เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
ดูทั้งหมด

SMEs ส่งออกเครื่องเงินผวา ผู้ซื้อขอเช็ก รง.-กม.ฟอกเงินกระทบส่งออก-

08 ก.พ. 2561 | 07:00น.

เอสเอ็มอีเครื่องประดับเงินไทยกระอัก เจอปัญหาหลายเด้งกระทบส่งออกปี’61 หลายประเทศออกกฎตรวจรับรองโรงงานผ่านถึงให้นำเข้า ขณะที่กฎหมายฟอกเงินคุมเข้มผู้ซื้อต่างประเทศยังหนักอก แถมหลายประเทศหันมาทำเครื่องประดับเงินส่งออก “เวียดนาม” คู่แข่งสำคัญใช้สิทธิ์ GSP ได้เปรียบไทย เป้าหมายส่งออกปี’61 ขยายตัว 3-5%

นายวิบูลย์ หงส์ศรีจินดา นายกสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การส่งออกเครื่องประดับเงินในปี 2561 จากการประเมินเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3-5% โดยกลุ่มผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีศักยภาพในการแข่งขันสามารถผลักดันให้เติบโตได้ ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ซึ่งมีประมาณ 35% ของผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินยังประสบปัญหาและอุปสรรคหลายด้าน ทั้งปัญหาการไม่ได้สิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) พ่อค้าคนกลาง ซึ่งปกติจะรับซื้อไปจำหน่ายต่อเริ่มหยุดรับซื้อ เนื่องจากความต้องการหายจากเศรษฐกิจไม่ดี โดยเฉพาะตลาดยุโรปการไม่ได้สิทธิ์ GSP ส่งผลให้สินค้าไทยมีราคาสูงกว่าคู่แข่ง

ขณะเดียวกันประเทศผู้นำเข้าเริ่มวางกติกาว่า สินค้าที่จะส่งเข้าไปขายต้องผลิตจากโรงงานที่ผ่านการตรวจรับรองเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เอสเอ็มอีไทยไม่มีโรงงาน ขณะเดียวกันการขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่มีขั้นตอนและระเบียบที่ยุ่งยาก ทำให้ผู้ส่งออกรายย่อยไม่สามารถดำเนินการได้ แต่เอื้อให้นักลงทุนต่างชาติมากกว่า ทั้งเรื่องของพื้นที่ เงินลงทุน เครื่องจักร การดูแลไม่ให้มีมลภาวะทำลายสิ่งแวดล้อม

รวมถึงเรื่องพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่กำหนดให้บริษัทผู้ผลิต ผู้ส่งออกเครื่องประดับ ต้องส่งรายละเอียดของผู้ซื้อ หรือผู้นำเข้าให้กับ ปปง. เมื่อซื้อสินค้าในมูลค่าที่กำหนดในกฎหมาย ยกตัวอย่าง ซื้อสินค้ามูลค่า 100,000 บาทขึ้นไปให้ส่งรายละเอียดของผู้ซื้อ กรณีนี้หากซื้อขายภายในประเทศอาจจะไม่มีปัญหา ผู้ซื้ออาจจะยินยอมให้ข้อมูลได้ แต่กรณีผู้ซื้อจากต่างประเทศ หากขอข้อมูลที่มาที่ไปของลูกค้า อาจจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจถึงการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการซื้อขายและการส่งออกสินค้า

นายวิบูลย์กล่าวต่อไปว่า ยังมีประเด็นเรื่องของการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการคืนภาษีให้อย่างรวดเร็วเพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถนำเงินดังกล่าวไปเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจ เนื่องจากขั้นตอนในปัจจุบันล่าช้ามาก

“ในอดีตไทยมีอินเดียเป็นคู่แข่งสำคัญ แต่ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มหันมาทำตลาดส่งออกเครื่องประดับเงิน เช่น เวียดนาม กัมพูชา จีน เมียนมา แม้ตอนนี้ยังส่งออกไม่มาก แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเวียดนามได้สิทธิ์ GSP ขณะที่สินค้าเครื่องเงินของจีนขายในราคาถูกกว่าไทย” นายวิบูลย์กล่าวและว่า

นายวิบูลย์กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งนั้นไม่มีผลกระทบมากนัก ขณะที่ตัวโลหะเงินแม้มีความผันผวนในเรื่องราคา ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 17.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่ไม่ได้ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตหรือการส่งออก ผู้ส่งออกสามารถปรับตัวได้เนื่องจากเป็นปัจจัยที่รับมือได้เนื่องจากรู้ถึงสถานการณ์ ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

สำหรับปัจจัยสนับสนุนการส่งออกในปี 2561 ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมาช่วย เช่น การผลักดันตลาดส่งออกใหม่และในการรักษาตลาดเดิม การพาไปร่วมงานแสดงสินค้า เพื่อสร้างการรับรู้สินค้า โปรโมตสินค้าไทยให้กับลูกค้าใหม่ การช่วยงานวิจัยและนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าเครื่องประดับเงินไทย

อย่างไรก็ดี ตลาดสำคัญยังต้องรักษาไว้ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐ ยุโรป ฮ่องกง เป็นต้น ขณะที่ภาพรวมการส่งออกเครื่องประดับเงินปี 2560 มูลค่า 1,789 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยาย 14.74% โดยเฉพาะตลาดที่ขยายตัวดี ได้แก่ เยอรมนี สหรัฐ จีน ฮ่องกง

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”