Skip to content

ต่างชาติทิ้ง “หุ้นไทย” แห่ขาย “บอนด์ยาว”

14 ก.ย. 2566 | 08:59น.
ต่างชาติทิ้ง “หุ้นไทย” แห่ขาย “บอนด์ยาว”

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ “หุ้น-บอนด์” ต่อเนื่อง ฟันด์โฟลว์ทะลักออกแล้วกว่า 2.7 แสนล้าน ล่าสุด แห่ขายบอนด์ยาวทิ้ง ตามเทรนด์ “สหรัฐ-ญี่ปุ่น” รวมถึงไม่มั่นใจการจัดหาแหล่งเงินของรัฐบาลไทยเพื่อทำนโยบายแจกเงินที่ยังแถลงไม่ชัดเจน ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯชี้ปัจจัยภายนอกดึงโฟลว์ไหลออกตลาดหุ้นไทย

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ทิศทางเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ช่วงนี้เงินทุนไหลออกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพันธบัตร (บอนด์) ระยะยาว หรืออายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ถูกเทขาย

ซึ่งเป็นเทรนด์ทั่วโลกที่นักลงทุนเทขายบอนด์ยาวทั้งในสหรัฐและญี่ปุ่น เพื่อปรับพอร์ต ไม่ใช่แค่เก็งกำไรค่าเงินเหมือนที่ผ่านมา และปัจจัยภายใน ที่ตลาดยังไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องการหาแหล่งเงินมาทำนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

“จากก่อนหน้านี้ที่มีการเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาท ก็จะเห็นการขายบอนด์สั้นเป็นหลัก แต่ช่วงนี้เป็นการขายบอนด์ยาว เนื่องจากนักลงทุนมองว่าบอนด์ยาวช่วงนี้ไม่ค่อยน่าสนใจ เพราะสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจัยภายในประเทศที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภาฯ

ซึ่งตลาดจับตาเรื่องการหาแหล่งเงินสำหรับทำนโยบายประชานิยม โดยเฉพาะเรื่องการแจกเงินดิจิทัล แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ว่าจะกู้ จะใช้เงินรัฐวิสาหกิจ หรือจะโยกงบประมาณ นักลงทุนก็เลย wait & see” นางสาวรุ่งกล่าว

ทั้งนี้ เดือน ก.ย.นี้ ตั้งแต่ต้นเดือนถึง ณ 11 ก.ย. (MTD) ฟันด์โฟลว์ไหลออกสุทธิ 19,625 ล้านบาท แบ่งเป็น ไหลออกจากบอนด์สุทธิ 10,253 ล้านบาท และไหลออกจากหุ้นสุทธิ 9,372 ล้านบาท ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ฟันด์โฟลว์ไหลออกแล้ว 272,148 ล้านบาท แบ่งเป็น ไหลออกจากหุ้นสุทธิ 144,569 ล้านบาท และไหลออกจากบอนด์สุทธิ 127,579 ล้านบาท

รุ่ง สงวนเรือง
รุ่ง สงวนเรือง

นางสาวรุ่งกล่าวว่า สำหรับค่าเงินบาทในไตรมาส 3 ยังเป็นเทรนด์อ่อนค่า เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับจีนที่ไม่ฟื้นได้อย่างที่คาด ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 ยังมองว่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ โดยสิ้นปี 2566 น่าจะอยู่ที่ 34 บาทต่อดอลลาร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 35.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่น่าจะแข็งค่าน้อยกว่าที่คาดการณ์เดิมที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์

เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้แย่อย่างที่คาด โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่คาดว่าจะตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป ซึ่งต้องจับตาเศรษฐกิจจีนด้วย

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภาพรวมปีนี้ นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิหุ้นไทยมาตั้งเดือน ก.พ. จนถึงปัจจุบัน โดยเทขายอย่างหนักในช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ตลาดทุนโลกค่อนข้างผันผวนรุนแรง

อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนหลัง ๆ มานี้ การไหลออก ลดน้อยลงไปมาก ต่างชาติขายสุทธิต่อเดือนอยู่แค่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น สะท้อนถึงความผันผวนในตลาดทุนโลกลดลง ประกอบกับปัจจัยภายในประเทศที่มีความชัดเจนจากการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

“ทิศทางฟันด์โฟลว์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังไม่ฟันธงว่ามีโอกาสที่จะเห็นฟันด์โฟลว์ไหลกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทย แต่เชื่อว่าโฟลว์ที่ไหลออกต่อจากนี้จะน้อยลงไปอีก โดยปัจจัยสำคัญที่จะมีผลกับเรื่องนี้คือปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะหากมีความชัดเจนว่า เฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย เป็นต้น รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ เมื่อมีความชัดเจนจากที่รัฐบาลจะมีการแถลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็น่าจะมีส่วนสนับสนุนเช่นกัน” นายศรพลกล่าว