เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจซบเซา

25 เม.ย. 2566 | 18:07น.
ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจซบเซา ล่าสุดนักลงทุนให้น้ำหนักถึงร้อยละ 90 ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 5.00-5.25 ในการประชุมเดือนพฤษภาคมนี้ 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 25 เมษายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/4) ที่ระดับ 34.25/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/4) ที่ระดับ 34.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงภายหลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจซบเซา ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความคิดเห็น หรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout period) ก่อนที่ Fed จะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 2-3 พ.ค.

ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ยังคงอยู่ที่ระดับ -0.19 ในเดือน มี.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือน ก.พ. แต่ดีกว่าคาดการณ์ไว้ที่ระดับ -0.25 โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน

อย่างไรก็ดี การที่ดัชนียังคงมีค่าเป็นลบ บ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีชี้วัดกิจกรรมในภาคการผลิตของรัฐเท็กซัสปรับตัวลงสู่ระดับ -23.4 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ -11.0 จากระดับ -15.7 ในเดือน มี.ค.และถือเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตในเท็กซัส โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงขาดความเชื่อมั่นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 1/2566 ของสหรัฐในวันที่ 27 นี้ โดยหาก GDP ออกมาต่ำเกินคาดก็อาจเป็นแรงกระตุ้นให้เข้าซื้อทองเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทั้งนี้นักลงทุนปรับเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดในการประชุมเดือนพฤษภาคม

ล่าสุดให้น้ำหนักร้อยละ 90 สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 5.00-5.25 และให้น้ำหนักร้อยละ 10 ในการคงอัตราดอกเบี้ยเฟดที่ระดับร้อยละ 4.75-5.00 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.25-34.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.37/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาด ภายหลังวานนี้บาทอ่อนค่าใกล้แนวต้าน 34.50 บาท/ดอลลาร์ ก่อนที่จะย่อตัวจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ตลาดยังจับตาดูตัวเลขการส่งออกและรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน มี.ค.ของไทยในวันที่ 28 นี้

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/4) ที่ระดับ 1.1063/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/4) ที่ระดับ 1.1004/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ได้รับปัจจัยการอ่อนค่าของดอลลาร์เนื่องจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

รวมถึงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 4 พ.ค. จากนั้นจะปรับขึ้นอีกจนแตะ 3.50% หรือสูงกว่านั้นในเดือน มิ.ย. เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุด (Terminal Rate) ของ ECB ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4% โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1023-1.1055 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1036/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/4) ที่ระดับ 134.09/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/4) ที่ระดับ 134.36/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 28 นี้

ซึ่งก่อนหน้านี้นายอุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ รวมถึงเจ้าหน้าที่อีกหลายราย ได้สัญญาว่าจะคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเป็นพิเศษต่อไป จนกว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติมว่าภาวะเงินเฟ้อจะคงระดับไปอีกนานและเงินเฟ้อที่ว่า ต้องเกิดจากดีมานด์ของตลาดที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เกิดจากแรงกดดันด้านซัพพลาย ซึ่งเป็นที่คาดกันว่า BOJ จะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ และจะคงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนคลายไว้ตามเดิม

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 133.80-134.47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 133.82/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน เม.ย.จาก Conference Board (25/4), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (27/4), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสหรัฐ (GDP) ไตรมาส 1/2566 (ประมาณการเบื้องต้น) (27/4), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. EU (27/4), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. EU (27/4)

ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลสหรัฐ (PCE) เดือน มี.ค. (28/4), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (28/4), ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (28/4), รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน มี.ค.ของไทย (28/4), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ประเทศจีนภาคการผลิตและบริการเดือน เม.ย. (29/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.00/-10.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -12.00/-11.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ