Skip to content

ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาประมาณการ GDP-เงินเฟ้อสหรัฐ

24 เม.ย. 2566 | 18:09น.
ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาประมาณการ GDP-เงินเฟ้อสหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดจับตาประมาณการ GDP และเงินเฟ้อสหรัฐ นักลงทุนคาดเฟดยังคงเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อต่อไป เพื่อให้เงินเฟ้อปรับตัวลงอย่างยั่งยืนสู่ระดับ 2%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 24 เมษายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/4) ที่ระดับ 34.44/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร (21/4) ที่ระดับ 34.37/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้น ภายหลังจากเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมขั้นต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.5 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือน จากระดับ 52.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวขึ้นเช่นกัน ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นปรับตัวอยู่ที่ 50.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 49.2 ในเดือน และดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นที่ 53.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 เดือน จากระดับ 52.6 ในเดือน

ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ สอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ที่ได้ออกมาให้ความเห็นสนับสนุนให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย เพื่อทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลงอย่างยั่งยืนสู่ระดับ 2% ถึงแม้ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เฟดเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ Beige Book โดยระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐประสบภาวะชะงักงันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องข้อมูลตัวเลขที่เศรษฐกิจที่ได้มีการรายงานออกมา ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานที่ชะลอตัวลง

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 245,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 240,000 ราย, ตัวเลขยอดขายบ้านมือสอง โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองปรับตัวลดลง 2.4% สู่ระดับ 4.4 ล้านยูนิตในเดือน เมื่อเทียบรายเดือน และเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านปรับตัวลง 22% ในเดือนมีนาคม

ทั้งนี้ ยอดขายบ้านมือสองได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง ขณะที่ราคายังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 91.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการปรชุมวันที่ 2-3 พฤษภาคม และให้น้ำหนักเพียง 8.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.37-34.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/4) ที่ระดับ 1.0988/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/4) ที่ระดับ 1.0961/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น หลังเอสแอนด์พี โกลบอล รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของสหภาพยุโรป (อียู) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.4 ในเดือนเมษายน ทำสถิติสูงสุดในรอบ 11 เดือน เพิ่มขึ้นจากระดับ 53.7 ในเดือนมีนาคม ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0964-1.1018 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1014/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/4) ที่ระดับ 134.00/01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/4) ที่ระดับ 133.76/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์นี้ (28/4) เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 1.3729/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ ยอดขายบ้านใหม่, ยอดสัญญาบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐ (25/4), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (26/4), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 1/66 ของสหรัฐ, ตัวเลขประมาณการเงินเฟ้อของเยอรมนีประจำเดือนเมษายน (27/4) ตัวเลข PCE/Core PCE Price Index ประจำเดือนมีนาคมของสหรัฐ (28/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.7/-9.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.4/-8.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ