Skip to content

จับตา ประชุม ครม. 13 ก.ย. เศรษฐาจ่อลดค่าไฟ-น้ำมัน ฟรีวีซ่า เร่งถกค่าแรง

12 ก.ย. 2566 | 13:36น.
จับตา ประชุม ครม. 13 ก.ย. เศรษฐาจ่อลดค่าไฟ-น้ำมัน ฟรีวีซ่า เร่งถกค่าแรง
อัพเดตล่าสุด 12 ก.ย. 2566 เวลา 13.32 น.

“นายกฯเศรษฐา” แย้มประชุม ครม.นัดแรก 13 ก.ย.นี้ บอกสื่อมวลชนเตรียมทำข่าวนโยบายหลักของรัฐบาล ทั้งเรื่องลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน ฟรีวีซ่า ส่วนเรื่องแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องรอเขียนเป็นข้อบังคับ เร่งถก รมว.แรงงานเรื่องค่าแรงขั้นต่ำเร็วที่สุด

วันที่ 12 กันยายน 2566 ที่รัฐสภา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาถึงนโยบายของรัฐบาลว่า ภาพรวมในการอภิปรายคิดว่าเป็นบรรยากาศที่ดี สร้างสรรค์ และมีการแบ่งสรรเวลาได้ดี ซึ่งมีข้อเสนอบางข้อที่เรานำกลับไปพิจารณาได้ อันนี้เป็นการแถลงนโยบายที่มีข้อคิดบางข้อที่เราจะนำกลับไปพิจารณา

เศรษฐา แถลงนโยบาย
ภาพ : ศูนย์ภาพเครือมติชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ารัฐบาลชี้แจงได้เคลียร์หรือไม่ ซึ่งสมาชิกบางส่วนอาจจะตั้งข้อสังเกตในเรื่องของนโยบาย นายกฯกล่าวว่า ก็พยายามให้เคลียร์ที่สุด เรายังไม่ได้เข้าบริหารเลย ซึ่งต้องไปดูรายละเอียดของแต่ละกระทรวงอีกทีในเรื่องงบประมาณ วิธีการทำงาน กรอบเวลา และข้อบทกฎหมาย ซึ่งต้องเห็นใจนิดนึง เพราะเรายังไม่ได้เข้าไปบริหารเลย แต่ก็มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยเพื่อทำให้ชัดเจนขึ้นในวันนี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีนโยบายที่สมาชิกผู้อภิปรายอาจจะมีการทวงถามนโยบายหลัก ๆ ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ แต่กลับไม่ได้ลงรายละเอียดในการแถลงนโยบาย นายกฯกล่าวว่า นโยบายคือนโยบายหลักโดยรวม นโยบายทางด้านคมนาคม ด้านการยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน สิทธิเสรีภาพเราพูดครอบคลุม ส่วนแผนการปฏิบัติการจะต้องไปดูอีกทีหลังจากที่ได้เข้าไปบริหารจัดการแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงที่มาแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท นายกฯกล่าวว่า ก็มีการชี้แจงไปบ้าง โดยหลังจากที่เข้าไปกระทรวงแล้วคงจะมีการนำรายละเอียดมาเสนอกันอีกที

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุม ครม.นัดแรกวันที่ 13 ก.ย. จะมีประเด็นอะไรสำคัญที่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลที่จะพิจารณาเลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวยอมรับว่า จะมีเยอะมากในการประชุม ครม.วันที่ 13 ก.ย.นี้ ตอนบ่ายขอให้สื่อมวลชนเตรียมทำข่าวไว้ได้เกี่ยวกับนโยบายหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน วีซ่าฟรี และอีกหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งมีเรื่องเยอะมาก

เมื่อถามว่าแสดงว่ามีอะไรจะเซอร์ไพรส์ประชาชนตั้งแต่ ครม.นัดแรกเลยใช่หรือไม่ นายกฯยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะทำให้แปลกใจหรือเซอร์ไพรส์ ทว่าจะมีอะไรบ้าง แต่มีนโยบายเยอะ และหลาย ๆ อย่างจะเป็นการตอบโจทย์สิ่งที่แถลงนโยบายไปบ้างในเบื้องต้น และหลาย ๆ พรรคการเมืองที่มาร่วมในรัฐบาลที่เสนอนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน ก็จะพยายามนำมาทำให้ได้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่าการใช้จ่ายบล็อกเชนเรื่องเงินดิจิทัล จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตการใช้จ่ายทิพย์ได้ใช่หรือไม่ อย่างกรณี 10,000 บาท แต่ร้านค้าให้เงินสด 9,000 บาท เหมือนเป็นการหักหัวคิว นายเศรษฐากล่าวว่า เข้าใจถึงปัญหาก็ต้องไปเขียนเป็นข้อบังคับไป

เตรียมคุยกับ รมช.คลังหลายเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามถึงการลดค่าไฟที่จะพิจารณาในที่ประชุม ครม.นัดแรก จะลดในราคาที่ทำให้ประชาชนรู้สึกได้เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “น่าจะเป็นเช่นนั้น เดี๋ยววันเดียวกันนี้จะคุยกับ รมช.คลังด้วย วันนี้มีหลายเรื่องที่จะต้องทำ”

และระหว่างฟังการแถลงนโยบายตนเองไม่ได้ไปไหน จะอยู่ที่นี่จนถึงปิดการประชุม ระหว่างทางก็จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่เข้ามาสั่งการ พูดคุย และหลาย ๆ เรื่องที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อคิดและความเป็นห่วงไว้ เราก็พยายามเข้าไปทำงานกันข้างหลัง หากบางส่วนชี้แจงได้ เราก็จะชี้แจงให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่าราคาค่าไฟที่ลดลงเปิดเผยได้หรือไม่จะลดจำนวนเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เดี๋ยวคอยฟังดีกว่า ไม่อยากพูดไปก่อน ใจเย็นนิดนึง วันที่ 13 ก.ย.ตอนบ่ายทราบแน่นอน” นายเศรษฐากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566 ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายเศรษฐากล่าวแถลงในนโยบายของ “รัฐบาลเศรษฐา 1” ว่า การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชนถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการราคาพลังงาน ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในทันที

นอกจากนี้ รัฐบาลจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ โดยวางแผนความต้องการ และสนับสนุนการจัดหาแหล่งพลังงานอย่างเหมาะสม ส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

รวมถึงเร่งเจรจาการใช้พลังงานในพื้นที่อ้างสิทธิกับประเทศข้างเคียงและสำรวจแหล่งพลังงานเพิ่มเติม รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ ! ภายใต้กลไกตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีความมั่นคงทางพลังงานที่จะขับเคลื่อนประเทศต่อไป

ถกเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเร็วที่สุด

ส่วนเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่หลายพรรคก็พูดกันไว้ เพราะทุกคนมีความเป็นห่วงเรื่องของประชาชนที่อยู่ชายขอบที่ต้องได้รับการดูแล มีรายได้ที่เหมาะสมเพียงพอกับการใช้จ่ายประจำวัน เรื่องนี้เราจะมีการเจรจากันกับทั้ง 3 ฝ่าย ระหว่างแรงงาน ผู้ว่าจ้าง และรัฐบาล เพื่อปรับค่าแรงขั้นต่ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีเป้าหมายที่ 400 บาทโดยเร็วที่สุด

เรามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เช่น การท่องเที่ยวเพื่อดึงเงินเข้าภาคบริการ และค่าแรงจะถูกปรับขึ้นตามความต้องการของแรงงาน นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคบริการแล้ว เราจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของพี่น้องและผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ด้วย ซึ่งหลังจากแถลงนโยบายเสร็จ ตนได้ให้แนวทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ดำเนินการเป็นวาระเร่งด่วน