เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
Finance กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
Economic ‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
SD องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
Politics สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
Finance กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
Finance บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
Finance บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
Business สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
Politics ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
ดูทั้งหมด

จีนลงดาบผู้ประท้วงคุมการ “ไลก์” ชาวเน็ต

07 ธ.ค. 2565 | 10:13น.
กดไลก์
คอลัมน์ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

หลังจากการประท้วงในจีนเริ่มบานปลาย จากการเรียกร้องให้ผ่อนคลายมาตรการโควิด มาเป็นการขับไล่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มการกวดขันการใช้สื่อออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลและการใช้สื่อออนไลน์ในการระดมคนออกมาประท้วง

ล่าสุด CNN รายงานว่า จีนเพิ่งออกกฎเหล็กการใช้งานอินเทอร์เน็ตชุดใหม่ ที่ห้ามไม่ให้คน “ไลก์” โพสต์หรือข้อความใดที่เข้าข่ายว่าคุกคามต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้

ความจริงจีนมีการควบคุมการใช้สื่อออนไลน์อย่างเข้มข้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่มีการใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อปราบปรามการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง

แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการล้วงลึกไปถึงขั้นควบคุมการกด “ไลก์” รวมถึงการ “เมนต์” ของชาวเน็ต

ซึ่ง เดวิด สไฟด์ นักวิชาการจาก Hong Kong University of Science and Technology มองว่า เป็นความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์ในการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ประท้วงบานปลายไปกว่านี้

การเห็นประชาชนจากหลายเมืองพากันลงถนนในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ตื่นตระหนกและตระหนักว่าความสามารถในการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อสื่อสารระหว่างกลุ่มชุมนุมในเมืองต่าง ๆ เป็นภัยคุกคามสำคัญ

ดังนั้น หากไม่อยากให้เหตุการณ์ลุกลามเป็นไฟลามทุ่งก็จำเป็นต้องควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตก่อน

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกได้เห็นชาวจีนลงถนนต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นับจากการประท้วงครั้งใหญ่ที่จัตุรัสเทียน อันเหมินในปี 1989

สาเหตุมาจากความไม่พอใจที่ประชาชนมีต่อนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เข้มงวดจนส่งผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศ

ความไม่พอใจของประชาชนนั้นมีให้เห็นมาตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่ส่วนมากจะเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น การประท้วงผ่านถ้อยคำตามห้องน้ำสาธารณะ หรือการแขวนป้ายผ้าประท้วงบนสะพานลอย

แต่ที่เป็นชนวนให้ชาวบ้านกล้าแหกกฎเหล็กออกมาประท้วงกันตัวเป็น ๆ มาจากเหตุไฟไหม้อาคารแห่งหนึ่งในเมืองอุรุมชีของแคว้นซินเจียง ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน ที่ทำให้ผู้เสียชีวิตถึง 10 ราย ซึ่งคนจำนวนมากเชื่อว่าเกิดจากมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดจนทำให้คนที่ติดอยู่ในกองเพลิงหนีออกมาไม่ได้

ความไม่พอใจที่สะสมมาตลอด 3 ปี ล้นทะลักและแพร่กระจายไปยังเมืองอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปักกิ่ง ซีอาน นานกิง อู่ฮั่น เฉิงตู เซี่ยงไฮ้ ไปจนถึงกว่างโจว

สิ่งที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งล้อมปราบทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ มาจากความกังวลที่เห็นข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงเริ่มขยายตัว จากเดิมที่ต้องการแค่ให้ผ่อนปรนมาตรการโควิด มาเป็นการขับไล่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไปจนถึงเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็น “สิ่งต้องห้าม” มาช้านานภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์

โจเซฟ เชง อดีตอาจารย์รัฐศาสตร์จาก City University of Hong Kong บอก CNN ว่า การควบคุมช่องทางการสื่อสาร คือ หนึ่งในมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นการเผยแพร่ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมและการระดมคนให้ออกมาประท้วงมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นบทเรียนจากการเคลื่อนไหว “อาหรับสปริง” ในปี 2011 ที่อินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในทำให้การประท้วงลุกลามไปทั่วตะวันออกกลางอย่างรวดเร็ว

นอกจากรัฐบาลจีนจะส่งตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าล้อมปราบ จับกุม และตามล่าตัวกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว ยังมีการออกกฎไซเบอร์ชุดใหม่โดย Cyberspace Administration of China (CAC) ที่กำหนดให้ทุกเว็บต้องมีระบบการระบุตัวตนของผู้ใช้ผ่านการแสดงบัตรประชาชน หรือให้เบอร์ โทร. ก่อนที่จะอนุญาตให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางของตนได้

รวมทั้งต้องมีระบบจัดอันดับผู้ใช้งานด้วย หากใครโพสต์ความเห็นที่ไม่ “ซื่อสัตย์” จะต้องถูกขึ้นแบนทันที และห้ามกลับมาสมัครใหม่ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องจัดให้มีทีมงานตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาเพื่อสอดส่องและลบคอมเมนต์ที่ผิดกฎหมาย พร้อมรายงานต่อเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ด้วย

แต่นักวิเคราะห์กังขาว่า กฎเหล็กชุดนี้จะใช้ได้ผลเพียงใด เช่น ชงฮี เฟง นักวิชาการด้านจีนศึกษา จาก University of Technology Sydney ที่มองว่า ขนาดปัจจุบันจีนจะมีการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของรัฐที่สุดแสนจะเข้มข้น แต่ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งประชาชนที่กล้าหาญในการออกมาต่อต้านระบอบที่ปกครองประเทศนี้อยู่ดี

การออกกฎใหม่ที่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการเข้าสอดส่อง ทุก “เมนต์” และทุก “ไลก์” เลยกลายเป็นคำถามในทางปฏิบัติว่าจะประสบผลมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนที่ยังคงแผ่ขยายไปเรื่อย ๆ จนแทบมองไม่เห็นว่าจะหาทางสกัดกระแสแห่งความโกรธเกรี้ยวที่เชี่ยวกรากนี้อย่างไร ทางออกที่เป็นไปได้ คือ การใช้ความหวาดกลัวเพื่อกดทับให้สยบยอม แต่เชื้อไฟที่ดูสงบเชื่องอาจเป็นเพียงการรอวันปะทุที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เทค ไทม์ จีน