เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
World อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
เจนใหม่ทรานส์ฟอร์ม IROYAL รีเซต องค์กรสู่ธุรกิจวิศวกรรมอัจฉริยะ
Economic เจนใหม่ทรานส์ฟอร์ม IROYAL รีเซต องค์กรสู่ธุรกิจวิศวกรรมอัจฉริยะ
‘ดร.นิเวศน์’ เซียน VI มองปัญหาข้อมูลรั่ว ?พอใจหุ้นไทยดันพอร์ตกำไร
Finance ‘ดร.นิเวศน์’ เซียน VI มองปัญหาข้อมูลรั่ว ?พอใจหุ้นไทยดันพอร์ตกำไร
จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
Tech จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พรุ่งนี้น้ำมันลด! (5 ส.ค.)  เบนซิน-แก๊สโซอล์ ปรับราคาลง ลิตรละ 70 สตางค์
News พรุ่งนี้น้ำมันลด! (5 ส.ค.) เบนซิน-แก๊สโซอล์ ปรับราคาลง ลิตรละ 70 สตางค์
มูลนิธิสืบฯ ชี้ ครม. ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป
Politics มูลนิธิสืบฯ ชี้ ครม. ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป
ttb เปิดตัว “สินเชื่อรถแลกเงิน” คิดดอกเบี้ยจากคะแนนเครดิต เริ่มต้น 11.11% ต่อปี
Finance ttb เปิดตัว “สินเชื่อรถแลกเงิน” คิดดอกเบี้ยจากคะแนนเครดิต เริ่มต้น 11.11% ต่อปี
ดูทั้งหมด

จังหวะลงทุน “ตราสารหนี้” เมื่อดอกเบี้ยเฟดจบวัฏจักรขาขึ้น

24 ส.ค. 2566 | 09:00น.
จังหวะลงทุน ‘ตราสารหนี้’

“ตราสารหนี้” กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนมากขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2566 จากทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ใกล้จบรอบ “ขาขึ้น” และมีโอกาสปรับลดลงในปีหน้า

โดยข้อมูลจาก “บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ชี้ว่า ในปีนี้ ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากที่แย่ในปีที่แล้ว และคาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา น่าจะเป็นรอสุดท้าย และตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ไป

คาดว่าแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (บอนด์ยีลด์) มีแนวโน้มปรับลดลง โดยเฉพาะในปี 2567-2568 ซึ่งจะทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนที่ดี จากราคาตราสารหนี้ที่ปรับเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับลดลง

ส่วนอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรระยะสั้นในปัจจุบันที่อยู่สูงกว่าดอกเบี้ยระยะยาวนั้น (inverted yield curve) คาดว่าจากนี้จะปรับลดลงได้อย่างรวดเร็ว หลังจากการที่นักลงทุนรับรู้และสะท้อนต่อนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยของเฟด จะปรับลงเฉลี่ยเหลือ 4.15% และ 2.15% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ

“มอร์นิ่งสตาร์ฯ” ชี้ว่า ครึ่งปีหลังควรเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนระยะยาวในปัจจุบันคาดว่าอยู่ในระดับสูงสุด หรือเข้าใกล้ระดับที่สูงที่สุดแล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงในอีก 6-18 เดือนข้างหน้า ดังนั้นการลงทุนในตราสารที่มีช่วงเวลา (duration) ยาวขึ้น น่าจะเป็นจุดที่เหมาะสมในขณะนี้

สำหรับผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีที่ผ่านมา ของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (short term bond) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 0.98% สูงสุด คือกองทุน KACB จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ที่ 1.64% ส่วนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว (mid/long term bond) ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 0.91% สูงสุด คือกองทุน KPVDFI จาก บลจ.กสิกรไทย เช่นกันที่ 1.85% (ดูตาราง)

ตาราง จังหวะลงทุน ตราสารหนี้

“วีระ วุฒิคงศิริกูล” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทย (KTAM) กล่าวว่า เฟดอาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ยสูงมากแล้ว ถ้าหากเศรษฐกิจโตช้า รัฐบาลสหรัฐก็จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นดอกเบี้ยตอนนี้ใกล้จุดสูงสุดมากเต็มที ก่อนที่จะปรับตัวลงปีหน้า

ดังนั้นปีนี้จึงกลายเป็นโอกาสในการลงทุนตราสารหนี้ แต่ต้องเป็นตราสารหนี้ที่ต้องถือยาว แตกต่างจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่จะเเนะนำให้ลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นมากกว่า เพราะเป็นช่วงที่ดอกเบี้ยกำลังถูกปรับขึ้น

“ปัจจุบันจากที่มองว่าดอกเบี้ยปรับขึ้นมาจนใกล้พีกและมีโอกาสปรับลดลง ก็จะแนะนำว่าควรลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวมากกว่า ทั้งนี้ แต่เดิมตลาดตราสารหนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเบื่อ เป็นการลงทุนที่เหมือนเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน แต่ตอนนี้เชื่อว่าการลงทุนตราสารหนี้จะดูดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวจะเป็นจุดที่น่าสนใจในครึ่งปีหลังนี้ และแนะนำนักลงทุนควรมีสะสมไว้ในพอร์ต”

“สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ (TISCOASSET) กล่าวว่า ดอกเบี้ยทั่วโลกปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบทศวรรษ โดยเฉพาะสหรัฐที่เคยขึ้นดอกเบี้ยรวดเร็วเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ ทำให้บอนด์กลายเป็นสินทรัพย์มีความ
น่าสนใจมากขึ้น โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 4% ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ

“อีกทั้งในอนาคตนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าหลังจากนี้เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย และมีโอกาสจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปี 2567 หลังแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อที่บรรเทาลงอย่างต่อเนื่อง 
ซึ่งจะทำให้นักลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนต่อที่สอง จากราคาตราสารหนี้ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย”

ด้าน “สิทธา เซ่งไพเราะ” Associate Director, ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) กล่าวว่า การลงทุนในตราสารหนี้ มีความน่าสนใจมากพอสมควร โดย earning yield gap 
ของ S&P500 อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 15 ปี แสดงถึงความน่าสนใจในการลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐมากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ

นอกจากนี้ สถิติ 3 รอบในอดีตที่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นสิ้นสุดลงและเศรษฐกิจยังไม่ถดถอย กลุ่มตราสารหนี้โลกจะปรับตัวขึ้นได้ดีทั้ง 3 ครั้ง และจากการที่ระดับดอกเบี้ยตราสารหนี้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชนทั้งในสหรัฐและในตลาดเกิดใหม่ อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปี ทำให้นักลงทุนเข้ามาสะสมเพื่อรอรับดอกเบี้ยระยะยาวมากขึ้น

“จากเหตุผลเหล่านี้จะหนุนให้เกิดการสับเปลี่ยนเงินทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดหุ้นเข้ามาที่ตลาดตราสารหนี้มากขึ้นในระยะถัดไป และจากการที่ดอกเบี้ยใกล้พีกหรือใกล้ที่จะถึงจุดสิ้นสุด ฉะนั้นราคาหรือผลตอบแทนน่าจะเริ่มมีความคงที่มากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้ตราสารหนี้น่าสนใจมากขึ้นในระยะยาว”

จากภาพทั้งหมดนี้ ช่วงนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมตราสารหนี้ไว้ในพอร์ต โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะยาว