เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
ดูทั้งหมด

รัสเซีย ยูเครน : สงครามสร้างปมบาดหมางในครอบครัวชาวรัสเซีย

21 ก.พ. 2566 | 10:22น.

อูเลียนาร่ำไห้ในขณะที่โลงศพของน้องชายกำลังถูกหย่อนลงในหลุมศพ

นักแสดงสาวชาวรัสเซียวัย 37 ปี อยู่ในงานศพของ วาเนีย น้องชายวัย 23 ปีที่เป็นทหารและเสียชีวิตในการสู้รบที่ยูเครน

“พวกเขาบอกว่าน้องตายเยี่ยงวีรบุรุษ ฉันคิดในใจว่า ‘นั่นหมายความว่ายังไง เยี่ยงวีรบุรุษ’ มันช่างไร้สาระสิ้นดี ฉันไม่อยากให้น้องชายเป็นวีรบุรุษผู้ล่วงลับ”

แต่สำหรับ บอริส พ่อของอูเลียนา ที่แม้จะเต็มไปด้วยความเศร้าโศก แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่วาเนียสละชีพในการต่อสู้เพื่อมาตุภูมิ

บอริสมองว่าสงครามครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของรัสเซียกับ “รัฐบาลที่พร่ำสอนลัทธิฟาสซิสต์” ซึ่งเป็นวาทกรรมที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานยูเครน เพื่อปลดปล่อยชาวยูเครนจากแนวคิดนาซี และจากรัฐบาลยูเครนที่ก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานยืนยันใด ๆ

อูเลียนาอธิบายความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างเธอกับพ่อว่า “ก่อนจะเกิดเรื่องกับวาเนีย พวกเราไม่เคยคุยกันเรื่องสงคราม…แต่หลังจากน้องเสีย พวกเราก็ทะเลาะกันเรื่องสงครามอย่างรุนแรง”

Uliana at her brother Vanya's funeral

Anastasia Popova
อูเลียนาที่งานศพของวาเนีย

ในหนังสารคดีชุดใหม่ทางรายการ Storyville ของบีบีซีนำเสนอเรื่องราวระหว่างพ่อกับลูกสาวคู่นี้ที่ถกเถียงเรื่องสงครามในยูเครน ซึ่งเป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นในหลายครอบครัวของรัสเซีย

การหยั่งรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของชาวรัสเซียที่มีต่อสงครามที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากรัสเซียมีกฎหมายห้ามแสดงความคิดเห็นในเชิงที่จะสร้างความเสื่อมเสียต่อกองทัพ หรือการเรียก “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ในยูเครนว่า “สงคราม”

แต่ในการสำรวจความเห็นที่เผยแพร่ในเดือน พ.ย. 2022 โดยองค์กรวิจัยอิสระของรัสเซียแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกันของคนรุ่นต่าง ๆ โดยพบว่า 75% ของผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นอายุ 40 ปีขึ้นไปบอกว่าพวกเขาสนับสนุนสงครามครั้งนี้ ขณะที่คนอายุ 18-24 ปีที่สนับสนุนมีอยู่ 62%

อนาสตาเซีย โปโปวา บอกว่า นี่เป็นภาพสะท้อนสิ่งที่เธอได้พบเจอในระหว่างการเดินทางไปถ่ายทำหนังสารคดีเรื่องนี้ทั่วรัสเซีย

“ฉันได้เห็นความขัดแย้งระหว่างคนในครอบครัว ลูกส่วนใหญ่มักมีความเห็นต่อต้านสงคราม ในขณะที่พ่อแม่ ซึ่งเป็นคนในยุคสหภาพโซเวียตที่ดูโทรทัศน์ของทางการทั้งวันทั้งคืนให้การสนับสนุนการทำสงครามในยูเครน ฉันก็มีความขัดแย้งแบบเดียวกันในครอบครัว” อนาสตาเซียกล่าว พร้อมเล่าว่าพ่อของเธอก็เป็นอีกคนที่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย

ในขณะที่คนรุ่นพ่อแม่รับฟังข่าวสารต่าง ๆ จากสื่อของทางการรัสเซีย แต่หนุ่มสาวรัสเซียอย่างอูเลียนา มักเลือกรับข่าวสารจากช่องทางอื่น เช่น ยูทิวบ์ และโซเชียมีเดีย

“ขอโทษที่ฉันไม่รู้จะบรรยายความเศร้าข้างในได้” อูเลียนากล่าว

อนาสตาเซียบอกว่า ยิ่งออกไปนอกพื้นที่เมืองใหญ่ การสนับสนุนสงครามก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้พบเจอกับตนเองในระหว่างการถ่ายทำงานศพของวาเนียที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากกรุงมอสโกไป 97 กม.

อูเลียนาก็รับรู้ถึงเรื่องนี้เช่นกัน

“ตอนที่ฉันเฝ้ามองผู้คนเหล่านั้น ฉันสัมผัสได้ว่าพวกเขาเชื่อสิ่งที่พวกเขาพูดออกมาจริง ๆ ว่า วาเนียตายเยี่ยงวีรบุรุษ ผู้รักชาติที่แท้จริงที่ปกป้องมาตุภูมิของเขา”

“ฉันรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เราช่วยปกป้องใครกันแน่ พวกผู้ชายของเราต้องตายไปเพื่ออะไร ฉันไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิตว่าน้องชายของฉันจะถูกนำตัวกลับมาในโลงสังกะสี” อูเลียนากล่าว

วาเนียเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 4 คน และเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว

“เขาเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวน” อูเลียนาบอก

บอกริสเล่าว่าลูกชายได้รับการศึกษาในหลายแขนง ทั้งในโรงเรียนศิลปะ โรงเรียนดนตรี และกีฬา “ผมทุ่มเททุกอย่างที่ผมเคยใฝ่ฝันให้ลูกคนนี้”

หลังย้ายออกจากบ้าน วาเนียก็เข้าเรียนด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในกรุงมอสโก นอกจากนี้ยังทดลองด้านการแสดง ซึ่งรวมถึงที่โรงละครบอลชอยอันเลื่องชื่อ

บอริสมองว่าการเข้าสู่แวดวงการแสดงทำให้วาเนียต้องอกหักช้ำรัก หลังไปตกหลุมรักหญิงสาวที่ยังไม่อยากแต่งงาน

แต่สำหรับอูเลียนามองว่าน้องชายมีความสุขในการทำงานที่โรงละคร แต่พ่อของเธอมักโทษว่ามันคือจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่วิกฤตในชีวิตของวาเนีย

บอริสเล่าว่า ผู้คนที่โรงละครมีความคิดเชิงลบต่อรัสเซีย และมองว่าประวัติศาสตร์ชาติเป็นเรื่องไร้สาระ แต่วาเนียมีความเห็นต่างออกไป เขาจึงตัดสินใจไปเข้าร่วมกับกองทัพ

วาเนียเข้าร่วมกองทัพในฐานะทหารเกณฑ์ จากนั้นก็สมัครเข้าร่วมหน่วยนาวิกโยธินที่มีฐานทัพอยู่ในเมืองสวาสโตโปล ในไครเมีย ช่วงที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนในเดือน ก.พ.ปีก่อน

ตอนนั้น วาเนียได้รับคำสั่งให้โทรศัพท์บอกลาครอบครัว ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปสู้รบที่เมืองมาริอูโปล

อูเลียนาเล่าเหตุการณ์วันนั้นว่า “เราคุยกันอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง…น้องน้ำตาคลอเบ้า ฉันพูดว่า ‘วาเนียให้พี่ดูหน่อยว่าเรามีอะไรอยู่ตรงนั้น’ เขาหยิบปืนกลให้ฉันดู เหมือนเขาให้ฉันดูของเล่นในตอนเด็ก”

บอริสก็มีคลิปลูกชายที่พูดว่า “สวัสดีทุกคน ผมจะเขียนถึงเมื่อไปถึงที่นั่น กอดและจูบ”

“นี่คือถ้อยคำสุดท้ายของเขา” บอริสบอก

Vanya calling his family before leaving for the front line

Anastasia Popovaa
วาเนียโทรศัพท์หาครอบครัวก่อนออกเดินทางไปรบในเมืองมาริอูโปล

วาเนียเสียชีวิตใกล้โรงงานเหล็กอะซอฟสตาล ในเมืองมาริอูโปล เมื่อ 15 มี.ค.

ความตายของเขาทำให้มุมมองเรื่องสงครามที่ขัดแย้งกันระหว่างอูเลียนากับบอริสเด่นชัดขึ้น

บอริสบอกลูกสาวว่าเธอยังเล็กเกินไปที่จะจดจำสิ่งที่เรียกว่า “ภราดรภาพ” แห่งสาธารณรัฐของสหภาพโซเวียต เขาชี้ว่าการล่มสลายของมันได้ “ทำลายจิตวิญญาณของคนรุ่นหลังจำนวนมาก และฝังความเชื่อในหัวว่าคนรัสเซียคือศัตรู”

ภาษาของบอริสตอกย้ำคำพูดของประธานาธิบดีปูตินที่เรียกการล่มสลายของสหภาพโซเวียตว่า “หายนะทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20” ซึ่งยูเครนได้ประกาศเอกราชหลังจากโซเวียตล่มสลายในปี 1991 ได้ไม่นาน

ในหนังสารคดีเรื่องนี้ อนาสตาเซียบันทึกเหตุการณ์ที่อูเลียนาไปท่องเที่ยวในจอร์เจีย และคุยเรื่องสงครามกับเพื่อนในระหว่างการทานอาหารค่ำ

อูเลียนาพูดว่า “ฉันอยากจะเชื่อว่าน้องชายฉันไม่ได้ตายไปโดยเปล่าประโยชน์ ฉันอยากสร้างความชอบธรรมให้การสูญเสียครั้งนี้…”

ที่บ้านของครอบครัวมีการตั้งหิ้งเล็ก ๆ เพื่อรำลึกถึงวาเนีย ซึ่งมีดินที่เก็บมาจากเมืองมาริอูโปลอันเป็นสถานที่ที่เขาเสียชีวิต และบางครั้งอูเลียนากับบอริสจะยืนอยู่ที่หน้าหิ้งนี้ด้วยกัน

อูเลียนาบอกว่า แม้เธอกับพ่อจะมีความเห็นแตกต่างกัน แต่เธอยังต้องการรักษาความสัมพันธ์กับเขาไว้

“ฉันไม่อาจเปิดศึกกับพ่อได้ ฉันไม่อาจพูดว่า ‘หนูเกลียดพ่อ เพราะเรามีความเห็นต่างกัน’ สิ่งที่ฉันพูดได้ก็คือ ‘พ่อคะ หนูไม่เห็นด้วย’ นี่คือสิ่งที่ฉันจะพูดได้”

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน สงคราม