เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ดูทั้งหมด

ส่องรายได้-กำไร สื่อทีวีในตลาดหุ้น ปี 2565 กับเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง

06 มี.ค. 2566 | 18:21น.
Television โทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์

ส่องผลประกอบการ รายได้ และกำไร กลุ่มธุรกิจสื่อโทรทัศน์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2565 กับปัจจัยเรื่องเม็ดเงินโฆษณาที่ยังลดลง

วันที่ 6 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อโทรทัศน์ไทยที่อยู่กับพวกเรามาชั่วลูกชั่วหลาน มาวันนี้อาจกำลังจะล่มสลายได้เพราะไลฟ์สไตล์คนดู ในโลกของยุคอุปกรณ์พกพาและอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้เราทุกคนไม่เปิดดูทีวี เพราะสามารถเสพสื่อได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านช่องทางออนไลน์หลากหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางรายได้เม็ดเงินโฆษณา

รายได้เม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวี ลดลง 1.4%

โดบพบว่าเม็ดเงินโฆษณาภาพรวมในประเทศไทยในปี 2565 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 99,000 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.8% จากปีก่อน แต่เม็ดเงินโฆษณาสื่อโทรทัศน์มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 61,800 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 1.4%

สาเหตุที่เม็ดเงินโฆษณาสื่อโทรทัศน์ไม่เติบโตนั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อตั้งแต่กลางไตรมาส 2/2565 และทวีความรุนแรงขึ้นในไตรมาส 3/2565 (อ้างอิงรายงาน โดย บมจ.เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ONEE) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ)

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปสำรวจผลประกอบการในปี 2565 ของช่องทีวีดิจิทัลที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทยว่ามีทิศทางรายได้และผลกำไรเป็นอย่างไรบ้าง

ช่อง 3 รายได้ขายเวลาโฆษณา ลดลง 8%

เริ่มกันที่ บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) หรือช่อง 3 พบว่าปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงาน 5,115 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (ไม่รวมรายได้อื่น) มาจากรายได้จากการขายเวลาโฆษณา 4,449 ล้านบาท ลดลง 8% และรายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น 666 ล้านบาท ลดลง 21.3%

โดย BEC ให้เหตุผลว่า มาจากผลกระทบความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ต้นปีได้ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อมีการขยับสูงขึ้นจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น จึงทําให้กําลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เกษตรกรรมในหลายจังหวัดในช่วงเดือน ก.ย.ต่อเนื่องเดือน ต.ค. 2565

และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างชัดเจนจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่อลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลให้กําลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทําให้ผู้ผลิตยังไม่สามารถปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นได้เท่ากับอัตราต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น หลายบริษัทจึงประหยัดค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา และใช้งบโฆษณาทางโทรทัศน์ลดลง ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 607 ล้านบาท ลดลง 20.3% จากปีก่อนหน้า

สำหรับมุมมองผู้บริหารระบุว่า แผนกลยุทธ์ในการดําเนินธุรกิจระยะยาว กลุ่มบีอีซีวางแผนที่จะปรับโครงสร้างรายได้ โดยลดการพึ่งพิงรายได้โฆษณาทางโทรทัศน์ลง และเพิ่มรายได้ในส่วนของดิจิทัลแพลตฟอร์ม การจําหน่ายลิขสทธิ์คอนเทนต์ไปต่างประเทศ และธุรกิจใหม่ให้มากขึ้น

สําหรับการผลิตละคร บริษัทมีแผนให้ BEC Studio เป็นหนึ่งในกําลังหลักในการผลิตละคร ซีรีสี์ และภาพยนตร์ที่ปรับวิธีการทํางานและการผลิตคอนเทนต์ให้มีความเป็นสากลมากขึ้น เพื่อรองรับการทําตลาดทั้งในและต่างประเทศให้มากขึ้น

ช่อง ONE กำไรดิ่ง 10.9%

ต่อมาคือ บมจ.เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ONEE) หรือช่อง ONE 31 พบว่ามีรายได้จากการดำเนินงาน 6,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากปีก่อน โดยรายได้จากการบริการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ และบริการเวลาออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ มีจำนวน 2,938 ล้านบาท ลดลง 1.9% เนื่องจากไตรมาส 4/2565 เป็นต้นมา กลุ่มบริษัทใช้กลยุทธ์รีรันการออกอากาศรายการเพื่อบริหารต้นทุน ส่งผลให้ราคาขายโฆษณาต่อนาทีลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

ในขณะที่รายได้จากการบริการรับจัดคอนเสิร์ตและบริหารกิจกรรมมีจำนวน 301 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 705.9% ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 738 ล้านบาท ลดลง 10.9%

ช่องเวิร์คพอยท์ กำไรหด 47%

ถัดมาคือ บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) หรือช่องเวิร์คพอยท์ 23 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน (ไม่รวมรายได้อื่น) โดยรายได้หลักจากธุรกิจรายการโทรทัศน์ ประกอบด้วย รายได้จากการขายโฆษณาและโปรโมตช่วงเวลาต่าง ๆ ของสถานี และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของบริษัท

รวมถึงรายได้จากการให้เช่าช่วงเวลาให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อออกอากาศรายการโทรทัศน์ และรายได้รับจ้างผลิตรายการ และรายได้จำหน่ายลิขสิทธิ์รายการไปยังต่างประเทศมีจำนวน 2,087 ล้านบาท ใกล้เคียงจากปีก่อน

แม้สถานการณ์โควิดจะคลี่คลายลงแล้วแต่ธุรกิจรายการโทรทัศน์ยังคงได้รับผลกระทบจากการลดลงของเม็ดเงินโฆษณาผ่านช่องทางโทรทัศน์ เนื่องจากสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจรายการโทรทัศน์ยังคงทรงตัว และส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 171 ล้านบาท ลดลง 47%

ช่อง 9 ขาดทุน 41 ล้าน รายได้โทรทัศน์ลดลง 13%

ต่อมาคือ บมจ. อสมท (MCOT) หรือช่อง 9 MCOT 30 ในปี 2565 มีผลขาดทุน 41 ล้านบาท ลดลง 125% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,408 ล้านบาท ลดลง 11% เป็นผลจากรายได้ของธุรกิจหลักที่เป็นสื่อดั้งเดิม (โทรทัศน์และวิทยุ) ลดลง 12% โดยธุรกิจโทรทัศน์มีรายได้ 414 ล้านบาท ลดลง 13% โดยลดลงจากโครงการประชาสัมพันธ์หน่วยงานภาครัฐ ในรายการประเภทข่าวเป็นหลัก

ส่งผลให้รายได้จากรายการข่าวลดลง 22% แม้ว่า MCOT จะมีรายได้จากธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน (BNO) เพิ่มขึ้น 6% และธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 38% ก็ตาม

ช่อง AMARIN รายได้ธุรกิจทีวีดิจิทัลทรงตัว

ถัดมาคือ บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง (AMARIN) มีรายได้รวม 4,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.4% และมีกำไรสุทธิ 474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.5% โดยในส่วนรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีดิจิทัล (AMARIN TV 34) ยังคงรักษาระดับรายได้ไว้ได้ โดยมีรายได้ 1,287 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีรายได้ 1,282 ล้านบาท แม้ว่ายอดในการซื้อสื่อทีวีดิจิทัลในอุตสาหกรรมจะมีมูลค่ารวมที่ลดลง

ช่อง MONO รายได้โฆษณาลด 9.6%

และ บมจ.โมโน เน็กซ์ (MONO) มีรายได้รวม 2,091 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 69.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.3% แต่รายได้โฆษณาลดลง 9.6% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับกลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณา สาเหตุหลักเกิดจากภาพรวมเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวช้าทำให้งบโฆษณายังคงทรงตัว

โดยมุมมองผู้บริหารปี 2566 สำหรับธุรกิจทีวีดิจิทัล MONO29 มุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด โดยปรับเพิ่มรูปแบบรายการและผังรายการใหม่เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

ช่อง JKN รายได้โฆษณาลดลง 34%

ในส่วน บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) มีรายได้รวม 2,669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.91% และมีกำไรสุทธิ 583.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236.04% จากปีก่อน แต่สำหรับรายได้ค่าโฆษณาซึ่งเป็นรายได้จากการให้บริการเวลาเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

ทางสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ช่อง JKN18 (ดำเนินการบริหารสถานีเองตั้งแต่ เม.ย. 2564 เป็นต้นมา) ทางสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ในช่วงเวลาที่รายการข่าวที่ผลิตโดยสถานีข่าวของบริษัทย่อย ภายใต้ชื่อ JKN-CNBC มีรายได้จากการให้บริการ 17.88 ล้านบาท ลดลง 34.81% จากปีก่อน โดยลดลงจากการขายโฆษณาในช่อง JKN 18

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อหลายธุรกิจในประเทศ จึงทำให้หลายบริษัทในประเทศมีการลดงบประมาณในการใช้สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ลง นอกจากนี้ ทางช่อง JKN18 อยู่ระหว่างการปรับผังรายการเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและเพิ่มเรตติ้งของช่องให้ดีขึ้น