เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. อยู่ที่ 58.7 ดีขึ้น หลังตั้งรัฐบาลได้ แต่ยังห่วง ศก.โลกชะลอ

09 ต.ค. 2566 | 14:37น.

ศูนย์พยากรณ์ฯเผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2566 อยู่ที่ 58.7 ดีขึ้นต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 42 เดือน หลังการจัดตั้งรัฐบาล นโยบายลดค่าครองชีพออกมา แต่ยังกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอ

วันที่ 9 ตุลาคม 2566 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกันยายน 2566 อยู่ที่ระดับ 58.7 ปรับตัวดีขึ้นจากในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 56.9 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 42 เดือน นับตั้งแต่มีนาคม 2563 เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และรัฐบาลจัดทำนโยบายลดค่าครองชีพ โดยลดค่าไฟฟ้าและน้ำมัน รวมถึงมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย

ขณะที่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมกันยายน อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม ที่อยู่ที่ 51.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวมอยู่ที่ระดับ 55.4 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 67.4 ซึ่งเป็นการปรับโดยตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ทุกรายการเมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล

แต่ทั้งนี้ก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ รายได้ในอนาคต เพราะยังกังวลเรื่องสถานการณ์การเมือง ราคาพลังงาน ค่าของชีพ ตลอดจนเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเสี่ยงและชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและการจ้างงาน

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ระดับ 42.9 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ระดับ 66.3 ดัชนีความเชื่อมั่นที่กลับมาดีทุกรายการ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้นจากสถานการณ์การเมืองการจัดตั้งรัฐบาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นเป็นรูปธรรม

ห่วงนโยบาย แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า นโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทของรัฐบาล หอการค้าไทย ได้ส่งสัญญาณว่า นโยบายดังกล่าวควรทำแบบเฉพาะกลุ่ม และอาจแบ่งการให้เงินเป็นงวด ครั้งละ 3-4 พันบาท ไม่ใช่การให้เพียงครั้งเดียว 1 หมื่นบาท

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีนักเศรษฐศาสตร์ยังออกมาคัดค้านนโยบายนี้ เพราะความกังวลว่าเม็ดเงินที่จะใช้ในการทำงบประมาณ 5-6 แสนล้านบาท จะคุ้มค่าต่อระบบเศรษฐกิจไหม อีกทั้งกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินและการคลังของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเงินเฟ้อ และหากนโยบายนี้จะต้องกู้เงินจากต่างประเทศ ก็จะเป็นตัวเร่งให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้นได้อีก

อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าที่จะทำนโยบายเงินดิจิทัลวอลเลต 1 หมื่นบาท ตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน ก็เชื่อว่าคงต้องมีการพิจารณาปรับรายละเอียดเงื่อนไข โดยเฉพาะการจำกัดพื้นที่การใช้จ่ายภายในรัศมี 4 กม.นั้น ก็ควรต้องขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น รวมทั้งอาจเพิ่มเงื่อนไขให้นำไปใช้จ่ายกับสินค้าที่มี local content ตลอดจนสินค้าที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้เกิดเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจได้หลายรอบ และมีความคุ้มค่ามากขึ้น

“ถ้ากำหนดเงื่อนไขการใช้เงินกับสินค้าในชุมชนในพื้นที่ เงินก็จะหมุนได้หลายรอบ และคุ้มค่ามากขึ้น ให้คนไปซื้อของหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ แม้จะไม่ใช่เงินที่ไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่ก็เป็นโครงสร้างพื้นฐานของครัวเรือน การวางนโยบาย ต้องคุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อประเทศ” นายธนวรรธน์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าไทย เศรษฐกิจโลก