เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
Biz Movement แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
Finance ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
Economic เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
Economic EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
Columns เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
Economic บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
Tech นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
Finance บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
ดูทั้งหมด

ทุนนอกซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด ยักษ์อเมซอนสนใจรับซื้อไม่อั้น

03 พ.ค. 2566 | 06:33น.
พลังงานสะอาด-อเมซอน

นักลงทุนสนใจแห่ซื้อ กรีนทารีฟ-พลังงานสะอาด ล่าสุด “อเมซอน” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซสหรัฐนำร่องขอประเดิมตามแผนโครงการลงทุนด้านเว็บเซอร์วิส ขณะที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พร้อมวางหลักเกณฑ์ซื้อขายและเตรียมพร้อมเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน RE3000 MW รอบ 2 เข้าเกณฑ์การออกใบรับรอง REC ซื้อขายพลังงานสะอาดจะต้องเป็นโครงการใหม่

หลังจากประเทศคู่ค้าหลายประเทศส่งสัญญาณเตรียมประกาศใช้ มาตรการเก็บภาษีคาร์บอน กับสินค้าที่ส่งเข้าไปจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรปที่เตรียมบังคับใช้ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่สหรัฐ-จีนต่างก็ส่งสัญญาณที่จะให้มีการใช้มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนจากประเทศคู่ค้าเช่นกัน ส่งผลทำให้ภาคธุรกิจเร่งปรับตัวหันมาใช้พลังงานสะอาดในการผลิตมากขึ้น เพื่อไปสู่เป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน และการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) เป็นศูนย์ หรือ Net Zero

ต่างชาติแห่ซื้อกรีนทารีฟ

แหล่งข่าวจากวงการพลังงานหมุนเวียนกล่าวว่า ได้เกิดปรากฏการณ์ที่นักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเรียกร้องขอให้มีการจัดหา “พลังงานสะอาด” เพื่อรองรับการผลิต โดยจะมีการดำเนินการภายใต้กลไกแบบต่าง ๆ เช่น การทำโครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเพื่อลดการปล่อย GHG ผ่านการปลูกป่า หรือดักจับคาร์บอน เพื่อนำไปหักล้างจากการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตและล่าสุดก็คือ ขอให้มีการออกใบรับรองการใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certifcate : REC) เพื่อนำไปแสดงต่อประเทศปลายทาง ว่าสินค้าที่มาลงทุนผลิตในประเทศไทยมีการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตและยังขยายผลไปถึงข้อที่ว่า “แหล่งที่มาของพลังงานสะอาด” นั้นจะต้องมาจากโครงการลงทุนใหม่ด้วย ไม่นับรวมโครงการที่เคยทำไว้เดิม เพราะหากใช้โครงการเดิมก็เท่ากับว่าไม่ได้ช่วยลดการปล่อย GHG มากขึ้น แต่เป็นแค่การอ้างเท่านั้น

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีผลทำให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต้องเร่งเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) รูปแบบ Feed in Tariff ( FiT) 5,000 เมกะวัตต์ (MW) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “RE 5,000” ระหว่างปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งได้ข้อสรุปผู้ชนะไปเมื่อ 5 เม.ย. 2565 เป็นเอกชนจำนวน 175 ราย รวมกำลังผลิต 4,852.26 MW (แบ่งเป็นพลังงานลม 1,490.20 MW 22 ราย-พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานรวม 994.06 MW 24 ราย-พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินรวม 2,368.26 MW 129 ราย) ซึ่งเมื่อทำสัญญาซื้อขายไฟแล้วก็จะทยอยก่อสร้างและผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป โดยในจำนวนนี้มีเอกชนที่เป็นบริษัทในกลุ่มของผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่และรายเล็กเป็นผู้ชนะด้วย

ขณะที่ทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อยู่ระหว่างการเตรียมแผนเพื่อไปโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนในต่างประเทศ ก็พบว่ามีนักลงทุนเรียกร้องให้ประเทศไทยมีการใช้พลังงานสะอาด หรือ “กรีนทารีฟ” ในประเด็นนี้ทำให้ต้องเร่งดำเนินการขยายโครงการพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 อีก 3,000 MW เพิ่มเติมเข้ามา และอาจจะมีการเพิ่มปริมาณผลิตไฟฟ้าในอนาคตด้วย

อเมซอนสนใจกรีนทารีฟ

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับการผลิตไฟฟ้าจาก RE 5000 หลังจากทำสัญญาแล้วจะต้องดำเนินการต่อในสเต็ป 2 เรื่องของใบรับรอง REC กล่าวคือ ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ซื้อไฟฟ้าไปจากโครงการนี้จะได้รับการรับรองว่า ใช้พลังงานสะอาดด้วย ซึ่งทาง กกพ.กำลังเตรียมทำวิธีการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว หรือ “กรีนทารีฟ” แต่ล่าสุดเท่าที่ทราบมีนักลงทุนต่างประเทศจาก “บริษัทอเมซอน (Amazon)” ผู้ประกอบการด้านอีคอมเมิร์ซรายใหญ่จากสหรัฐเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาติดต่อขอซื้อกรีนทารีฟ โดยอเมซอนมีแผนจะมาลงทุนด้านเว็บเซอร์วิสที่ประเทศไทย

“อเมซอนต้องการกรีนทารีฟตามนโยบายของบริษัทเป็นอิมเมจของอเมซอน ซึ่งเท่าที่ทราบข้อมูลในสหรัฐมีรัฐเวอร์จิเนียที่ทำโมเดลนี้ ทำให้รู้ว่าสหรัฐทำอย่างไร เพื่อให้เป็นตามมาตรฐานสากล เพราะในประเทศไทยไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้และเท่าที่ทราบทาง กกพ.กำลังศึกษาอยู่ ดังนั้นก็ต้องดูแนวทางในต่างประเทศ ใช้รูปแบบอะไร ทิศทางกติกาโลกไปทางไหน ไม่ได้เราคิดเอาเอง” แหล่งข่าวกล่าว

“ดีลนี้นักลงทุนสหรัฐอยากใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ของไฟฟ้าที่บริษัทต้องใช้ สมมุติใช้ 1,000 หน่วย ก็อยากได้ 1,000 หน่วย เพราะ เป็นนโยบายบริษัทและที่ยุโรปจะตั้งกำแพงภาษี CBAM สินค้าที่ผลิตมีการใช้ไฟฟ้าและต้องบอกอีกด้วยว่า ไฟฟ้าที่ใช้มีความเป็นสีเขียวเท่าไร ดังนั้นถ้าเป็นประเทศอื่นผลิตสินค้าเข้าไปขายในสหรัฐ ผู้ผลิตก็จะต้องมีความเป็นสีเขียวไม่น้อยไปกว่าที่สหรัฐผลิตในประเทศ ถ้าน้อยกว่าก็จะคิดค่าปรับ ฉะนั้นคนที่ไปขายต้องใช้ไฟฟ้าที่มีการออกใบรับรองเซอร์ติฟิเคตด้วย

เตรียมวางรูปแบบการซื้อ

อย่างไรก็ตามระบบซื้อขายกรีนทารีฟปัจจุบันจะมี 2 ระบบคือ Regulated Market เหมือนประเทศไทย กล่าวคือ ทุกคนต้องขายเข้ารัฐแล้วรัฐก็ไปขายต่อ แล้วก็ส่งผ่านใบอนุญาต REC จากผู้ผลิตไปยังผู้ใช้ปลายทาง ซึ่งจะมี 2 อย่างคือ ส่งผ่านโดยให้ผู้ขายต้นทางระบุไปเลยว่า ขายให้ใคร คนที่ซื้อเปลี่ยนไม่ได้ หรือถ้าไม่ระบุชื่อ ซึ่งเท่ากับคนที่ได้ใบ REC สามารถเอาไปขายต่อได้ ดังนั้นวิธีการทั้ง 2 จะมีข้อดี-ข้อเสียจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ว่า หากไม่ได้อยากให้คนซื้อกรีนทารีฟไปขายต่อก็ควรจะระบุไปเลย เพื่อให้คนซื้อกรีนทารีฟไปใช้ประโยชน์เพื่อการส่งออกจริง ๆ ส่วนระบบที่ 2 คือระบบที่ให้เอกชนซื้อขายกันเองหรือที่เรียกว่าวีลลิ่งชาร์จ

“ปริมาณการขายกรีนทารีฟทางสหรัฐขายเหมาระยะยาว 15 ปีแบบ ยกโรง ที่นักลงทุนอยากซื้อระบบ Regulated Market เพราะเมื่อเวลามีปัญหาคือ เครดิตเรตติ้งไม่ได้ หรือไม่ซีเคียว แน่นอนว่าผู้ซื้อจริง ๆแล้วอยากซื้อแบบนี้มากกว่า แต่มีเงื่อนไขว่า ราคาต้องบอกได้ว่ามีองค์ประกอบอย่างไร แต่ว่าในประเทศไทยยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมีความเห็น 2 มุมคือ บางส่วนอยากให้ใช้ระบบวิลลิ่งชาร์จ ซื้อขายกันเอง”

อย่างไรก็ตามหากเทียบค่าไฟฟ้าในระบบอิงจากฟอสซิล ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลกับพลังงานสะอาด สมมุติถ้าเขาซื้อโซลาร์ที่เปิดรอบนี้ 2.10 บาท แต่ถ้าในระบบ 3 บาทกว่า “ฉะนั้นโครงสร้างตอนนี้กรีนทารีฟจะถูกกว่า” หากได้ข้อสรุปการซื้อกรีนทารีฟจากโครงการ RE 5000 ก็จะยังไม่มีไฟฟ้าใช้จนกว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จและดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือ โครงการพลังงานหมุนเวียนที่จะออกใบรับรอง REC จะต้องเป็นโครงการใหม่ “ไม่เอาโครงการเก่า” เพราะโครงการเก่าไม่ได้ช่วยในส่วนของการลดอุณหภูมิโลกเพิ่มมากขึ้นจากเดิม

RE 3000 ลอต 2

ด้านนายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) รูปแบบ Feed in Tariff ( FiT) เฟส 2 อีก 3,000 MW หรือ “RE 3000” ว่า ขณะนี้ กกพ.ดำเนินการต่อเนื่องตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยจัดแบ่งการคัดเลือกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกขยายโควตาสำหรับผู้ที่เคยร่วมสมัครในโครงการ RE 5,000 MW เฟสแรก โดยไม่ได้เปิดใหม่ โดยจะให้สัดส่วนกลุ่มนี้ประมาณ 60% เปรียบเสมือนการ “ขยายโควตา” แต่ยังต้องดูความพร้อมของผู้ประกอบการที่เข้าร่วม เพราะผู้ที่ผ่านต้องผลิตได้จริง เนื่องจากไฟฟ้าจากกลุ่มนี้จะถูกนำไปร่วมกับไฟฟ้าสีเขียวด้วย กับอีกส่วนที่เหลืออีก 40% คือเปิดใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พลังงานสะอาด อเมซอน Amazon