บลจ.เอ็มเอฟซี หรือ MFC เสนอขายกองทุน MDSHARC1YD ที่มีการลดความเสี่ยงการขาดทุนของเงินต้นจากการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ และเพิ่มโอกาสจากการลงทุนในสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนต์อ้างอิงกับดัชนี Nikkei 225 เปิดขายครั้งเดียวระหว่างวันที่ 18-21 กรกฎาคม 2566
วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ กล่าวว่า บริษัทพร้อมเปิดขาย Complex Structured Return กองใหม่ MDSHARC1YD
ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจ ด้วยการมุ่งเน้นลดความเสี่ยงจากการขาดทุนของเงินต้น โดยลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่เสนอขายในประเทศ ประกอบกับโอกาสสร้างผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนต์ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี Nikkei 225 ซึ่งสามารถแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนีได้ทั้งช่วงตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง”
สำหรับลักษณะการลงทุนของกองทุน MDSHARC1YD จะแบ่งเงินต้นออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 จำนวนเงินลงทุน 98-99% ของมูลค่าทรัพย์สิน นำไปลงทุนในตราสารหนี้ที่เสนอขายในประเทศ เช่น ตราสารภาครัฐ ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เงินลงทุนเติบโตเป็น 100% ของเงินลงทุนทั้งหมดเมื่อครบอายุโครงการ ซึ่งจะเป็นส่วนลดความเสี่ยงการขาดทุนของเงินต้น
ส่วนที่ 2 จำนวนเงินลงทุน 1-2% ของมูลค่าทรัพย์สิน นำไปลงทุนในสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนต์ซึ่งมีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนแบบ Dual Shark Fin ตามการเคลื่อนไหวของราคาดัชนี Nikkei 225 ที่ปรับเพิ่มขึ้น ไม่เกิน 15% และปรับลดลงไม่เกิน -20% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา ทั้งนี้กองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการลงทุนในสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนต์
นายธนโชติกล่าวต่อว่า หุ้นญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่สร้างผลตอบแทนได้น่าสนใจในปีนี้ จึงมีกระแสเงินลงทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงอยู่ในช่วง PE Expansion พร้อมทั้ง EPS Growth ปรับตัวขึ้นต่อ ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็ดำเนินนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการลดระดับ Monetary Easing สอดรับกับเงินเฟ้อที่ได้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อจากนี้
ทั้งนี้ กองทุน MDSHARC1YD เป็นกองทุนรวมผสมที่ลงทุนแบบมีความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ ความเสี่ยงระดับ 5 ขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกอยู่ที่ 1,000 บาท เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งเดียวในช่วง IPO ตั้งแต่วันที่ 18-21 กรกฎาคม 2566
โดยผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนนี้ในช่วงเวลา 1 ปี และเมื่อครบอายุโครงการจะทำการ Auto-Redeem เข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ ในฐานะตัวแทนผู้จำหน่ายหลัก พร้อมเปิดให้นักลงทุนรายใหญ่เข้าซื้อกองทุน
