เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ไทยจะเกิดเงินเฟ้อฝังลึก จาก Wage-price Spiral หรือไม่

01 ต.ค. 2565 | 09:27น.
เงินเฟ้อ
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : รณชาติ ผาติหัตถกร, นิธิสาร พงศ์ปิยะไพบูลย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายแห่งดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดในลักษณะเชิงรุกเพื่อรับมือกับ “เงินเฟ้อสูง” และป้องกันไม่ให้ “เงินเฟ้อฝังลึก” ในเศรษฐกิจ หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้เครื่องยนต์เงินเฟ้อจุดติดและอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน คือ “wage-price spiral” ซึ่งเป็นวัฏจักรการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างและราคาสินค้าเป็นวงจรต่อเนื่องกัน แล้วประเทศไทยมีโอกาสเกิด wage-price spiral มากน้อยแค่ไหน ปัจจัยหรือเงื่อนไขใดที่อาจทำให้เกิดขึ้น จะขอชวนทุกท่านมาติดตามอย่างใกล้ชิดกันครับ

ในต่างประเทศความกังวล wage-price spiral เริ่มต้นที่การส่งผ่านจากเงินเฟ้อสู่ค่าจ้างเป็นวงกว้าง ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ตึงตัว ซึ่งเอื้อให้เครื่องยนต์เงินเฟ้อจุดติด แต่บริบทของไทยในปัจจุบันคาดว่า เงินเฟ้อจะส่งผ่านสู่ค่าจ้างได้ไม่มากเหมือนในต่างประเทศ เนื่องจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้

1) ภาวะตลาดแรงงานของไทยปัจจุบันโดยรวมตึงตัวน้อยกว่าในต่างประเทศ สะท้อนจากอัตราการว่างงานในไตรมาส 2 ปี 2565 ของไทยอยู่ที่ 1.4% ซึ่งยังสูงกว่าช่วงก่อนโควิดที่ 1.0% ขณะที่ในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐ อังกฤษ เยอรมนี แคนาดา หรือเกาหลีใต้ ต่างลดลงเข้าสู่ระดับก่อนโควิดหรือต่ำกว่าแล้ว สะท้อนว่าไทยยังมีอุปทานแรงงานที่จะเข้าสู่ตลาดได้ โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อค่าจ้างมากนัก

2) สหภาพแรงงานของไทยมีการรวมกลุ่มน้อยกว่าต่างชาติ สะท้อนจากสัดส่วนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานต่อลูกจ้างทั้งหมดของไทยมีเพียง 3% เทียบกับสหรัฐที่ 10% อังกฤษที่ 23% แคนาดาที่ 29% หรือเกาหลีใต้ที่ 12% รวมถึงตลาดแรงงานไทยแทบไม่มีกลไกการปรับค่าจ้างตามอัตราเงินเฟ้อโดยอัตโนมัติเหมือนในบางเมืองของสหรัฐ หรือในยุโรปบางประเทศ ควาสามารถในการต่อรองของลูกจ้างไทยจึงมีไม่มากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ

3) อุปทานแรงงานไทยมีความยืดหยุ่นมากกว่าต่างประเทศ แรงงานไทยสามารถเคลื่อนย้ายเข้า-ออกในแต่ละสาขาธุรกิจได้ง่าย ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละสถานการณ์ สะท้อนจากสัดส่วนลูกจ้างนอกภาคเกษตรต่อจำนวนผู้มีงานทำรวม ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีความผันผวนและเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างกว่าต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ ถึงสามเท่า

และในช่วงโควิดประเมินว่ามีแรงงานไทยคืนถิ่นมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งกำลังทยอยกลับเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ นอกจากนี้ ไทยสามารถพึ่งพาแรงงานข้ามชาติได้ โดยสัดส่วนแรงงานข้ามชาติต่อผู้มีงานทำรวมก่อนโควิดอยู่ที่ 7.5% หรือประมาณ 3 ล้านคน แม้ว่าในช่วงโควิดลดลงกว่า 6 แสนคน แต่คาดหวังว่าจะทยอยกลับมาในระยะข้างหน้า

ดังนั้น ตลาดแรงงานไทยจึงมีอุปทานแรงงานที่สามารถเคลื่อนย้ายมาตอบสนองอุปสงค์ได้ โดยไม่สร้างแรงกดดันค่าจ้างมากเหมือนในต่างประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงการส่งผ่านจาก “ค่าจ้าง” กลับไปยังเงินเฟ้อ บริบทของไทยปัจจุบัน อาจมีไม่มาก เนื่องจาก 3 ปัจจัย ได้แก่

1) แรงงานที่รับผลตอบแทนเป็นค่าจ้าง (wage earners) ของไทยมีสัดส่วนเพียง 44% ของผู้มีงานทำทั้งหมด ขณะที่ในสหรัฐ เยอรมนี หรืออังกฤษ สูงถึง 85-92% ดังนั้น ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้ส่งผลให้อุปสงค์โดยรวมของเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นมากนัก ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไม่มาก

2) ต้นทุนค่าจ้างไม่ใช่สัดส่วนใหญ่ของต้นทุนรวมของผู้ประกอบการไทย แม้สัดส่วนต้นทุนค่าจ้างจะแตกต่างกันในรายสาขาธุรกิจ ตั้งแต่ 3% ในบางอุตสาหกรรม ไปจนถึง 34% ในภาคบริการบางสาขา แต่เฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 15% ซึ่งถือว่าจำกัด ส่งผลไม่มากนักต่อการตัดสินใจปรับราคาของผู้ประกอบการเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบอื่น ๆ

ประกอบกับผลสำรวจโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจระหว่าง ธปท. กับภาคธุรกิจในเดือน ส.ค. 65 พบว่าธุรกิจส่วนใหญ่ปรับราคาตามการเคลื่อนไหวของต้นทุนวัตถุดิบส่วนอื่นไปมากแล้ว และจะไม่ปรับราคาบ่อยนัก

3) mark-up ability ของผู้ประกอบการไทยปัจจุบันมีจำกัด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยขณะนี้ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด แตกต่างจากหลายประเทศที่เศรษฐกิจกลับสู่ระดับก่อนโควิดแล้ว

แม้บริบทของวัฏจักรและโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันจะส่งผลให้โอกาสเกิด wage-price spiral มีจำกัด แต่ก็มีบางเงื่อนไขที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งจะเป็นตัวเหนี่ยวไก (trigger point) ให้โอกาสเกิดเพิ่มสูงขึ้นได้ หากอุปสงค์โดยรวมของเศรษฐกิจไทยปรับเพิ่มขึ้นแรงและเร็ว โดยเฉพาะอุปสงค์ในตลาดแรงงาน และหากไม่สมดุลกับอุปทาน เช่น แรงงานข้ามชาติไม่สามารถกลับเข้ามาได้เพียงพอ หรือแรงงานคืนถิ่นไม่กลับมาทำงานในพื้นที่เศรษฐกิจมากเหมือนในอดีต อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าจ้าง และเป็นปัจจัยหล่อลื่นให้ทั้งค่าจ้างและราคาสินค้ามีโอกาสปรับขึ้นได้ในระยะต่อไป

โดยสรุป ทั้งปัจจัยเชิงวัฏจักรและเชิงโครงสร้าง ทำให้ไทยมีโอกาสน้อยที่จะเกิด wage-price spiral เราจึงไม่ควรตระหนกตกใจกับการเร่งดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของต่างประเทศ ซึ่งมีวัฏจักรเศรษฐกิจและปัจจัยเชิงโครงสร้างที่แตกต่างจากไทย อย่างไรก็ดี เราต้องตระหนักถึงเงื่อนไขที่อาจทำให้ความเสี่ยง wage-price spiral เพิ่มขึ้น และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดแรงงาน เงินเฟ้อ