บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทย Sideway ออกข้างไร้ปัจจัยใหม่หนุน จับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐหลังแถลงนโยบาย ให้กรอบการเคลื่อนไหวดัชนี 1,520-1,570 จุด แนะลงทุนใน 7 หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่
วันที่ 12 กันยายน 2566 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัว Sideway ออกข้าง โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด และนักลงทุนยังคงเฝ้าติดตามการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 11-12 ก.ย.
แม้ว่า รมว.คลัง และนายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับ ธ.ก.ส. เพื่อให้นโยบายพักชำระหนี้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเน้นในกลุ่มลูกหนี้ที่เป็นเกษตรกร และเอสเอ็มอี เพื่อช่วยบรรเทาภาระแก่ลูกหนี้ จึงคาดการณ์กรอบดัชนีที่ 1,520-1,570 จุด
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศก็ยังส่งผลต่อการลงทุน ล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.1% YOY ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าที่ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.2% YOY หลังจากลดลง 0.3% YOY ในเดือน ก.ค. สะท้อนว่าจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันของภาวะเงินฝืด และอาจทำให้รัฐบาลจีนเร่งใช้มาตรการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของ EU และยูโรโซนในปีนี้เหลือขยายตัว 0.8% จากเดิม 1.0% และขยายตัว 0.8% จากเดิม 1.1% ตามลำดับ
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาในประเทศ อาทิ วันที่ 25 ก.ย. กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน วันที่ 27 ก.ย. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2566 วันที่ 29 ก.ย. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย ส่วนปัจจัยต่างประเทศ อาทิ วันนี้ 12 ก.ย. อียู รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือน ก.ย. สหรัฐ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือน ส.ค. วันที่ 13 ก.ย. สหรัฐ รายงานสต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ส.ค.
ทั้งนี้ ผลการสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก พบว่า คาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือน ส.ค. วันที่ 14 ก.ย. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากเงินเฟ้อยังไม่มีแนวโน้มชะลอตัว สหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ส.ค. สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ก.ค. วันที่ 15 ก.ย. จีน รายงานดัชนีราคาบ้านเดือน ส.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีภาคการผลิตเดือน ก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ก.ย. วันที่ 19-20 ก.ย ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ทั้งนี้ ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 93.0% ที่ FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50%
ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ได้แก่ TNP, KK, CPALL, CPAXT, STEC, CK และ ITD รวมทั้งหุ้นได้ประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone 15 ในวันนี้ (12 กันยายน) ได้แก่ COM7, SPVI, CPW และ SYNEX
ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินภาพรวมทองคำสัปดาห์นี้ว่ายังคงต้องจับตาประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมของสหรัฐซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.4% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในเดือนสิงหาคมเฉลี่ย 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล +7% MOM อีกทั้งราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวระดับสูงเพราะเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มเติม
ฝ่ายวิจัยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมของสหรัฐจะออกมาสูงกว่าครั้งก่อนที่ระดับ 3.2% ทำให้เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ย. อีก 0.25% เป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำ ระหว่างสัปดาห์มองราคาทองคำเคลื่อนตัวในกรอบ 1,900-1,945 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คำแนะนำซื้อขายตามกรอบที่ให้ไว้
