เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

“ลาหู่” เด็กชาติพันธุ์ แสดงพลังบนเวที World Vision ยุติความรุนแรงต่อเด็ก

23 มิ.ย. 2566 | 16:23น.
ลาหู่ มูลนิธิศุภนิมิตฯ

กว่า 5 ปีแล้วที่ “ลาหู่ เยเซอ” เยาวชนชาติพันธุ์จาก จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมใน “โครงการยุติความรุนแรงต่อเด็ก : ละเลย เลยรุนแรง” ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ร่วมกันทั่วโลก “It Takes a World to End Violence Against Children” ของศุภนิมิตสากล (World Vision International) โดยดำเนินงานต่อเนื่องมานับตั้งแต่ปี 2560

“ลาหู่’ ยืนหยัดแสดงพลังของเยาวชน ด้วยความเชื่อมั่นว่า เด็กที่เปราะบางจะสามารถมีชีวิตที่บริบูรณ์ได้ หากพวกเขาได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเด็ก ๆ เติบโตโดยปราศจากความรุนแรง และได้รับการปกป้องสิทธิ

เขาพยายามอย่างมากในการสร้างความตระหนัก พร้อมเสนอแนะแนวทางเพื่อการยุติความรุนแรงต่อเด็ก ด้วยหัวใจแน่วแน่และการลงมือทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ส่งผลให้ได้รับการยอมรับจาก World Vision International ในฐานะ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” หรือ Change-maker ร่วมกับเยาวชนจากทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก ในฐานะตัวแทนผู้นำเยาวชนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทุกเวทีทั้งระดับประเทศ ระดับนานาชาติ หรือแม้กระทั่งในการพบกับตัวแทนบริหารจากกระทรวงต่าง ๆ

วัยเด็ก ที่พ่อใช้สารเสพติด

“ลาหู่” เติบโตมาในชุมชนที่มีปัญหาเรื่องสารเสพติด และครอบครัวที่พ่อใช้สารเสพติด ทําให้มีปัญหาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพ่อละเลยลูก ๆ ทำให้ไม่ได้รับความอบอุ่น

จนถึงปัจจุบัน ปัญหาสารเสพติดในชุมชนก็ยังคงมีอยู่ มีเด็กและเยาวชนได้รับความรุนแรงจากผู้ใหญ่ในครอบครัวที่ใช้สารเสพติด รวมถึงเด็กและเยาวชนเองที่ขาดภูมิคุ้มกันชีวิตเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้สารเสพติดด้วย

พ่อแม่ของ “ลาหู่” มีอาชีพรับจ้างรายวันเป็นแรงงานในภาคการเกษตร ซึ่งแน่นอนว่ารายได้ขั้นต่ำไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูลูกถึง 5 คน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้ความช่วยเหลือลาหู่ผ่านโครงการอุปการะเด็ก ทั้งการส่งเสริมโอกาสด้านการศึกษา ที่ดำเนินงานควบคู่กับการพัฒนาชีวิตด้านต่าง ๆ ของเด็กยากไร้

โอกาสในวัยเด็กที่ลาหู่ได้รับจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเขาและครอบครัว ทั้งการสนับสนุนการเลี้ยงไก่ การทำเกษตรครัวเรือน เพื่อให้เกิดแหล่งอาหารที่มั่นคงในครัวเรือนและเป็นรายได้เพิ่มเติม

ค่ายพัฒนาเยาวชน

ช่วงปี 2558-2560 “ลาหู่” สะสมประสบการณ์จากการมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนตั้งแต่อายุ 13 ปี ด้วยวัยและการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขาได้เรียนรู้และพัฒนาหลายทักษ

หลังจากเข้าร่วมค่ายพัฒนาทักษะเยาวชนอย่างต่อเนื่อง 3 ปีหลังจากนั้น ลาหู่ในวัย 16 ปี ก็ได้รับโอกาสในการนำทักษะต่าง ๆ นั้นมาใช้ ในฐานะผู้นำเยาวชนร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำกิจกรรมแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตของเยาวชนในชุมชนทางภาคเหนือ

“ผมและเพื่อนเน้นการทำกิจกรรมรณรงค์ทั้งในโรงเรียนและในชุมชน ผมแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนด้วย 3 วิธี คือ หนึ่ง ให้ความรู้กับเด็กว่ายาเสพติดมันมีโทษอย่างไร และไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว สอง ให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ชวนเด็กเรียนรู้กิจกรรมสนุกสร้างสรรค์ เป็นการเปลี่ยนเวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สาม สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชน กับผู้ใหญ่ ให้เกิดความรู้ว่าสารเสพติดส่งผลกระทบถึงเด็กอย่างไร และผู้ใหญ่ควรใส่ใจดูแลเด็กให้มากขึ้น” ลาหู่ กล่าว

บทบาทผู้นำเยาวชน และเรียนรู้ระดับอาเซียน

ปี 2562 “ลาหู่” ได้รับคัดเลือกเป็นประธานเยาวชนศุภนิมิตจังหวัดเชียงใหม่ และได้รับโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเด็กเอเชีย 2019 – 2019 Asian Children’s Summit ซึ่งจัดขึ้นในโอกาส 30 ปีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

“ผมรู้สึกโชคดีและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมเวทีระดับอาเซียน ได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสิทธิของเด็กและเยาวชนจากหลายประเทศในเอเชีย

ในเวทีนี้ผมได้ขับเคลื่อนประเด็นเรื่องของสัญชาติไทยสำหรับเด็กชาติพันธุ์ ซึ่งไม่ได้มีแค่ทางภาคเหนือของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีภาคใต้ เช่น อุรักลาโว้ย ยังมีอีกหลาย ๆ คนในประเทศไทย เรียกว่ากลุ่มเปราะบางที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในเรื่องสัญชาติ

ประเด็นนี้สำคัญสำหรับพวกเราที่เป็นเด็กและเยาวชน เพราะมันทำให้เด็กถูกตีกรอบด้วยข้อจำกัดบางอย่าง เช่น เป็นครูไม่ได้ รับราชการไม่ได้ การเดินทางออกนอกถิ่นที่อาศัยก็มีข้อจำกัด เราพยายามเสนอประเด็นนี้ขึ้นมาในเวทีระดับอาเซียน เพื่อหวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย”

ละเลยเลยรุนแรง

ในวิกฤตการระบาดของโควิด-19 “ลาหู่” ปรับบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นผู้สนับสนุน และช่วยเหลือให้เด็กและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ชุมชน และจังหวัดเชียงใหม่ ให้สามารถเข้าถึงปัจจัยจำเป็น เพื่อการป้องกันจากการได้รับเชื้อโควิด

ช่วงปี 2563-2564 โดยร่วมลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ มอบสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ และถุงยังชีพ ทันทีที่พ้นจากช่วยการจำกัดการเดินทาง ในสถานการณ์วิกฤตสุขภาพเกือบ 2 ปีเต็ม มีเด็กและเยาวชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพพื้นฐาน

เด็กบางคนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ความรุนแรงต่อเด็กที่ทวีมากขึ้นโดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ยังไม่นับรวมถึงผลกระทบทางด้านจิตใจที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตนี้

“ลาหู่” เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า “ละเลยเลยรุนแรง” เพราะการละเลยที่จะดูแลเด็กด้านสุขภาพ เราละเลยที่จะให้โอกาสการเรียนรู้แก่เด็ก เราละเลยที่จะดูแลและให้ความสำคัญต่อสุขภาพใจของเด็ก

ละเลยเลยรุนแรงในความหมายของลาหู่และเพื่อนผู้นำเยาวชนศุภนิมิตฯ ประกอบไปด้วย

– การละเลยด้านร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลด้านอาหาร ความเป็นอยู่ สุขภาพ ขาดการให้ความสำคัญในการดูแลด้านจิตใจต่อเด็ก

– การละเลยด้านการศึกษาและการวางแผนชีวิต เด็กขาดผู้ใหญ่ให้คำปรึกษา ขาดทักษะชีวิต ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ส่งผลสู่การดำเนินชีวิตในอนาคตที่ไม่แน่นอน

– การละเลยด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ที่จะส่งผลสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็ก หรือส่งผลให้เกิดอันตรายต่อเด็ก

– การละเลยที่จะให้เด็กมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้เด็กขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง และขาดโอกาสในการสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม

ลาหู่ มูลนิธิศุภนิมิตฯ

ยุติความรุนแรงต่อเด็ก

วิกฤตโควิด-19 ปัจจัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ เป็นตัวเร่งให้ความรุนแรงต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น บวกกับการที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ยังคง “ละเลย” ที่จะมองเห็นและตระหนักว่าปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กและเยาวชน

“ลาหู่” ยกตัวอย่างว่า ปัญหาสารเสพติดในชุมชนของตนเองยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน มันส่งผลให้เกิดความรุนแรงในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงความรุนแรงอื่น ๆ จึงจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ทั้งในเวทีระดับประเทศ นานาชาติ และรวมถึงจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายนำเสนอต่อตัวแทนจาก 5 กระทรวง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยมีหมุดหมายที่การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับนโยบาย 4 ข้อเสนอแนะ ดังนี้

  • ปัญหาสภาพแวดล้อมและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน
  • การพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็กในชุมชนห่างไกลเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้แก่เด็กเปราะบางยากไร้
  • การแก้ไขข้อกำหนดเชิงนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการของเด็กทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กชาติพันธุ์และเด็กไร้รัฐ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างมีคุณภาพ
  • การให้ความสำคัญกับเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ เพิ่มประชากรคุณภาพ ลดปัญหาเด็กที่เกิดจากความไม่พร้อม

“นี่คือ 4 ข้อเสนอแนะที่ผมและเพื่อนผู้นำเยาวชนในฐานะตัวแทนของเยาวชนทุกคนได้นำเสนอต่อตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และตัวแทนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”

ปัจจุบัน “ลาหู่” กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา โดยเป็นสมาชิกครอบครัวเพียงคนเดียวที่ได้ศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี

“ผมได้รับโอกาสนี้เพราะมูลนิธิศุภนิมิตฯ สนับสนุนทุนในการเรียน และผมได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวของผม พ่อแม่ที่ต้องทำงานหนักขึ้น รวมถึงพี่สาวของผมที่เสียสละไม่ศึกษาต่อเพื่อมอบอนาคตที่ดีกว่านี้ให้กับผม

ซึ่งแน่นอนว่าผมจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ และผมจะพยายามทำอะไรก็ได้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของชุมชนของเราที่เป็นคนชาติพันธุ์ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาสำหรับผู้หญิง ผมตั้งใจว่าเมื่อผมเรียนจบ รายได้จากการทำงานของผมจะนำมาส่งเสียน้องสาวของผมให้ได้เรียนต่อสูง ๆ เราต้องไม่ละเลยที่จะสนับสนุนให้ทุกคนได้รับโอกาสการศึกษาครับ”

ลาหู่ มูลนิธิศุภนิมิตฯ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิศุภนิมิต เยาวชน