เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
Business ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
News อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
Real Estate แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
News ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
Finance YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
Finance คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
Finance ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
Economic กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
ดูทั้งหมด

ประท้วงจีน : พลังรุ่นใหม่ในจีนขับเคลื่อนการชุมนุม “ผลักอุดมการณ์ แต่ไม่เสี่ยงแตกหัก”

02 ธ.ค. 2565 | 16:08น.

 

ม็อบ

Getty Images

 

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่าคนรุ่นใหม่ในจีนได้ลุกฮือ ต่อต้านนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สำหรับคนรุ่นใหม่หลายคน นี่คือการเข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะเป็นครั้งแรกในชีวิต

เหล่าผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ที่รัฐบาลจีนบังคับใช้มาเกือบ 3 ปี

ในนครเซี่ยงไฮ้ ผู้ประท้วงรวมตัวกันอย่างเงียบ ๆ ในช่วงแรก เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้สูญเสียในเหตุเพลิงไหม้อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองอุรุมซี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ หลายคนเชื่อว่ามาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวด เป็นสาเหตุให้ผู้คนหนีออกจากอาคารไม่ได้ 24 พ.ย. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน

ผู้ประท้วงชูกระดาษเปล่า ซึ่งเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ถึงเสรีภาพการแสดงออกที่ถูกลิดรอน พร้อมยืนสงบนิ่ง ท่ามกลางการตึงกำลังอย่างแน่นหนาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ก่อนที่ใครบางคนจะตะโกนออกมาว่า “เสรีภาพ เราต้องการเสรีภาพ เลิกล็อกดาวน์”

ยิ่งมืด มวลชนยิ่งมากขึ้น ๆ กระทั่งเวลา 03.00 น. ของวันอาทิตย์ (27 พ.ย.) ผู้ประท้วงเริ่มตะโกนว่า “สี จิ้นผิง ลาออกไป”

หนึ่งในผู้เข้าร่วมชุมนุมวัย 20 ปีต้น ๆ กล่าวว่า เขาวิ่งไปที่ถนน หลังจากได้ยินเสียงมวลชนจากห้องของเขา

“ผมเคยเห็นผู้คนโกรธเกรี้ยวในโลกออนไลน์ แต่ไม่มีใครออกมายืนประท้วงบนท้องถนนเลย” เขากล่าวกับบีบีซี

เขาหยิบกล้องบันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เห็นตรงหน้า

“ผมเห็นคนหลากหลายเลย ทั้งตำรวจ นักเรียน คนเฒ่าคนแก่ ชาวต่างชาติ พวกเขามีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถพูดมันออกมาได้”

“การชุมนุมครั้งนี้มีความหมาย ผมรู้สึกว่านี่เป็นความทรงจำอันล้ำค่าสำหรับผม”

หญิงสาวอีกคนที่อยู่รอบนอกของการชุมนุม บอกว่า มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ ทว่าก็เปราะบาง

“ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนตลอดชีวิตในประเทศจีนของฉัน” เธอกล่าวกับบีบีซี

“รู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อย ในที่สุดเราก็มารวมตัวกันได้ มารวมตัวกันเพื่อพูดในสิ่งที่เราอยากจะพูดมาตั้งนานแล้ว”

เธอกล่าวต่อไปว่า นโยบายโควิดเป็นศูนย์ได้ขโมยปีที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเธอไป  คนรุ่นเธอต้องสูญเสียรายได้ การใช้ชีวิต โอกาสทางการศึกษา และออกไปท่องเที่ยว ต้องติดอยู่กับการล็อกดาวน์หลายเดือนและหลายครั้ง ต้องแยกจากครอบครัว ถูกเลื่อนหรือยกเลิกแผนการต่าง ๆ ในชีวิตที่ตระเตรียมไว้

พวกเขารู้สึก “โกรธ เศร้า และทำอะไรไม่ได้ ในรัฐแห่งขุมนรก”

ข้อเรียกร้องทำนองเดียวกันนี้ ยังเกิดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เว้นกระทั่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอย่างชิงหวา ในกรุงปักกิ่ง

คลิปวิดีโอที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์เผยให้เห็นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งขณะพูดปราศรัยอย่างรวดเร็วผ่านเครื่องขยายเสียง ด้วยทีท่าหวาดกลัว บางครั้งเสียงเธอแตกพร่า และมีน้ำตานองหน้าเธอด้วย ทว่ามวลชนต่างพากันให้กำลังใจโดยตะโกนว่า “อย่ากลัว พูดต่อไป”

“ถ้าเราไม่พูด เพียงเพราะเรากลัวเสียชื่อเสียง ฉันคิดว่าผู้คนคงผิดหวังในตัวเรา” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง และว่า “ในฐานะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชิงหวา ฉันคงต้องเสียใจตลอดไป”

ชาญฉลาด หรือ ไร้เดียงสา

บรรดาผู้สังเกตการณ์การเมืองซึ่งเป็นผู้อาวุโสกว่า มองการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นว่า เป็นภาพที่ไม่ได้เห็นมานานหลายนับทศวรรษแล้ว และปลุกความทรงจำสมัยการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของเหล่านักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อปี 1989

บางส่วนให้ความเห็นว่า ความกระตือรือร้นของคนรุ่นใหม่เกิดจากการที่พวกเขาไม่รู้ว่าประท้วงในครั้งนั้น จบลงด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง จนกลายเป็นเหตุนองเลือด

“ส่วนผสมระหว่างอุดมคติของคนรุ่นเยาว์ การปราศจากความกลัวเพราะไม่มีภาระความทรงจำอันเจ็บปวด ทำให้คนหนุ่มสาวออกไปบนท้องถนนและเรียกร้องสิทธิของพวกเขา” ยาคิว หวัง นักวิจัยของฮิวแมน ไรท์ วอทช์ จีน กล่าว

นักศึกษา

Reuters
นักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีนร่วมประท้วงด้วย เมื่อ 27 พ.ย.

 

บางส่วนโต้แย้งว่า การชุมนุมจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดย เหวิน-ทิ ซุง จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าวว่า เยาวชนเข้าใจดีว่าพวกเขาจะปรับตัวให้เข้ากับระบบและกฎเกณฑ์ของรัฐบาลจีนได้อย่างไร

เขายังทึ่งใน “ยุทธวิธีอันชาญฉลาด” ของผู้ประท้วงรุ่นเยาว์ในปัจจุบัน พร้อมระบุว่าคนรุ่นนี้ถือเป็น “คนรุ่นที่มีการศึกษาดีที่สุดของจีนเท่าที่เคยเห็นมา”

“พวกเขารู้ว่าเส้นตายอยู่ตรงไหน พวกเขาพยายามผลักข้อเรียกร้อง แต่ไม่ถึงขั้นแตกหัก” เขากล่าว

ในขณะที่ผู้ประท้วงในเซี่ยงไฮ้ตะโกนเรียกร้องให้ถอดถอนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกจากตำแหน่ง แต่ในพื้นที่ชุมนุมอื่น ๆ ผู้ประท้วงกลับพยายามจำกัดข้อเรียกร้องของตัวเอง  เพราะเกรงจะกลายเป็นเรื่องทางการเมืองมากเกินไป

กระดาษเปล่า ไม่มีการขีดเขียนใด ๆ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์การประท้วงในจีน

เมื่อตำรวจสั่งให้ยุติการแสดงออก พวกเขาก็จะตอบโต้ด้วยการร้องขอมาตรการที่เข้มงวดขึ้นไปอีก

“ดูสิครับว่าพวกเขาใช้ความระมัดระวังขนาดไหนในการเคลื่อนไหว เพื่อลดข้อกล่าวหาที่รัฐบาลจีนจะเอาผิดพวกเขาได้” นายซุงกล่าว

ผู้ประท้วงยังระแวดระวังเสียงวิจารณ์ต่าง ๆ ที่จะทำลายข้อความที่พวกเขาต้องการสื่อสาร

อย่างในกรุงปักกิ่ง เมื่อชายคนหนึ่งเตือนว่ามี “อิทธิพลจากต่างชาติ” เข้าแทรกแซงการชุมนุม เขาก็ถูกคนอื่น ๆ รุมเย้ยหยันและตะโกนตอบโต้กลับไปว่า “อิทธิพลจากต่างชาติ คุณหมายถึงอะไร มาร์กซหรือ สตาลินหรือ เลนินหรือ”

พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนยึดถือลัทธิมาร์กซ์เป็นอุดมการณ์ชี้นำ

ผู้ชุมนุมในปักกิ่งกล่าวต่อไปว่า “กองกำลังต่างชาติเป็นผู้จุดไฟในซินเจียงหรือ”

“กองกำลังต่างชาติหรือเปล่าที่ลากพวกเรามารวมตัวกันที่นี่” ผู้ประท้วงชายคนหนึ่งตะโกนถาม โดยมีเสียงมวลชนพร้อมใจกันตะโกนตอบกลับมาว่า “ไม่”

ชาตินิยมแนวเสรี

ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ คนรุ่นใหม่ชาวจีนส่วนใหญ่ถึงพอใจกับอนาคตของตัวเอง ทว่าโควิดได้เปลี่ยนทุกสิ่งไป

“ผมไม่สามารถเดินทางไปรอบโลกได้ ผมไม่ได้พบคนในครอบครัวเลย” หนุ่มคนหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ที่กำลังถือกล้องถ่ายรูปในมือ กล่าว

เขากล่าวกับบีบีซีเพิ่มเติมว่า รู้สึกกังวลต่ออาการป่วยด้วยโรคมะเร็งของมารดาซึ่งอาศัยอยู่เมืองกวางโจว ทางตอนใต้ของประเทศ ทางการกวางโจวเพิ่งยกเลิกมาตรการโควิดในพื้นที่ส่วนใหญ่ไปเมื่อวันพุธ (30 พ.ย.) ที่ผ่านมา

“ผมอยากเจอหน้าแม่จริง ๆ เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ไม่ได้เห็น ไม่ได้สัมผัสหน้า ไม่ได้กินข้าวเย็นกับแม่เลย ผมหวังว่ามาตรการล็อกดาวน์จะถูกยกเลิกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ม็อบ

Reuters
การประท้วงในเซี่ยงไฮ้บานปลายไปสู่เหตุปะทะและการจับกุมผู้ชุมนุม

 

ต่อมา บีบีซีได้รับแจ้งในภายหลังว่าชายคนดังกล่าวถูกควบคุมตัวในวันนั้น

ผู้ประท้วงหลายคนที่พูดคุยกับบีบีซี หรือให้สัมภาษณ์ออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลล์ บอกตรงกันว่าพวกเขาต้องการเห็นประเทศก้าวหน้า

ในการประท้วง ผู้ชุมนุมร้องเพลงชาติจีนซ้ำไปซ้ำมา โดยเฉพาะท่อนร้องประสานเสียงที่กระตุ้นให้ประชาชน ยืนขึ้น ยืนขึ้น ยืนขึ้น และปกป้องประเทศของพวกเรา

นายซุงระบุว่า หนึ่งในวิถีของคนรุ่นนี้ที่แตกต่างออกไปคือ ความรักชาติอันแรงกล้าของพวกเขา ซึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมกับยุคที่จีนผงาดขึ้นในโลก

เขาจึงเรียกผู้ประท้วงหลายคนว่า “ชาตินิยมแนวเสรี” (Liberal Nationalists) กล่าวคือ เป็นผู้เชื่อมั่นในระบบอย่างแรงกล้า จึงเรียกร้องหาความรับผิดชอบเมื่อเกิดความล้มเหลว

“อารมรณ์ความรู้สึกสามารถเปลี่ยนจากฝ่ายผู้สนับสนุนรัฐบาลเป็นผู้ต่อต้านอำนาจรัฐได้อย่างรวดเร็ว” เขากล่าวและว่า อย่างไรก็ตามผู้ประท้วงยังปรารถนาร่วมกันที่จะพิสูจน์ว่าการประท้วงของเขาไม่ได้ผิดกฎหมาย

ในวิดีโอการชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยชิงหวา หลังจากผู้บันทึกคลิปวิดีโอกล่าวแสดงความกังวลว่าการประท้วงนี้อาจสร้างปัญหาให้แก่ผู้จัดการประท้วงได้ ก็มีเสียงตะโกนสวนกลับมาจากผู้ชุมนุมว่า “ไม่มีใครทำผิดกฎหมายที่นี่”

จากนั้นมีเสียงของชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ถ้าเราคุมไม่อยู่ เราจะเกิดความสูญเสีย”

“เราไม่มีประสบการณ์ในการทำเช่นนี้ แต่เราจะค่อย ๆ แก้ปัญหานี้”

….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ชุมนุม-ม็อบ