คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ตอนนี้ไปที่ไหนมีแต่คนชวนคุยเรื่องการเมือง
เพราะใกล้ถึงวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมแล้ว
คำถามที่เจอมากที่สุด คือ เรื่องพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกล
เพราะ 2 พรรคนี้มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน
และมีเป้าหมายเดียวกันด้วย
คือ เอาชนะ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกให้ได้
เวลาผมติดตามข่าวการเมืองจะชอบคิดตามไปด้วยว่า แต่ละพรรคเขาเล่นเกมกันอย่างไร
และถ้าเราอยู่พรรคนั้นจะแก้เกมอย่างไร
ติดตามการเมืองแบบนี้สนุกดีครับ
อย่างกรณีของพรรคก้าวไกลที่กระแสมาแรงมาก โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย
คุณเข้าไปในเฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อก ทวิตเตอร์
บอกได้เลยว่า “ก้าวไกล” ล้อมไว้หมดแล้ว
คลิกดูทีเดียว อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียจะส่งคลิปอื่น ๆ ของก้าวไกลมาให้เราดูอย่างต่อเนื่อง
เพราะกลุ่มเด็กรุ่นใหม่เขาเป็นหัวคะแนนสำคัญของ “ก้าวไกล”
จะตัดคลิปต่าง ๆ มาลง
ยิ่งยอดวิวสูง ยิ่งมีกำลังใจตัดคลิปใหม่ ๆ มาลง
แต่จะมีผลในโลกแห่งความเป็นจริงตอนลงคะแนนหรือไม่
ต้องติดตามกันวันที่ 14 พฤษภาคม
ในเกมการต่อสู้ระหว่าง “เพื่อไทย-ก้าวไกล” มีกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจมาก
คือ การแหวกวงล้อม “ความเชื่อ” ของพรรคเพื่อไทย
ก่อนหน้านี้ “เพื่อไทย” ใช้ความได้เปรียบที่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย
และสร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
ทำสิ่งที่คนคิดว่าทำไม่ได้ให้กลายเป็นความจริง
ไม่ว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน การปราบปรามยาเสพติด ฯลฯ
ตอนที่หาเสียงใหม่ ๆ ทุกพรรคนำเสนอนโยบายต่าง ๆ มากมาย
“เพื่อไทย-ก้าวไกล” ก็เช่นกัน
แต่ “เพื่อไทย” เหนือกว่าทุกพรรค ตรงที่เขาเคยทำมาก่อน และทำสำเร็จ
นโยบายใคร ๆ ก็พูดได้ แต่ที่ทำได้จริง คือ “เพื่อไทย”
นี่คือ แนวทางการหาเสียงของ “เพื่อไทย”
ส่วนพรรคก้าวไกลมีจุดอ่อนตรงที่เขาไม่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน
แม้ว่าตอนทำหน้าที่ฝ่ายค้าน “ก้าวไกล” ทำได้ดีมาก
แต่จะเลือกให้เป็นรัฐบาล คนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจ
รู้ไหมครับว่า “ก้าวไกล” พลิกเกมนี้อย่างไร
เขาพลิกเกมด้วยการตั้ง “คำถาม”
สร้างตรรกะในการคิดใหม่
เขาบอกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หรือก้าวไกล ในวันนี้ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในสภามาก่อน
แต่ 4 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์กลับทำงานได้ดี
ยกระดับการทำงานของฝ่ายค้านอย่างเห็นได้ชัด
การเลือกตั้งครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาถูกปรามาสว่าไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นรัฐบาลมาก่อน
เขาอาจจะทำได้ดีเหมือนตอนเป็นฝ่ายค้านก็ได้นะ
เป็นการตั้งคำถามฉุกคิดที่น่าสนใจมาก
คนไม่เคยทำ ไม่ได้หมายความว่า “ทำไม่ได้”
อีกคำถามหนึ่งที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ใช้ในเวทีดีเบต
พิธีกรถามปัญหาต่าง ๆ ให้ตัวแทนของแต่ละพรรคตอบ
ตอนจบ “ธนาธร” ขึ้นมาตบท้ายว่า ทุกพรรคยอมรับว่าเรื่องต่าง ๆ เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข
เขาตั้งคำถามว่าทุกพรรคบนเวทีเคยเป็นรัฐบาลมาก่อนใช่ไหม
แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงอยู่
มีเพียงพรรคเดียวที่ไม่เคยเป็นรัฐบาล คือ พรรคก้าวไกล
ดังนั้น ถ้าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ พรรคไหนคือพรรคที่มีโอกาสแก้ปัญหาได้สำเร็จ
พรรคที่เคยเป็นรัฐบาล
หรือพรรคที่ไม่เคยเป็นรัฐบาล
…คมมาก
เป็นการแปร “จุดอ่อน” ให้เป็น “จุดแข็ง”
ผมไม่รู้ว่าการพลิกเกมแบบนี้จะได้ผลหรือไม่
เพราะในขณะพรรคเพื่อไทย สั่งสม “ความเชื่อ” จาก “ความจริง”
แต่พรรคก้าวไกล สร้าง “ความเชื่อใหม่” จาก “คำถาม”
เป็นกลยุทธ์การพลิกเกมที่น่าสนใจมากครับ
- มติชนXเดลินิวส์ สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR 2 พ.ค.ชี้ชะตาบทใหม่ประเทศไทย
- รู้จัก “หลังบ้าน” และหนุ่มโสด ว่าที่ “นายกรัฐมนตรี” คนที่ 30 (EP.1)
- เจาะใจขุนพล กทม. 5 พรรค กางตัวเลขชิงเก้าอี้ ส.ส. 33 เขตเลือกตั้ง
- ส่องธุรกิจตระกูล “ลิ้มเจริญรัตน์” ของแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล
- รวมทรัพย์สิน มรดกประยุทธ์ นายกฯ 9 ปี เปิดเผยครั้งเดียว