เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังโอเปกประกาศเพิ่มกำลังการผลิต
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังโอเปกประกาศเพิ่มกำลังการผลิต
‘ยศชนัน’ ยันภูมิใจไทยยังไม่ส่งสัญญาณปรับ ครม.
Politics ‘ยศชนัน’ ยันภูมิใจไทยยังไม่ส่งสัญญาณปรับ ครม.
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ดูทั้งหมด

นภินทร ถก 12 สถาบันการเงิน ดัน SMEs ไทยโต 40% ของ GDP

28 ต.ค. 2566 | 10:14น.
นภินทร ศรีสรรพางค์

นภินทร นั่งหัวโต๊ะประชุมแนวทางการสนับสนุน SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น พร้อมเตรียมจัดงานใหญ่ ‘มหกรรมรวมพลัง SMEs ไทย’ ต้นปีหน้า

วันที่ 28 ตุลาคม 2566 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทาง การจัดกิจกรรม “จับคู่กู้เงิน” สถาบันการเงินกับ SMEs ไทย ว่า “ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2566

โดยได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชิญสถาบันการเงิน 12 แห่ง และ 6 หน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมหารือเพื่อวางแนวทางการสนับสนุนแหล่งเงินทุน พร้อมออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยตั้งเป้าว่า อีก 4 ปีข้างหน้า SMEs ไทยจะสร้างมูลค่าตลาดและเติบโตทะลุ 40% ของ GDP ประเทศ

การประชุมในครั้งนี้ ประเด็นสำคัญ คือ การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยของไทยให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น โดยขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมประชุมพิจารณาออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือแพคเกจพิเศษแก่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยเป็นการเฉพาะ

ทั้งกรอบวงเงิน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ระยะเวลาการผ่อนชำระ การค้ำประกัน/หลักประกันการเงินกู้ เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และการอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็วขึ้น รวมทั้ง ขอความร่วมมือจาก 6 หน่วยงานพันธมิตรให้การส่งเสริมสนับสนุนและสร้างความยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการ SMEs อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการจัดงานใหญ่เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ไทย ชื่องาน ‘มหกรรมรวมพลัง SMEs ไทย’ ที่จะจัดขึ้นช่วงต้นปี 2567 ซึ่งกิจกรรม ‘จับคู่กู้เงิน’ ระหว่างผู้ประกอบการรายย่อยกับสถาบันการเงิน จะเป็น 1 ไฮไลท์สำคัญของการจัดงาน

เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่สามารถจับต้องและเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน หากการจับคู่ดังกล่าวประสบความสำเร็จจะสะท้อนถึงภาพการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมกันให้ความช่วยเหลือและผลักดันให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายมากขึ้น เป็นการขยายโอกาสทางการค้า ขยายการลงทุน เพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ซึ่งแหล่งเงินทุนดังกล่าวถือเป็นหัวใจหลักและเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการของคนตัวเล็กที่มีสายป่านด้านเงินทุนที่ไม่ได้ยาวมากนัก

การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการต่อยอดให้ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยสามารถเดินบนเส้นทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง สร้างแต้มต่อทางธุรกิจ และมีเสถียรภาพเพียงพอในการประกอบกิจการ พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่ง

‘มหกรรมรวมพลัง SMEs ไทย’ และ กิจกรรม ‘จับคู่กู้เงิน’ เป็นภารกิจเร่งด่วน Quick Win ของกระทรวงพาณิชย์ ในการสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการ SMEs ผลลัพธ์สำคัญของการจัดงานเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน เศรษฐกิจในประเทศเกิดการหมุนเวียน และช่วยขยายตลาดแก่ผู้ประกอบการ SMEs

เบื้องต้น กำหนดจัดมหกรรมฯ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และ 3 ภูมิภาคของประเทศ คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ โดยกิจกรรมหลักภายในงาน ประกอบด้วย

1) การเปิดพื้นที่ให้ SMEs เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้า อาทิ ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจอาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน กว่า 100 คูหา

2) การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจ

3) การสร้างองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพธุรกิจโดยการจัดอบรมสัมมนาในหัวข้อที่ SMEs จำเป็นต้องรู้เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น กฎระเบียบด้านการค้าระหว่างประเทศ สิทธิประโยชน์ FTA และแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

4) การให้สินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ภายใต้กิจกรรม ‘จับคู่กู้เงิน’

5) การให้คำปรึกษาด้านการทำธุรกิจ เทคนิคการขอสินเชื่อสถาบันการเงินจากผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชนและหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์

เบื้องต้นที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า SMEs ไทยมีความต้องการหลัก คือ ‘มีความรู้ กู้เงินได้ ขายของดี มีกำไร ใช้หนี้ทัน’ ซึ่งการประชุมหารือวันนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการได้ทุกข้อ

ส่งผลให้การหารือเป็นไปด้วยดีในทิศทางเดียวกัน สถาบันการเงินและหน่วยงานพันธมิตรพร้อมให้ความช่วยเหลือ/สนับสนุนการจัด ‘มหกรรมรวมพลัง SMEs ไทย’ และ กิจกรรม ‘จับคู่กู้เงิน’ อย่างเต็มที่ และยินดีร่วมผลักดันให้ SMEs ไทย สร้างมูลค่าทางการตลาดและมีอัตราการเติบโตทะลุ 40% ของ GDP ประเทศ

พร้อมรับนโยบายไปดำเนินงานเพื่อแปลงความต้องการด้านสินเชื่อ/ขอรับการสนับสนุนด้านต่างๆ ของผู้ประกอบการ SMEs ให้กลายเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นจริง โดยขอให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแกนกลางในการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตรเพื่อให้เกิดความคล่องตัว

ทั้งนี้ กิจกรรมจับคู่กู้เงินจะช่วยลดต้นทุนการประกอบธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ SMEs ได้ในระดับหนึ่ง ลดการกู้ยืมเงินนอกระบบ เป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยธุรกิจให้แน่นแฟ้นขึ้น รวมถึง การได้รับคำปรึกษาจากหน่วยงานพันธมิตรอย่างตรงจุด ทำให้เข้าถึงสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละประเภท

สามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุประสิทธิผลสูงสุด ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามมา สอดรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้แก่ภาคธุรกิจและประชาชน

ธนาคารที่เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

รวมทั้ง ได้เชิญ 6 หน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด สมาคมธนาคารไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยมีตนนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SMEs จีดีพี (GDP)