เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

กม.ใหม่สรรพสามิต “ฝุ่นจาง” 4 เดือนแรกรายได้ทะลุเป้า

08 ก.พ. 2561 | 11:24น.
สัมภาษณ์

หลังจากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อ 16 กันยายน 2560 โดยช่วงแรกเรียกว่า “ฝุ่นตลบ” ปั่นป่วนเกือบทุกกลุ่มสินค้า ขณะนี้ย่างเข้าเดือนที่ 5 ของการบังคับใช้กฎหมายใหม่ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” อธิบดีกรมสรรพสามิตคนใหม่ ที่เข้ามารับไม้ต่อ เมื่อ 1 ตุลาคม 2560 ถึงผลการบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ผ่านมา

โดย “กฤษฎา” กล่าวว่า ต้องให้เครดิตอธิบดีคนก่อนที่วางหลักการกฎหมายใหม่ ซึ่งมี 4 ประเด็น คือ “เป็นธรรม-โปร่งใส-เรียบง่าย-มีประสิทธิภาพ” ทั้งการทำให้กระบวนการจัดเก็บภาษีระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับผู้นำเข้าอยู่บนฐานเดียวกัน และเปลี่ยนฐานภาษีมาใช้ “ราคาขายปลีกแนะนำ” ทั้งสินค้านำเข้าและผลิตในประเทศ ทำให้สะดวกในการจัดเก็บ ลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องไปตรวจสอบราคาหน้าโรงงานที่ยุ่งยาก ทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี

Q : 4 เดือนแรกฝุ่นตลบให้เวลาธุรกิจปรับตัว

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า แนวปฏิบัติตามกฎหมายใหม่จะเน้นเรื่อง “ตรวจสอบภาษี” ผู้ประกอบการมากขึ้น จากกฎหมายเดิมที่เน้น “จัดเก็บ” และ “ปราบปราม” เป็นหลัก โดยใช้การ “ตรวจสอบแนะนำ” ที่เป็น “preaudit” เช่น หากตรวจพบว่าผู้ประกอบการลงบัญชีไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้ผู้ประกอบการเร่งแก้ไขทันที ซึ่งช่วงที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่ให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว และเข้าไปแนะนำให้ผู้ประกอบการเข้าใจกระบวนการตามกฎหมายใหม่ เมื่อตรวจพบว่ามีการแจ้งราคาขายปลีกต่ำกว่าที่แจ้ง โดยเทียบกับ

“ราคาฐานนิยม” ซึ่งเป็นราคาที่กรมสำรวจมา ก็จะแจ้งให้ผู้ประกอบการรีบแก้ไขเสียภาษีเพิ่มหรือปรับลดราคาขาย ในส่วนของราคาฐานนิยมกรมจะตรวจสอบจากร้าน 7-8 ประเภท อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชห่วยต่าง ๆ ซึ่งร้านเหล่านี้จะมีหน้าที่ต้องส่งราคาขายปลีกมาให้สรรพสามิต โดยกรมไม่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจให้วุ่นวาย ซึ่งระยะแรกกรมขอให้ร้านค้าส่งข้อมูลราคาให้ 3 เดือน/ครั้ง เพื่อที่จะนำราคาฐานนิยมที่ได้ ไปตรวจสอบกับราคาที่ผู้ขายสินค้าแจ้ง ซึ่งราคาอาจแตกต่างกันบ้างในแต่ละช่องทาง ตามกฎหมายจะยอมให้แตกต่างกันได้บวก/ลบไม่เกิน 5%

Q : จัดเก็บภาษี 4 เดือนแรกทะลุเป้า

“กฤษฎา” กล่าวอีกว่า ขณะนี้การเก็บภาษีแต่ละสินค้าเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยช่วงตั้งแต่ ต.ค. 2560-ม.ค. 2561 กรมเก็บรายได้ 169,744 ล้านบาท เกินเป้ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งภาษีรถยนต์เก็บได้ 36,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 2,000 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่เก็บได้ 30,563 ล้านบาท จากตลาดรถยนต์ที่เริ่มฟื้นตัว และเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้น

“ยังมีภาษีสุราที่เกินเป้า 300 ล้านบาท และภาษียาสูบเกินเป้า่กว่า 500 ล้านบาท ส่วนภาษีเบียร์ทรง ๆ เพราะช่วงก่อนกฎหมายบังคับใช้ ผู้ประกอบการมีการเร่งผลิตสต๊อกสินค้าไว้ ทำให้ภาษีช่วงแรกหลังกฎหมายออกมาเก็บได้ลดลงไป แต่ตอนนี้ก็เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนภาษีน้ำมันเก็บได้กว่า 60,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย”

ทั้งนี้ ดูภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ตลอดทั้งปี คาดว่าจะเก็บรายได้ตามเป้า 600,000 ล้านบาท แม้จะเป็นเป้าที่มีอัตราเติบโตสูงถึง 9% จากปีก่อนหน้า

Q : “ภาษียาสูบ” กลับสู่ภาวะปกติ

สำหรับภาษียาสูบที่มีปัญหาในช่วงแรก ที่กระทบยอดจัดเก็บภาษีลดลง ทั้งมีผู้ประกอบการออกมาเรียกร้อง อธิบดียืนยันว่า ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ สะท้อนจากผลการจัดเก็บ 4 เดือน ที่ภาษียาสูบเกินเป้าแล้ว 500 ล้านบาท ส่วนข้อเรียกร้องต่าง ๆ ก็คงไม่ต้องปรับแก้อะไร เพราะอีก 2 ปีก็จะเหลืออัตราภาษีเดียวแล้ว จากปัจจุบันมี 2 เทียร์ เพื่อให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว

ส่วนภาษีที่จัดเก็บจากค่าความหวานเครื่องดื่ม “กฤษฎา” กล่าวว่า ตัวนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเรื่องรายได้ภาษีอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปี แต่เน้นส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพมากกว่า ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มเห็นข้อมูลแจ้งภาษีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาก็เป็นเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลง สะท้อนว่าการใช้ภาษีได้ผล

Q : สั่งเช็กข้อมูลทั่ว ปท.หลังบังคับใช้กฎหมาย

“กฤษฎา” กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั่วประเทศ รายงานผลหลังจากการที่ไป “ตรวจสอบแนะนำ” ผู้ประกอบการเข้ามา ว่าแต่ละพื้นที่มีปัญหาอุปสรรคอะไรในทางปฏิบัติบ้าง ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อที่กรมจะได้ปรับปรุงอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการให้ดีขึ้น และเมื่อมีฐานข้อมูล ในระยะต่อไปก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้มากขึ้น

“ตอนนี้ผมให้สรรพสามิตทุกภาคไปสำรวจว่ามีอุปสรรคอะไรในทางปฏิบัติ เมื่อได้ข้อมูลมา ก็จะให้สำนักแผนวิเคราะห์ดู ว่ากรมจะต้องออกระเบียบอะไรในการอำนวยความสะดวกให้เอกชนเพิ่มเติมบ้าง เช่น แบบคำขออนุญาตสุรา ยาสูบ ให้อยู่ในแบบเดียวกันเลย ไม่ต้องกรอกถึง 3 แบบ”

Q : ขยายฐานภาษี “ดูแลสิ่งแวดล้อม-สินค้าบาป”

“กฤษฎา” ยอมรับว่า ในอนาคตกรมต้องมองหา “ฐานภาษีอื่น ๆ” เพิ่มเติม เช่น ภาษีสินค้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภาษีบาปประเภทใหม่ ๆ เป็นต้น เพื่อให้รัฐมีรายได้เหมือนเดิม เพราะนโยบายการส่งเสริมรถยนต์ไฮบริด ที่ลดภาษีลงจากฐานเดิม 50% ก็อาจทำให้รายได้ภาษีรถยนต์ รวมถึงภาษีน้ำมันลดลงไป

ส่วนโจทย์ในช่วง 6 เดือนหลัง “กฤษฎา” บอกว่า จะเน้นปรับปรุงกฎระเบียบให้ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการมากขึ้น อาทิ การยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ต หรือขอใบอนุญาตต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพจัดเก็บ โดยนำระบบไอทีเข้ามา ซึ่งกรมมีระบบให้สรรพสามิตพื้นที่รายงานข้อมูลเข้ามาที่ส่วนกลาง “แบบเรียลไทม์” และแสดงผลเป็นแผนที่ทำให้สามารถเห็นได้ทันทีว่าพื้นที่ตรงไหน “สีแดง” ก็คือเก็บรายได้ต่ำ ก็ต้องเข้าไปจี้หรือดูข้อมูลมากขึ้น

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวทิ้งท้ายว่า รูปแบบการทำงานของสรรพาสามิตจะเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์ธุรกิจกับผู้ประกอบการมากขึ้น วิธีการเข้าไป “ตรวจสอบแนะนำ” จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้ เพราะไม่เช่นนั้นบางทีกว่าจะเจอการกระทำผิดผู้ประกอบการก็หายตัวไปแล้ว แต่ถ้าเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์ตั้งแต่แรก ก็สามารถดึงเข้าสู่ระบบมากขึ้น รวมทั้งการเปิดรับฟังปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพราะต้องถือว่าผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สร้างรายได้ให้กับกรมปีละ 6-7 แสนล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฤษฎา จีนะวิจารณะ การเงิน