ฟาร์มเฮ้าส์ มอบ 500,000 บาท จากการประมูลเสื้อแจ็กเก็ต มาย-อาโป ให้มูลนิธิเอดส์ฯ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2565 ที่บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ คุณแบงก์-อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) มอบเงิน 500,000 บาท ให้กับมูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย-TNAF โดยมี นพ.ชัยยศ คุณานุสนธิ์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย-TNAF คุณเย็นจิต สมเพาะ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย-TNAF และคุณกฤตพร เติมวาณิช ผู้จัดการพริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี ร่วมรับมอบ โดยเป็นรายได้จากการประมูล เสื้อแจ็กเก็ตสุดลิมิเต็ดพร้อมลายเซ็น ของ มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ 2 หนุ่ม พรีเซนเตอร์ฟาร์มเฮ้าส์ นักแสดงนำคินน์พอร์ช เดอะซีรีส์ ในงานประมูลของที่ระลึกจากทีมนักแสดงคินน์พอร์ช เดอะซีรีส์


โดยคุณแบงก์-อภิเศรษฐ กล่าวว่า ฟาร์มเฮ้าส์รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้ติดเชื้อHIV รวมถึงการหาทางป้องกัน ซึ่งเราอยากสนับสนุนต่อเนื่องเพราะเป็นสิ่งที่ดี ทำให้คนแข็งแรงปลอดภัย ที่ผ่านมาฟาร์มเฮ้าส์มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมหลายกิจกรรมการกุศล อาทิ น้ำท่วม กีฬาคนพิการโลกเราก็สนับสนุน
“ผมฟังจากคุณหมอเล่า มีเคสหนึ่งน้องติดจากแม่ หมอรักษาตั้งแต่น้องอาการยังโอเค แล้วมันก็ไม่ค่อยดี คุณหมอซื้อตุ๊กตาหมีไปให้ และเสียใจมากที่สุดท้ายก็รักษาไม่ได้ เป็นเคสที่น่าเห็นใจ”คุณแบงก์ – อภิเศรษฐ กล่าว
ด้าน คุณกฤตพร เติมวาณิช ผู้จัดการพริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี กล่าวว่า เงินที่ได้จากการประมูลครั้งนี้ ทางมูลนิธิฯจะนำไปจัดซื้อยาต้านไวรัสที่บางคนอาจเข้าไม่ถึงระบบสุขภาพ อาทิ คนต่างด้าว เด็กนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่กลัวเรื่องการเปิดเผยตัวเพื่อใช้สิทธิรักษากับทางมหาวิทยาลัย ส่วนนี้จะเป็นกลุ่มเปราะบาง มีข้อจำกัดเรื่องความเข้าถึงการรักษายาก โดยทางมูลนิธิฯจะรีบจัดหายาให้ฟรี โดยให้ยาภายใน 1 เดือนแรกหลังมีการสัมผัส เพราะยิ่งได้ยาเร็วจะยิ่งดี จะยิ่งกดเชื้อไว้ได้ทัน ลดอาการเจ็บป่วย
คุณกฤตพร กล่าวถึง สถานการณ์โรค HIV ในปัจจุบัน ว่า สถิติคนติดเชื้อ HIV วันละประมาณ 14 คน หรือเฉลี่ยปีละ 5,000 คน โดยช่วงหลายสิบปีมานี้พบว่า คนไทยไม่ค่อยตระหนักว่ายังมีเชื้อตัวนี้อยู่ แม้ปัจจุบันจะดูไม่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อน เพราะการรักษาดีขึ้น แต่โรคเกิดขึ้นมา 30 ปีแล้วยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ในขณะที่โควิด-19มีวัคซีนแล้ว นอกจากนี้มูลนิธิฯได้ร่วมตั้งเป้าหมายร่วมกันกับทั่วโลกว่า ในปี 2573 จะต้องไม่มีผู้ติดเชื้อ HIV เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน โดยเน้นในเรื่องการป้องกัน
“ขณะเดียวกัน กลุ่มที่น่ากังวลมากที่สุด คือ เยาวชน โดยพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่อายุน้อยลง มีตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 13-14 ปี ขึ้นไป กลุ่มนี้ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องการป้องกัน HIV โดยพบว่าวัยรุ่นใช้ถุงยางอนามัยเพราะกลัวตั้งครรภ์มากกว่ากลัวเชื้อHIV กลุ่มนี้มักจะคิดว่าเรื่องHIVไกลตัว” คุณกฤตพรกล่าว

สำหรับวิธีการหยุดการติดเชื้อ HIV ทางมูลนิธิฯรณรงค์ เรื่องความตระหนักในการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ปลายเหตุ และลดต้นทุนเรื่องการรักษาของประเทศ อย่างไรก็ดีพบว่าการลงทุนเรื่องการป้องกันยังมีน้อย เพราะรัฐบาลมีแต่งบประมาณเรื่องการรักษา แต่ยังไม่มีงบประมาณเรื่องการป้องกัน ทางมูลนิธิฯและหน่วยงานเพื่อสังคมจึงหันมาช่วยกันรณรงค์เรื่องการป้องกันให้มากที่สุด รวมทั้งในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ มูลนิธิฯจะจัดกิจกรรมวันเอดส์โลก มีการเสวนาเชิญชวนให้ความรู้เรื่องทำอย่างไรให้เกิดความเท่าเทียม การเข้าถึงการรักษา และการป้องกัน