ชัชชาติประกาศแท้งค่าธรรมเนียมขยะยุคอัศวิน เตรียมออกข้อบัญญัติใหม่จูงใจคนแยกขยะ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยเกี่ยวกับการประกาศใช้ค่าธรรมเนียมการจัดเก็บและกำจัดขยะ ว่าขณะนี้ทางทีมผู้บริหารอยู่ระหว่างการยกร่างข้อบัญญัติเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการจัดเก็บและกำจัดขยะฉบับใหม่
เนื่องจากฉบับเดิมนั้นมีเพียงการเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมการจัดเก็บและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะ โดยขาดการกำหนดแรงจูงใจให้ประชาชนแยกขยะ จึงจะต้องมีการยกร่างข้อบัญญัติฉบับใหม่ขึ้นมาให้มีความครบถ้วน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อัตราค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะของกรุงเทพมหานครเริ่มมีการกำหนดตั้งแต่สมัยผู้ว่าสมัคร สุนทรเวช ทางกรุงเทพมหานครได้มีการประกาศอัตราค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะเป็นครั้งแรก ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมและขนส่งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. 2546 ในอัตราวันละไม่เกิน 20 ลิตร 40 บาท
หนึ่งวันเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตรในอัตรา ตามค่าเก็บขนทุก 20 ลิตรละ 40 บาท เกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. คิดในอัตราเดือนละ 2,000 บาท เกินวันละ 1 ลบ.ม. คิดในอัตรา ลบ.ม. ละ 2,000 บาท
ก่อนต่อมาในปี 2548 ยุคผู้ว่าอภิรักษ์ โกษะโยธิน เห็นว่าการจัดเก็บขยะในปริมาณต่ำกว่า 20 ลิตรมีจำนวนน้อยกว่า 10 ลิตร จึงควรที่จะลดค่าธรรมเนียมเฉพาะผู้ก่อให้เกิดขยะไม่เกิน 20 ลิตรลงเหลือ 20 บาทต่อเดือน โดยออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการเก็บและขนส่งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. 2548
และในปี 2562 ในสมัยผู้ว่าอัศวิน ขวัญเมือง ได้มีการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการเก็บและขนส่งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. 2562 ที่กำหนดอัตราจัดเก็บดังต่อไปนี้
• กรณีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร เดือนละ 40 บาท
• กรณีปริมาณวันหนึ่งเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตร คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 20 ลิตร ในอัตราหน่วยละ 70 บาท
• กรณีวันหนึ่งเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. ในอัตรา 2,650 บาท
• และกรณีเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดอัตรา 1 ลบ.ม. เป็นหน่วย หน่วยละ 3,500 บาท
และอัตราค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะดังต่อไปนี้
• กรณีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร เดือนละ 40 บาท
• กรณีปริมาณวันหนึ่งเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตร คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 20 ลิตร ในอัตราหน่วยละ 65 บาท
• กรณีวันหนึ่งเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. ในอัตรา 2450 บาท
• และกรณีเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดอัตรา 1 ลบ.ม. เป็นหน่วย หน่วยละ 3,250 บาท
แต่อย่างไรก็ดีข้อบัญญัติดังกล่าวถูกเลื่อนการจัดเก็บมาแล้วหลายครั้ง ได้แก่ ยุคผู้ว่าอัศวิน ขวัญเมือง 3 ครั้งคือในปี 2562 ให้เริ่มจัดเก็บ 1 ต.ค. 2563 ในปี 2563 ให้จัดเก็บในวันที่ 1 ต.ค. 2564 และในปี 2564 ให้เลื่อนการจัดเก็บเป็น 1 ต.ค. 2565
และในยุคผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธ์ 1 ครั้ง คือในปี 2565 เลื่อนการจัดเก็บเป็น 1 ต.ค. 2566
สำหรับเหตุผลในการเลื่อนในยุคบองผู้ว่าชัชชาติ คือด้วยเหตุว่าผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์ Covid-19 การเพิ่มค่ากำจัดขยะจะเป็นการซ้ำเติมประชาชน
ซึ่งการจัดเก็บรูปแบบใหม่นี้จะทำให้ผู้ผลิดขยะมากในระดับมากกว่า 1 ลบ.ม. ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มมากกว่าเดิมประมาณ 3 เท่า จากเดิม 2 พันบาท เป็น 6,750 บาทต่อหน่วย
ทางกรุงเทพมหานครมีการประมาณการรายได้จากค่าธรรมเนียมการเก็บขนและกำจัดขยะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาทต่อปี จากเดิมมีเพียงค่าธรรมเนียมการเก็บขนประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี