Skip to content

สตาร์ตอัพ “อินเดีย” ขาลง เม็ดเงินเหือดแห้ง-มูลค่าธุรกิจดิ่ง

23 เม.ย. 2566 | 18:45น.
สตาร์ตอัพ “อินเดีย” ขาลง เม็ดเงินเหือดแห้ง-มูลค่าธุรกิจดิ่ง

ยุคที่อัตราดอกเบี้ยพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในบริษัท “สตาร์ตอัพ” ทั่วโลก โดยเฉพาะ “อินเดีย” ที่มีเงินทุนจากต่างชาติเข้ามาค่อนข้างสูง ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการประเมินมูลค่าของบริษัทสตาร์ตอัพอินเดียที่ลดลงอย่างมาก และเสี่ยงที่จะกระทบต่อเนื่องไปถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย

รอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงไตรมาส 1/23 บริษัทสตาร์ตอัพอินเดียสามารถระดมทุนได้ราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 75% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และเป็นสถิติการระดมทุนรายไตรมาสที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ตามข้อมูลของบริษัทวิจัย “ซีบี อินไซต์ส”

ซึ่งหากการระดมทุนของสตาร์ตอัพอินเดียยังอยู่ในระดับนี้ต่อไปตลอดทั้งปี 2023 คาดว่า ยอดรวมการระดมทุนในปีนี้ของสตาร์ตอัพอินเดียจะต่ำกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสถิติสูงสุดที่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 และน้อยกว่ายอดรวมของปี 2022 ที่ทะลุ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีสตาร์ตอัพในอินเดียเพียง 271 แห่ง ที่ระดมทุนได้เทียบกับ 561 แห่ง ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้วยการบริโภคที่ชะลอตัวจากภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การลงทุนในสตาร์ตอัพทั่วโลกไม่สดใส โดยไตรมาส 1/2023 ของสตาร์ตอัพในสหรัฐอเมริการะดมทุนได้ 32,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงราวครึ่งหนึ่งจากไตรมาส 1/2022 ส่วนในจีนก็ลดลงถึง 60% อยู่ที่ 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหลายประเทศ แต่สตาร์ตอัพอินเดีย มีปัญหามากกว่า เพราะที่ผ่านมามีเงินทุนจากต่างชาติเข้ามาค่อนข้างมาก เนื่องจากนักลงทุนมองว่าสตาร์ตอัพอินเดียมีโอกาสเติบโตสูง ด้วยจำนวนประชากรอินเดียที่พุ่งทะยานสู่ 1,400 ล้านคนแล้ว แต่สตาร์ตอัพอินเดียจำนวนมากยังคงมีการให้บริการที่จำกัด

อย่าง “โซโมโต” ผู้ให้บริการฟู้ดดีลิเวอรี่ระดับยูนิคอร์นของอินเดีย ยังคงมีผู้ใช้บริการที่ราว 50 ล้านราย/ปี ส่วน “ยูพีไอ” สตาร์ตอัพระบบชำระเงินดิจิทัลที่รัฐบาลอินเดียสนับสนุน ก็มีผู้ทำธุรกรรมที่ราว 260 ล้านราย/ปี

ทั้งการเติบโตที่จำกัดและการบริโภคที่ชะลอตัว ทำให้นักลงทุนประเมินมูลค่าของสตาร์ตอัพอินเดียลดลง อย่าง “ไบจูส์” (Byju’s) สตาร์ตอัพด้านการศึกษาออนไลน์ ได้รับการประเมินจากบริษัทการลงทุนอเมริกัน “แบล็กร็อก” ให้มีมูลค่าลดลงราว 50% จาก 22,000 ล้านดอลลาร์มาอยู่ที่ 11,150 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ผู้ให้บริการจัดส่งอาหารอย่าง “สวิกกี” (Swiggy) มูลค่าลดลงมาอยู่ที่ 8,000 ล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของบริษัทจัดการลงทุน “อินเวสโก”

“วี. ที. ภารทวาช” อดีตกรรมการผู้จัดการประจำอินเดียของบริษัทลงทุนระดับโลก “ซีคัวญา แคปิตอล” ชี้ว่า การระดมทุนที่ลดลงในกลุ่มบริษัทสตาร์ตอัพอินเดียครั้งนี้ เป็นการประเมินและปรับมุมมองพื้นฐานใหม่ของนักลงทุน ไม่ใช่เพียงความผันผวนของตลาด

“ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นการระดมทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์ เหมือนอย่างการระดมทุนในปี 2021 อีก เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปีนับจากนี้” ภารทวาชระบุ

ความร้อนแรงของสตาร์ตอัพอินเดียในช่วงไม่ที่ผ่านมา ทำให้ถูกมองว่าเป็น “กระดูกสันหลังใหม่ของอินเดีย” ตามวาทะของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แต่ระดมทุนที่ชะลอตัวในขณะนี้กำลังสร้างแรงกดดันอย่างมากในกลุ่มบริษัทสตาร์ตอัพ ซึ่งอาจนำไปสู่คลื่นของการควบรวมกิจการและการปลดพนักงานครั้งใหญ่ และเสี่ยงที่จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจทรุดได้เช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตาร์ตอัพ อินเดีย