เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
Economic น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
Finance ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
Politics ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
Politics ‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
Politics รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
Finance EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
Real Estate จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
Politics นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
Economic ‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
Tech จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
ดูทั้งหมด

คดีที่ 2 แอชตัน อโศก ลุ้นทางออก ศาลปกครอง ไม่ต้องทุบทิ้ง

16 พ.ย. 2565 | 10:08น.
แอชตัน อโศก

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก (นัดแรก) ณ ห้องพิจารณา 7 ชั้น 3 ถนนแจ้งวัฒนะ

ในคดีที่สยามสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง ขอให้ระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอนอาคาร โครงการแอชตัน อโศก ในส่วนที่ก่อสร้างขึ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดูเหมือนมีสัญญาณบวกเล็ก ๆ จาก “ตุลาการผู้แถลงคดี” สาระสำคัญที่เจ้าของห้องชุดซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์และพักอาศัยแล้ว 668 ห้อง ในโครงการแอชตัน อโศก ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อก็คือ …กรณีนี้เป็นกรณีที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารชุด พ.ศ. 2522 ตามมาตรา 40 ถึงมาตรา 43

โดยนัดฟังคำพิจารณาตัดสินอีกครั้ง วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้

ตุลาการแถลงคดีแนะแก้ 120 วัน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” เกาะติดการพิจารณาคดีนัดแรก คดีหมายเลขดำที่ 450/2560 ระหว่างสยามสมาคมฯ (ผู้ฟ้องคดี) กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) และบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด กับพวกรวม 3 คน (ผู้ร้องสอด) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ (ฟ้องขอให้ระงับการก่อสร้างและรื้อถอนอาคาร)

โดย “ตุลาการผู้แถลงคดี” แถลงในคดีนี้ว่า การก่อสร้างในโครงการดังกล่าวได้ทำผิดเงื่อนไขตามกฎกระทรวง แต่ไม่ถึงขนาดให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง จึงเสนอทางออกให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินการให้ถูกต้องตามเงื่อนไขภายใน 120 วัน นับจากวันที่คดีถึงที่สุด

ห้องชุด 668 รายลุ้นระทึก

เรื่องเดียวกันนี้ “พิสุทธิ์ รักวงษ์” ทนายความในฐานะตัวแทนนิติบุคคลอาคารชุดแอชตัน อโศก กล่าวว่า คำแถลงของตุลาการผู้แถลงคดีนับว่าส่งผลดีต่อเจ้าของห้องทั้ง 668 ห้อง แม้จะมีการตีความให้เงื่อนไขในการขออนุญาตก่อสร้างไม่ครบถ้วน แต่ได้แนะนำให้หน่วยงานราชการคือ กทม.กับ รฟม. ไปดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

ขณะที่ตัวแทนบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด กล่าวว่า แอชตัน อโศก ถูกฟ้อง 2 คดีด้วยกัน คือ คดีแรกฟ้องโดยสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งศาลปกครองกลางตัดสินเมื่อ 30 กรกฎาคม 2564 โดยให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างและให้มีผลย้อนหลัง

ต่อมา เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 มีการนัดนั่งพิจารณาครั้งแรก (นัดแรก) โดยตุลาการผู้แถลงคดีเสนอให้ยกฟ้อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด

กับคดีที่ 2 ยื่นฟ้องประเด็นเดียวกันโดยสยามสมาคมฯ ซึ่งตุลาการผู้แถลงคดีเสนอทางออกว่าเป็นกรณีที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ดังกล่าว และหากองค์คณะศาลปกครองกลางพิพากษาตามความเห็นตุลาการผู้แถลงคดี ย่อมส่งผลดีต่อโครงการแอชตัน อโศก และเจ้าของห้องชุด 668 คน ที่รับโอนกรรมสิทธิ์และเข้าพักอาศัยไม่ต่ำกว่า 3 ปีมาแล้ว

อนันดาฯแจงรายละเอียด

ทั้งนี้ ทาง “บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด” บริษัทลูกของ “บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์” ออกแถลงการณ์ Company Statement คดีโครงการแอชตัน อโศก ระบุว่า

จากกรณีที่สยามสมาคมฯ ได้ยื่นฟ้องหน่วยงานภาครัฐต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งบริษัทได้รับแจ้งจากศาลปกครองกลางให้เข้าเป็นคู่ความในฐานะผู้ร้องสอด เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสียต่อกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางได้กำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรก 14 พฤศจิกายน 2565 และตุลาการผู้แถลงคดีได้แสดงความเห็นใน 2 ประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่ 1 กรณีพิพาทเกี่ยวกับกฎกระทรวงฉบับที่ 33 ข้อ 2 วรรคสอง เป็นกรณีที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารชุด พ.ศ. 2522 ตามมาตรา 40-43 จึงเป็นเรื่องที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ผู้ว่าฯ กทม.) และที่ 3 (ผู้อำนวยการเขตวัฒนา) และผู้ร้องสอดที่ 1 (บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด) จะต้องไปพิจารณาแก้ไขให้ถูกต้อง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ข้อ 2 วรรคสอง

ประเด็นที่ 2 ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 3 กับผู้ร้องสอดที่ 1 พิจารณาแก้ไขโครงการแอชตัน อโศก ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ข้อ 2 วรรคสอง ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

ทั้งนี้ ความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีไม่ได้มีผลผูกพันตุลาการเจ้าของสำนวนคดีและคู่พิพาทแต่อย่างใด ซึ่งศาลปกครองกลางได้กำหนดนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565

คดีดังกล่าวเป็นเพียงการพิจารณาในศาลชั้นต้น ซึ่งยังไม่ถึงที่สุด คู่พิพาทยังสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดได้

อย่างไรก็ดี คดีในประเด็นดังกล่าวมานั้น เป็นประเด็นเดียวกับคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองและอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาภายในปี 2565

กฎกระทรวง 33 ข้อ 2 วรรคสอง

สำหรับกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (ปี 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารปี 2522) หมวด 1 ลักษณะของอาคาร เนื้อที่ว่างของภายนอกอาคารและแนวอาคาร

ข้อ 2 (วรรคสอง) สำหรับที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่มีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นมากกว่า 30,000 ตารางเมตร ต้องมีด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินนั้นยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอดจนไปเชื่อมต่อกับถนนสาธารณะอื่นที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร

ที่ดินด้านที่ติดถนนสาธารณะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอดจนถึงบริเวณที่ตั้งของอาคาร และที่ดินนั้น ต้องว่างเพื่อสามารถใช้เป็นทางเข้าออกของรถดับเพลิงได้โดยสะดวกด้วย

เปิดมาตรา 41 กฎหมายอาคารชุด

ในระหว่างที่รอคอยองค์คณะเจ้าของคดีอ่านคำพิพากษาในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ เงื่อนปมกระชับมาอยู่ที่การกลับมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามกฎหมายควบคุมอาคารชุด 2522 มาตรา 40-43 นั้น

เมื่อเปิดกฎหมายดูจะพบว่า บัญญัติไว้ในหมวด 4 เรื่องอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น “มาตรา 41” …ถ้าการกระทำตามมาตรา 40 (การก่อสร้างโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมายนี้) เป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขออนุญาตหรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ หรือดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะขยายเวลาดังกล่าวไปอีกก็ได้…

ในขณะที่ “ภคพงศ์ ศิริกันทรามาศ” ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวสั้น ๆ กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เนื่องจากวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 เป็นการอ่านข้อคิดเห็นของตุลาการผู้แถลงคดี ไม่ใช่คำพิพากษา จึงไม่มีผลผูกพันตัวองค์กร ดังนั้น การที่จะทำอะไรต่อไป รฟม.ต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลปกครองสูงสุดเสียก่อน จึงจะพิจารณาดำเนินการใด ๆ ต่อไป

กล่าวสำหรับผู้ได้รับผลกระทบทางตรงในฐานะผู้บริโภคห้องชุด แน่นอนว่าถึงแม้ข้อเสนอให้ใช้กฎหมายควบคุมอาคารชุด มาตรา 40-43 จะเป็นทางออกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นครั้งแรก

แม้จะเป็นทางออกที่เปรียบเสมือนแสงริบหรี่ แต่ก็ปลูกความหวังขึ้นมาในใจให้กับเจ้าของห้องชุด 668 ห้องว่า หนทางที่จะได้รับการเยียวยาจากข้อกฎหมายยังไม่ถึงกับปิดตายแต่อย่างใด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลปกครอง แอชตัน อโศก