เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ดูทั้งหมด

มหาลัยปรับตัว 360 องศา มุ่งสตาร์ตอัพตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

27 ม.ค. 2561 | 23:13น.

อัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่ลดลงนับเป็นปัจจัยสำคัญที่สั่นคลอนธุรกิจการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับมหาวิทยาลัย เพราะจำนวนนักศึกษานำมาซึ่งค่าเทอมที่นำไปหล่อเลี้ยงธุรกิจให้อยู่รอดได้ กระนั้น ช่วง 4- 5 ปีที่ผ่านมา ปัญหาผู้เรียนลดลงได้สะเทือนไปทั่วมหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชน ดังมหาวิทยาลัยรัฐขณะนี้มียอดผู้เรียนลดลงต่อเนื่อง โดยปี 2560 มียอดผู้สมัครแอดมิสชั่นอยู่ที่ 81,230 คน จากทั้งหมด 109,129 ที่นั่ง ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังจากเดิมมีนักศึกษาใหม่ประมาณ 5,000 คนต่อปี ตอนนี้เหลือ 4,000 กว่าคน

ปรากฏการณ์เช่นนี้ จึงทำให้ทุกฝ่ายเจ็บตัวกันถ้วนทั่ว

ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ดังนั้น ภาพที่เห็นตลอดมาคือการควบรวมหลักสูตร หรือการยุบสาขาที่ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เรียน โดยมหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับเทรนด์ จึงต้องปิดตัวลงไปโดยปริยาย เพราะสิ่งที่จะสามารถดึงดูดผู้เรียนได้คือการมีหลักสูตรที่ทันสมัย ตอบโจทย์ผู้เรียน และตลาดแรงงานไปพร้อม ๆ กัน

ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยต่างปรับทิศทางสู่การเป็นสถาบันการศึกษาที่สร้างผู้ประกอบการ หรือสตาร์ตอัพ เพื่อรับกับลักษณะนิสัยของคน Gen Y ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และเทรนด์การผลักดันสตาร์ตอัพของไทย ทำให้สิ่งที่ตามมาคือการปรับหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน รวมถึงการสร้าง ecosystem ต่าง ๆ

ธุรกิจบัณฑิตย์ผุด DPU-X 

“ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์” อธิการบดี ม.ธุรกิจบัณฑิตย์มองว่า เมื่อตลาดของกลุ่มมหาวิทยาลัยมี over supply มหาวิทยาลัยเอกชนต้องปรับตัวเพื่อหาจุดแข็งของตัวเองให้ชัดขึ้น สำหรับจุดเด่นของเราคือเรื่องผู้ประกอบการ หรือนักธุรกิจเป็นผู้สร้างชาติ โดยจับจุดนี้เป็นตัวขับเคลื่อนโปรเจ็กต์ต่าง ๆ

“เรื่องผู้ประกอบการเป็นประเด็นที่ทุกมหาวิทยาลัยควรจะเล่น ไม่เช่นนั้นจะเป็นวิจัยขึ้นหิ้ง ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณ disconnect กับภาคอุตสาหกรรม แล้วคุณสอนอะไร สอนให้ใคร สอนเพื่ออะไร ดังนั้น ทุกมหาวิทยาลัยต้องเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจ หนีไม่ได้ ซึ่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกก็มีแนวทางนี้เช่นกัน”

ทั้งนั้น ม.ธุรกิจบัณฑิตย์สอดแทรก New Business DNA เข้าไปให้นักศึกษาตั้งแต่ปี 1 ผ่านการเรียนการสอนแบบโมดูลที่พัฒนาความคิดควบคู่ไปกับวิชาความรู้ เพื่อฝึกคิด และเชื่อมโยงเหตุผล หลังจากนั้น เมื่อขึ้นสู่ปี 3-4 จะให้ทำ capstone หรือสร้างชิ้นงาน โดย capstone เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยสร้างทักษะสตาร์ตอัพให้กับนักศึกษา อีกทั้งยังทำให้พวกเขาสามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ

Advertisement

“ตอนนี้เราตั้ง DPU-X ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะมาแตะกับงานวิจัยของอาจารย์ และ capstone ของนักศึกษา ซึ่งหากนักศึกษาทำ capstone ได้ดี เราจะให้ไปกรูมต่อใน DPU-X ขณะเดียวกัน หน่วยงานนี้จะหา funding หรือรับโจทย์จากภาคธุรกิจมา แล้วแจกโจทย์ไปให้แต่ละคณะ และงาน capstone ของนักศึกษา นอกจากนั้น จะมี entrepreneurship program และมีพี่เลี้ยงให้กับโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ด้วย”

ม.หอการค้าไทยถอดโมเดล MIT

ม.หอการค้าไทย ได้จัดตั้ง IDE Center (Innovation Driven Entrepreneurship Center) หรือศูนย์สร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม อันเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย “รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์” อธิการบดี ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องการสร้างผู้ประกอบการ

IDE เพื่อทำธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นนักรบเศรษฐกิจที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

นอกจากการมีวิทยาลัยผู้ประกอบการ ยังเปิดวิชาการประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม หรือ IDE 101 ซึ่งเป็นวิชาศึกษาทั่วไป โดยภาคการศึกษาที่ 1 ที่ผ่านมามีนักศึกษาเรียนวิชานี้แล้วกว่า 25 กลุ่ม หรือประมาณ 1,500 คน โดยตั้งเป้าจะให้ความรู้แก่นักศึกษาปีละ 5,000 คน อีกทั้งกำลังเตรียมออกแบบวิชา IDE 102 และ IDE 103 ตามมาเพิ่มเติม

“วิชา IDE 101 เป็นการบูรณาการแนวคิดกระบวนการ 24 ขั้นตอนของการสร้างธุรกิจจาก MIT มุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบ projected based learning ซึ่งไม่มีการสอบข้อเขียน แต่ให้นักศึกษาจัดทีมขึ้นมาขายไอเดีย (pitch-ing) โดยมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนของรางวัล หรือมอบเงินให้กับโปรเจ็กต์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด เพื่อให้นักศึกษาไป

ต่อยอดเป็นธุรกิจจริง”

นอกจากนี้ ม.หอการค้าไทยยังจัดตั้ง Innovation Driven Entrepreneurship Academy ซึ่งเปิดคอร์ส IDE ในรูปแบบของการบรรยายเชิงปฏิบัติการผ่านนักธุรกิจชั้นนำของประเทศ โดยเปิดรับเป็นรุ่น ๆ ละ 80 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของนักธุรกิจที่เข้ามาเรียน

BUSEM จุดเด่น ม.กรุงเทพ

จากสโลแกนมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ถูกต่อยอดมาสู่แนวคิด C+E หรือการคิดแบบสร้างสรรค์ (creativity) และการคิดแบบเจ้าของ (entrepreneurship spirit) โดย ม.กรุงเทพได้จัดตั้งคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) ผ่านการทำงานร่วมกับ Babson College สถาบันที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการของประเทศสหรัฐอเมริกา

“ดร.ศศิรินทร์ สายะสนธิ” หัวหน้าภาควิชาความเป็นผู้ประกอบการ (หลักสูตรภาษาไทย) คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ ม.กรุงเทพ กล่าวว่า นักศึกษาในปัจจุบันมีความสนใจธุรกิจสตาร์ตอัพ และอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทาง ม.กรุงเทพจึงตั้ง BUSEM ขึ้นมาตอบสนองความต้องการของผู้เรียน โดยมี BUSEM Way ด้วยการให้นักศึกษา

ฝึกสร้างไอเดีย และทำแผนธุรกิจ ก่อนลงมือทำจริง เพื่อต่อยอดให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ หรือสานต่อธุรกิจเดิมของครอบครัว

“เมื่อนักศึกษาเรียนถึงปี 3 เราจะให้พวกเขารวมกลุ่มเพื่อทำธุรกิจกันจริง ๆ โดยให้คิดว่าจะผลิตสินค้าอะไรออกจำหน่าย หากนักศึกษากลุ่มใดขาดแคลนทุนทรัพย์ เราจะให้ทุนตั้งต้นในการทำธุรกิจกลุ่มละ 1 แสนบาท แต่ถ้ามีกำไรจะต้องนำเงินมาคืนด้วย เพราะเราจะนำเงินจำนวนนี้ไปให้นักศึกษากลุ่มอื่น ๆ ต่อไป”

มหา”ลัยรัฐหนุนสร้างสตาร์ตอัพ

ในส่วนของมหาวิทยาลัยรัฐอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล่าสุดมีการจัดตั้งเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม (Siam Innovation District : SID) โดยทุ่มงบประมาณ 20 ล้านบาทสร้างอาคารสำนักงาน SID ภายในอาคารสยามสแควร์วัน เพื่อเป็นสถานที่จัดเวิร์กช็อป การบรรยาย นิทรรศการ และแสดงตัวอย่างนวัตกรรมฝีมือคนไทย รวมถึงมีฐานข้อมูลด้านนวัตกรรม และ co-working space สำหรับผู้มาใช้บริการ SID เป็นเหมือนเวทีกลางในการขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมออกสู่สังคม และเป็นแพลตฟอร์มให้คนคิด และคนทำได้มาเจอกัน ซึ่งหากนักศึกษาหรือผู้สนใจที่มีแพสชั่นและแนวคิดในการสร้างนวัตกรรมจะมีอาจารย์ชาวไทยและต่างชาติมาช่วยไกด์และเทรนให้ โดยจุฬาฯทำความร่วมมือแล้วกับ MIT และ Stanford University และหลังจากพัฒนาโปรเจ็กต์แล้ว ใครอยากขายแนวคิดเพื่อหาผู้สนับสนุน ก็สามารถทำที่ SID ได้เลย

ขณะที่ ม.ธรรมศาสตร์ตั้งเป้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ (entrepreneurial university) และสตาร์ตอัพดิสทริก (startup district)เน้นสร้างทักษะผู้ประกอบการแก่นักศึกษา และสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัพ โดยได้เปิด Thammasat Creative Space โคเวิร์กกิ้งสเปซครบวงจรทั้งหมด 3 โซน เพื่อกำเนิดธุรกิจ ได้แก่ โซนพื้นที่ทำงาน เพื่อสร้างสรรค์ และแลกเปลี่ยนแนวคิด, โซนเมกเกอร์สเปซ สำหรับสร้างต้นแบบผลงาน และโซนอเนกประสงค์ เพื่อจัดกิจกรรมพร้อมดันสตาร์ตอัพหน้าใหม่ โดยจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบกลางปีนี้