตะวันตกบางรายเริ่มถกกันถึงความเป็นไปได้ที่จีนจะใช้กำลังบุกไต้หวัน หรืออย่างน้อยที่สุดใช้วิธีการปิดล้อม กดดัน เพื่อให้ไต้หวันยอมรับกฎหมายและการปกครองจากรัฐบาลกลางที่ปักกิ่ง

หากปัญหาไต้หวันลุกลามจนถึงระดับนั้นแล้ว ไม่เพียงจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่ผลสะเทือนจะแผ่เป็นวงกว้างออกไปทั่วโลก เพราะจีนเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ซัพพลายสำคัญของโลกไม่แพ้รัสเซีย

ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการผลิต หากยังส่งผลกระทบในแง่ของตลาดระบายสินค้าต่อการค้าระหว่างประเทศ และที่สำคัญคือ ก่อให้เกิดภาวะตึงเครียดระหว่างประเทศขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถผลักดันให้เกิดภาวะถดถอยขึ้นทั่วโลกได้ทั้งสิ้น

เตรียมพร้อมรับมือให้ดีก็แล้วกัน