เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“บิ๊กโย่ง” จี้ กก.สอบโกงเงินคนไร้ที่พึ่ง แนะมาสารภาพ จะกันเป็นพยาน-พร้อมใช้ม.44 หากจำเป็น

08 มี.ค. 2561 | 17:18น.

“บิ๊กโย่ง” จี้ กก.สอบโกงเงินคนไร้ที่พึ่ง รายงานความคืบหน้าทุก 3-4 วัน เร่งให้แล้วเสร็จใน 1 เดือน ลั่น ถึงไหนถึงกัน หากพบขรก.ผู้ใหญ่โยง พร้อมกันคนให้ข้อมูลไว้เป็นพยาน ไม่หวั่นเสียงวิจารณ์เจอตอ เพราะตนขุดได้ทุกตอ แง้ม ใช้ม.44 จัดการถ้าจำเป็น

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัด ว่า ทางกระทรวงพม.กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทำงานร่วมกันและลงพื้นที่ตรวจสอบใน 44 หน่วย ตรวจพบความผิดปกติ 15 หน่วยที่ถูกย้ายมาช่วยราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยตนได้ย้ำกับผู้บริหารไปแล้วว่า เมื่อตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว ภายใน 3-4 วัน ให้รายงานผลแล้วลงโทษในขั้นต้นเสียก่อน ทั้งนี้ การลงโทษทางระเบียบราชการนั้นต้องใช้เวลา 180 วันหรือ 6 เดือน ซึ่งตนคิดว่าช้าเกินไป สังคมอาจรู้สึกว่าทำงานไม่จริงจัง ดังนั้นหากมีมูลความผิดในชั้นต้นที่เชื่อได้ว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิด ตนจะมีกระบวนการลงโทษ

“ จากนี้การป้องกันจะต้องรวดเร็ว ซึ่งผมได้สั่งการว่าในส่วนกลางจะต้องมีกรรมการพิจารณาว่าจะให้เงินไปในจังหวัดไหนบ้าง การพิจารณาแต่ละจังหวัดจะต้องรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องลายเซ็นในการรับเงิน ดังนั้น เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะต้องส่งมาที่ส่วนกลางและให้พิจารณาว่าอาจจะต้องนำรายชื่อทั้งหมดประกาศให้ทราบหรือเก็บไว้ที่หน่วยงานให้ใครมาดูก็ได้ เราอยากประกาศให้เป็นที่เปิดเผย แต่ก็หวั่นๆว่าคนจนเขาอาจจะไม่อยากให้นำรายชื่อมาเปิดเผย จึงกำลังหารือว่าจะทำอย่างไร” พล.อ.อนันตพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความชัดเจนหรือไม่ว่าการทุจริตดังกล่าวมีการทำกันอย่างเป็นขบวนการ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่กระทำความผิด กระทำเองก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง แต่ถ้าใครโดนบังคับให้กระทำหรือทราบว่ามีขบวนการก็ขอให้มาสารภาพ โทษหนักจะได้เป็นเบาและจะกันเป็นพยาน ขณะนี้มีคนเข้ามาให้ข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเราไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซนต์ ต้องให้คณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและกลั่นกรองข้อมูลดังกล่าวด้วย โดยใช้เวลา 30 วันต่อ 1 กรณี ตรวจสอบไล่ไปทีละกรณี ไม่ใช่นำเอาทุกกรณีมารวมกันแล้วให้เวลาเพียง 30 วัน อย่างนั้นคงทำไม่ทัน ดังนั้นในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ กรณีแรกๆก็จะดำเนินการเสร็จสิ้น

เมื่อถามว่า เบื้องต้นพบว่าการทุจริตได้พาดพิงไปถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับใดบ้าง พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า พาดพิงทุกระดับ แต่อย่างที่บอกคือตนพูดไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานร้อยเปอร์เซ็นต์ หากมีหลักฐานก็จะจัดการ

“ปลัดและอธิบดีที่ถูกย้ายมาก่อนหน้านี้ก็มีเพราะมีคนพาดพิง ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์ก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งคนให้ข้อมูลพาดพิงนั้นอาจจะเพียงพูดพาดพิงเพื่อเอาตัวรอดก่อนก็ได้ ผมยังไม่เชื่อทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ทุกคนจึงยังมีโอกาสจะเป็นทั้งฝ่ายถูกและผิด แต่ไม่ว่าจะโยงถึงไหนก็เอาถึงนั้นหมด ตอนนี้กำลังงวดแล้ว แต่ถ้าพูดอะไรไปตอนนี้คงไม่เหมาะสม” พล.อ.อนันตพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ที่หน่วยงานจังหวัดนครราชสีมามีผลกระทบต่อการสอบสวนหรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ตนสอบถามแล้วว่าไม่มีผล เนื่องจากไฟไม่ได้ไหม้เอกสารแต่เป็นการไหม้ที่ตัวอาคารสำนักงานเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดมีการโยงข้อมูลไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น จะถือว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการหรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ในความเป็นจริงการทำงานของศูนย์ฯเหล่านี้จะต้องพึ่งพาหน่วยงานท้องถิ่นอยู่แล้วอย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) แต่ถ้าถามว่าร่วมมือกันทุจริตหรือไม่ก็ต้องไปพิสูจน์กันอีกครั้งหนึ่งเพราะถ้าร่วมมือกันก็ถือว่าร้ายแรงมาก

“สังคมอาจจะใจร้อน แต่เราต้องมีกระบวนการในการสอบสวน ผมก็พยายามเร่งรัด แต่ความยากอยู่ที่ขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ตัวบุคคลค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ที่ถามผมว่าสอบไปแล้วเจอตอหรือไม่ ผมก็ต้องถามว่าตอคืออะไร เพราะผมขุดได้หมด ไม่มี เพราะผมใหญ่กว่าตออยู่แล้ว”

เมื่อถามว่า จะต้องขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้มาตรา 44 ในการลงโทษหรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า อำนาจดังกล่าวเป็นของนายกรัฐมนตรี ถ้าจำเป็นจริงๆตนก็ต้องขอนายกฯเหมือนกัน แต่จะอนุมัติหรือไม่อนุมัตินั้นขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ต้องย้ำว่าถ้าจำเป็นจริงๆเท่านั้น เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ขอ อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มหารือกับนายกรัฐมนตรีก่อนว่านายกฯมีความเห็นอย่างไร แต่ก่อนที่จะไปถึงม.44 ก็มีวิธีการอีกมากมาย ทั้งอำนาจรัฐมนตรีหรืออำนาจอื่นๆ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีบางฝ่ายเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ โยกย้าย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เสียก่อน พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า อย่าไปพูดเลย ย้ายตนดีกว่าถ้าจะย้าย

 

ที่มา มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โกงเงินคนจน