เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

ส่งออกไทย เมษายน 2566 หดตัว 7.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7

30 พ.ค. 2566 | 15:38น.

กีรติ ปลัดพาณิชย์ เผยการส่งออกไทยเดือนเมษายน 2566 หดตัว 7.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 มีมูลค่า 21,723 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลมาจากเงินเฟ้อ ภาวะหนี้สหรัฐ ชี้ยังมีปัจจัยบวกในตลาดจีน เป้าส่งออกทั้งปียังอยู่ที่ 1-2%          

วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2566 มีมูลค่า 21,723.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นเงินบาท 737,788 ล้านบาท) หดตัว 7.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย หดตัว 6.8% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 23,195.0 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 7.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,471.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่การส่งออกไทย 4 เดือนแรก หดตัว 5.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย หดตัว 2.3% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 96,519.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 2.2% ส่งผลให้ดุลการค้า 4 เดือนแรกของปี 2566 ขาดดุล 4,516.0 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ การส่งออกที่หดตัวเป็นผลจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกกดดันอุปสงค์ด้านการส่งออก อีกทั้งหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียยังคงเผชิญกับการส่งออกที่ชะลอตัว แม้ว่าปัจจัยด้านเงินเฟ้อจะชะลอลง แต่ความเปราะบางของภาคธนาคารในสหรัฐและยุโรปยังกดดันเศรษฐกิจโลก

ส่งออกสินค้าเกษตร-อุตฯเกษตร

สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมีขยายตัว 8.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน มาจากการขยายตัวของสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ ซึ่งขยายตัว 23.8% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน หดตัว 12.0% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 142.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ฮ่องกง เวียดนาม เกาหลีใต้ และไต้หวัน)

ข้าวขยายตัว 3.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดอิรัก แอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย เม็กซิโก และญี่ปุ่น) เครื่องดื่มขยายตัว 2.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และสหรัฐ) ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 38.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และสิงคโปร์)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังหดตัว 44.1% หดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ลาว เนเธอร์แลนด์ และแอฟริกาใต้) ยางพารา หดตัว 40.2% หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดมาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐ อินเดีย และตุรกี แต่ขยายตัวในตลาดจีน เยอรมนี และบัลแกเรีย) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปหดตัว 17.1% หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ ออสเตรเลีย ลิเบีย แคนาดา และแอฟริกาใต้ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย ชิลี และกัมพูชา) ทั้งนี้ 4 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 3.7%

ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

ส่วนการมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 11.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน แม้ว่าการส่งออกภาพรวมของหมวดจะหดตัว แต่ยังมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 3.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 55.0% ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ฮ่องกง เม็กซิโก แคนาดา และฝรั่งเศส)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันหดตัว 23.5% หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ และอินเดีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ลาว ออสเตรเลีย ฮ่องกง และแอฟริกาใต้) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบหดตัว 19.0% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ จีน ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย เยอรมนี ออสเตรเลีย และอินเดีย) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบหดตัว 11.5% หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และเยอรมนี แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ออสเตรเลีย และอาร์เจนตินา)

อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัว 27.0% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ เยอรมนี สหราชอาณาจักร อินเดีย และเบลเยียม แต่ขยายตัวในตลาดฮ่องกง ญี่ปุ่น ตุรกี เมียนมา และอิสราเอล) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ หดตัว 27.1% หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และเมียนมา) ทั้งนี้ 4 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหดตัว 7.1%

ตลาดส่งออกสำคัญ

สัญญาณบวกที่สำคัญการส่งออกไป โดยเฉพาะตลาดจีนกลับมาขยายตัวในรอบ 11 เดือน ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

(1) ตลาดหลัก หดตัว 6.2% โดยหดตัวในตลาดสหรัฐ 9.6% ญี่ปุ่น 8.1% อาเซียน (5) 17.7% CLMV 17.0% และสหภาพยุโรป (27) 8.2% อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนกลับมาขยายตัว 23.0%

(2) ตลาดรอง หดตัว 14.9% โดยหดตัวในตลาดเอเชียใต้ 25.9% ตะวันออกกลาง 16.7% แอฟริกา 26.9% ละตินอเมริกา 9.4% แต่ขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 4.4% ตลาดรัสเซียและกลุ่ม CIS 155.4% และสหราชอาณาจักร 49.0%

(3) ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 72.2% อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 77.9%

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์พร้อมดำเนินการเชิงรุกและลึก เพื่อผลักดันและอำนวยความสะดวกการส่งออก และยังยืนยันเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2566ที่ 1-2% ซึ่งเป็นเป้าหมายการทำงานที่มีความท้าทายและเป็นไปได้ ส่วนแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้หลายประเทศยังคงใช้นโยบายการเงินอย่างเข้มงวด ขณะที่ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ปัญหาวิกฤตการเงินของธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐ และยุโรป และปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐ สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ส่วนสัญญาณบวกมองว่าการฟื้นตัวของตลาดจีนที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เป็นสัญญาณที่ดีต่อการส่งออกไทย ขณะที่ปัญหาความมั่นคงทางอาหารเกิดขึ้นในหลายประเทศ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในปีนี้ เชื่อว่าการส่งออกจะกลับมาดีขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 3