เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
แสนสิริ จับมือ โตคิว  ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
Real Estate แสนสิริ จับมือ โตคิว ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ดูทั้งหมด

นโยบายปกป้อง (กีดกัน) การค้าของสหรัฐ

17 มี.ค. 2561 | 10:27น.

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินให้ความสนใจเรื่องของเงินเฟ้อ หลังจากตกใจกับตัวเลขค่าจ้างแรงงานของสหรัฐที่เร่งตัวขึ้นมากกว่าคาดการณ์ จนทำให้ตลาดเงินเริ่มกังวลว่าเงินเฟ้ออาจจะเร่งตัวจนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่เคยคาดไว้ (เดิมตลาดการเงินเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยไม่เกิน 2 ครั้งในปีนี้) ส่งผลให้ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น

เดือนมีนาคม นโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐก็เริ่มเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตามอง หลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐจะเก็บภาษีสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้า (โดยอ้างว่ากระทบต่อความมั่นคงภายในของสหรัฐ โดยใช้กฎหมายการค้ามาตรา 232 ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจประธานาธิบดี) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดพันธบัตร และดอลลาร์ปรับตัวลดลง ทำให้เกิดความกังวลว่าสหรัฐจะเริ่มดำเนินนโยบายกีดกันการค้าที่เข้มข้นขึ้น จนส่งผลให้การขยายตัวทางการค้าและเศรษฐกิจโลกในปีนี้ไม่สดใสอย่างที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองภาพไว้ โดยเฉพาะถ้าประเทศต่าง ๆ ดำเนินนโยบายภาษีตอบโต้

อย่างที่เคยกล่าวไว้ในบทความก่อนหน้าว่า หนึ่งในความเสี่ยงที่สำคัญของปีนี้ คือ ทรัมป์อาจจะดำเนินนโยบายกีดกันการค้าที่เข้มข้นขึ้น เพราะในปีแรกทรัมป์ยังไม่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ตามที่หาเสียงไว้ สิ่งที่ทรัมป์ได้ตัดสินใจไปเกี่ยวกับนโยบายการค้าในปีก่อน คือ การถอนตัวจาก TPP (ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก) และการขอเจรจาปรับเงื่อนไข NAFTA (สนธิสัญญาความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ) แต่ยังไม่ได้มีการใช้มาตรการภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมา ได้มีการร้องเรียนจากผู้ผลิตในสหรัฐ และการสอบสวนโดยส่วนงานที่ดูแลการค้าของสหรัฐที่อ้างว่าบริษัทต่างชาติดำเนินการไม่เป็นธรรมทางการค้ากับสหรัฐในหลายกรณี รวมทั้งกรณีเหล็กและอะลูมิเนียม โดยผลการสอบสวนเริ่มทยอยเสร็จและส่งให้ประธานาธิบดีพิจารณาดำเนินการ

ที่เห็นได้กรณีแรก คือ การประกาศขึ้นภาษีเครื่องซักผ้า (สำหรับจำนวนที่เกินโควตา โดนเก็บภาษีสูงสุดที่ 50%) และแผ่นโซลาร์เซลล์ (ภาษีสูงสุดที่ 30%) ในปลายเดือนมกราคม โดยผู้ส่งออกรายใหญ่ที่ถูกกระทบ คือ เกาหลีใต้และจีน

สำหรับกรณีของเหล็กและอะลูมิเนียมนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้นำเสนอผลการสอบสวนและข้อเสนอแนะให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ประธานาธิบดีตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรภายใต้กฎหมายการค้า section 232 โดยข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐในกรณีของเหล็ก คือ 1 เก็บภาษี 24% จากเหล็กนำเข้าจากทุกประเทศ หรือ 2 เก็บภาษี 53% จากเหล็กนำเข้าจาก 12 ประเทศ (ไทยติด 1 ใน 12 ด้วย) หรือ 3 กำหนดโควตาให้แต่ละประเทศส่งออกมาสหรัฐได้แค่ 63% ของปริมาณที่ส่งออกมาสหรัฐในปี 2017 เท่านั้น ส่วนกรณีของอะลูมิเนียม 1.เสนอให้เก็บภาษี 7.7% จากอะลูมิเนียมนำเข้าจากทุกประเทศ หรือ 2.เก็บภาษี 23.6% และกำหนดโควตาเท่ากับการส่งออกปี 2017 กับประเทศเป้าหมาย (เช่น จีน เวียดนาม รัสเซีย ฯลฯ) หรือ 3.กำหนดโควตาให้แต่ละประเทศส่งออกมาสหรัฐได้แค่ 86.7% ของปริมาณที่ส่งออกมาสหรัฐในปี 2017 เท่านั้น ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ทรัมป์น่าจะตัดสินใจในเร็ววัน ว่าจะดำเนินมาตรการเซฟการ์ดดังที่กระทรวงพาณิชย์เสนอหรือไม่ และจะดำเนินการครอบคลุมมากเท่าใด

มาตรการดังกล่าว ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และไม่เห็นด้วยจากหลายอุตสาหกรรมภายในสหรัฐที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ และ ส.ส.รีพับลิกัน ที่สนับสนุนแนวคิดการค้าเสรี รวมทั้งที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ Gary Cohn ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพราะไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ประเทศคู่ค้าเริ่มออกมาตอบโต้ อาทิ กลุ่มประเทศอียู เริ่มมีการเสนอให้เก็บภาษีสินค้าเหล็ก เสื้อผ้า รถยนต์ ที่นำเข้าจากสหรัฐ หรือกรณีของจีน ก็กำลังพิจารณาเก็บภาษีข้าวฟ่างนำเข้าจากสหรัฐเช่นกัน การดำเนินนโยบายตอบโต้ทางภาษี หากเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ก็จะกระทบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ดังนั้นคงต้องจับตาดูว่าทรัมป์จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้หรือไม่

และหากผ่านเรื่องนี้ไป ยังมีกรณีเรื่องทรัพย์สินทางปัญญากับจีน ที่สหรัฐเปิดการสอบสวนไปในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โดยสอบสวนโดยอาศัยมาตรา 301 ในกฎหมายการค้าสหรัฐว่าจีนมีพฤติกรรมละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม หรือการพัฒนาเทคโนโลยีของสหรัฐหรือไม่ ทั้งนี้สหรัฐอ้างว่าจีนมีข้อกำหนดให้บริษัทสหรัฐที่ดำเนินธุรกิจในจีนต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้จีนด้วย จากรายงานของนิวยอร์กไทมส์ อ้างว่าสหรัฐสูญเสียรายได้ถึง 6 แสนล้านเหรียญต่อปี จากการถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งผลการสอบสวนของผู้แทนการค้าสหรัฐเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่ออกมา ประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาน่าจะเป็นประเด็นใหญ่ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าของทั้ง 2 ประเทศตึงเครียดขึ้น เพราะฉะนั้น ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายปกป้อง (กีดกัน) การค้าน่าจะยังเป็นประเด็นความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังต่อเนื่อง เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองสหรัฐที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ในปลายปีนี้ด้วย

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน โดนัลด์ ทรัมป์