ส่องกำไร MTW ก่อนลงสนามเทรด mai 6 ธ.ค.
บมจ. เมคทูวิน โฮลดิ้ง เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 6 ธ.ค. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 970.56 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “MTW”
วันที่ 5 ธันวาคม 2565 บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 6 ธ.ค. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 970.56 ล้านบาท ในราคาหุ้นละ 2.88 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 250.56 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “MTW”
MTW ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้
สัดส่วนรายได้
รายได้ของบริษัทประกอบด้วยรายได้จากการขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปและรถจักรยานยนต์รถไฟฟ้า และรายได้อื่น เช่น รายได้จากการขายเสื้อมีตำหนิ ดอกเบี้ยรับ รายได้จากการขายรถต้นแบบ เป็นต้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
โดยในปี 2562-2564 และงวด 9 เดือนปี 2565 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 157.01 ล้านบาท จำนวน 174.88 ล้านบาท จำนวน 214.17 และจำนวน 153.15 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นในปี 2563 และปี 2564 ร้อยละ 11.38 และร้อยละ 22.47 และลดลงในงวด 9 เดือนปี 2565 ร้อยละ 7.89 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาตามประเภทผลิตภัณฑ์ รายได้ของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย
- รายได้จากการขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป
- รายได้จากการขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
รายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ตามที่ปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 เมษายน 2565

คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีจำนวน 8 ท่าน ประกอบด้วย

ขายไอพีโอ 87 ล้านหุ้น
ขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 87,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.82 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีสัดส่วน ดังนี้

แผนระดมทุน
บริษัทมีแผนระดมทุนครั้งนี้รวมมูลค่า 238.71 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน ดังนี้

จ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 40%
บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40.00 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับงบการเงินเฉพาะกิจการ และหลังหักเงินสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทได้กำหนดไว้ และการจ่ายเงินปันผลนั้นไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานตามปกติของบริษัท อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัท สภาพคล่องของบริษัท แผนการขยายธุรกิจ ความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นใดในอนาคต และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานของบริษัท ตามที่คณะกรรมการบริษัท และ/หรือผู้ถือหุ้นของบริษัทเห็นสมควรและการดำเนินการดังกล่าวจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น
