เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

KBank Private Banking เปิด 3 ปัจจัย หนุนตลาดเพิ่มพอร์ตลงทุน-ลดกำเงินสด

08 ก.พ. 2566 | 17:25น.
หุ้น

KBank Private Banking และ Lombard Odier เปิด 3 ปัจจัย “เงินเฟ้อลด-วิกฤตพลังงานผ่านจุดเลวร้าย-จีนเปิดประเทศ” หนุนนักลงทุนทั่วโลกหันลงทุน ลดกำเงินสด หลังปีก่อนตลาดผันผวนตลาดหุ้น-ตราสารหนี้ขาดทุน

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวศิริพร สุวรรณการ Senior Managing Director, Financial Advisory Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในปี 2566 ภายใต้จุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากปีก่อนธนาคารกลางประเทศหลักปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การลงทุนในตลาดหุ้น และตราสารหนี้มีผลขาดทุนทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี ในปี 2566 ได้มีการเปลี่ยนแปลง 3 ด้านด้วยกัน คือ 1.แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเริ่มปรับลดลง แต่จะมีเพียงเงินเฟ้อภคบริการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังไม่สามารถกดลงได้ Lombard Odier จึงมองว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบเดือนมี.ค.นี้อีก 0.25% และในรอบการประชุมเดือนพ.ค.โดยจะดูจากตัวเลขเศรษฐกิจเป็นสำคัญในการพิจารณา แต่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุด (Terminal Rate) ของเฟดจะไปอยู่ที่ระดับ 5.00-5.25%

ด้าน 2.ราคาพลังงานได้ผ่านจุดเลวร้ายไปแล้ว เนื่องจากความต้องการใช้พลังงานในยุโรปไม่ได้สูงตามคาดการณ์ ส่วนหนึ่งมาจากอากาศที่ไม่ได้หนาวรุนแรง ส่งผลให้อัตราการสำรองพลังงานขณะนี้ของยุโรปอยู่ในระดับสูงถึง 60% จึงสามารถหลีกเลี่ยงวิกฤตพลังงานได้ รวมถึงสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ได้ อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนต่อ

และ 3.นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน ทำให้จีนมีการเปิดประเทศเร็วกว่าที่คิด และคาดว่าจะไม่มีนโยบายกลับไปปิดประเทศอีก ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนดีต่อเนื่องโดยคาดว่าจะขยายตัวในระดับ 5-5.5% สอดคล้องกับตลาดหุ้นจีนปรับตัวดีขึ้น 50% และจากการเปิดประเทศของจีนจะช่วยดันเศรษฐกิจโลกให้ Pick Up ดีขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ดังนั้น จากปัจจัยทั้ง 3 ด้าน มองว่า การจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) ในปีนี้ จะเริ่มเห็นสัญญาณการถือเงินสด (Cash) น้อยลง เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสัดส่วนการลงทุนผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงระดับกลาง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

เช่น Hedge Funds และสินทรัพย์นอกตลาด ควบคู่กับการกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้นโลก ในธีม Winner of the New Economy หุ้นจีนและเอเชียในธีม The Rise of China and Asia และกองทุนด้านความยั่งยืน รวมทั้งกองทุนผสมอย่าง K-ALLROAD Series เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ต

“ภาพรวมเราเห็นลูกค้านำเงินสดมาลงทุนมากขึ้น โดยเราแนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น เพราะจะได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยขาขึ้นที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1-3% และลงทุนทางเลือกใน Hedge Funds ในกองทุน Global Macro ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถซื้อและขายได้ในตลาดหุ้น ตราสารหนี้ หรืออัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งในมุมสกุลเงินเราชอบดอลลาร์น้อยกว่าเยน-ญี่ปุ่น หรือ เรียล-บราซิล มากกว่า หยวน-จีน เพราะเรียลให้ Yield สูงกว่า”

นายสเตฟาน มูนิเยร์ Group Managing Director, Chief Investment Officer, Banque Lombard Odier & CIE SA และนายโฮมิน ลี (Mr. Homin Lee), Asia Macro Strategist, Lombard Odier (Hong Kong) Ltd. เปิดเผยว่า มุมมองการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ พบว่า

หันมาโฟกัสตลาดหุ้นในฝั่งเอเชีย ตลาดเกิดใหม่ (EM) รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย แต่การลงทุนจะเห็นว่ายังคงให้น้ำหนักตามมูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดนั้นๆ โดยเชื่อว่า หากตลาดทุนไทยมีการพัฒนามากขึ้น จะส่งผลให้มาร์เก็ตแคปเติบโตมากขึ้นและดึงดูดให้นักลงทุนเพิ่มน้ำกนักในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน การเปิดประเทศของจีน จะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้น และจะเห็นรายได้จากท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/2565 เป็นหลัก และทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยกลับมาเป็นบวกได้ แต่ก็มีความเสี่ยงหากจีนเปิดประเทศจะมีเรื่องของการย้ายฐานการผลิต เข่น ตลาดเวียดนาม เป็นต้น

“หุ้นไทย มองว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่สมดุลมากขึ้น จะเห็นว่าทุกค่ายปรับจีดีพีไทยขึ้น โดย Lombard Odier มองว่าน่าจะโตได้ 3-4% และปัญหาเงินเฟ้อยังไม่จบแต่สอดคล้องกับทั่วโลกที่ทยอยปรับลดลง ซึ่งมีความกัลวล 2 เรื่อง ภาคการส่งออกที่ถูกกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอ ซึ่งไม่รู้ว่าจะสั้น ยาว และแรงหรือเบา แต่จะกระเทือนต่อภาคการผลิต แต่จีนเปิดประเทศเป็นบวกต่อภาคการท่องเที่ยว

ดังนั้น ภาพรวมมองว่าหุ้นไทย หากเศรษฐกิจดีขึ้นน่าจะเห็น SET Index เป็นบวกเพิ่มขึ้น 100 จุด ส่วนกลุ่มที่เลือกลงทุน ควรเน้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงินที่ลงทุนในบอนด์ระยะยาวเยอะๆ กลุ่มเหล่านี้น่าลงทุน”