“ภูมิธรรม” ลงพื้นที่อุดร-หนองคาย พร้อมย้ำ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังคงเดินหน้าต่อ และเปิดงาน ธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจ แย้มประชุม ครม.สัญจร ที่แรก หนองบัวลำภู
วันที่ 28 ตุลาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานธงฟ้าราคาประหยัด จังหวัดหนองคาย ระหว่างวันที่ 27-30 ที่โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ โดยกระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยลดราคาสินค้า เพื่อให้ลดค่าครองชีพ กระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้น การจัดกิจกรรมสร้างรายได้อย่างธงฟ้าราคาประหยัดในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือประชาชน
“ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตมาอย่างยาวนาน การพยายามที่จะจัดงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน แม้จะเป็นรัฐบาลผสม แต่ก็เป็นรัฐบาลของประชาชน โดยการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเรามาด้วยความยากลำบาก ไม่มีเวลามาฮันนีมูนต้องเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน”
ขณะที่ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตเดินหน้าได้แน่ แต่การวิพากษ์วิจารณ์มีหลายเรื่องเป็นเรื่องน่าสนใจ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่อยากแบ่งคนจนคนรวยแต่อยากให้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือน ทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน โดยไม่ได้ติดใจว่าให้ใคร แต่ขอให้นำเงินมาใช้ซึ่งเงินจำนวน 5.4 แสนล้านบาทสามารถมากระตุ้นเป็นยาแรง หากไม่ใช้จะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้
โดยยืนยันว่าทำแน่แต่จะปรับให้ตามความเหมาะสม เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยินดีรับฟังแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่เข้าใจในวัตถุประสงค์ตามความเหมาะสม การกระตุ้นเศรษฐกิจวิธีนี้ไม่ใช่ไทยที่ทำเพียงประเทศเดียว
อย่างไรก็ดี รัฐบาลต้องการให้ประชาชนทั้งประเทศมีโอกาสใช้เงินในการแก้ไขปัญหาความยากจน ใช้บล็อกเชนกำหนดการใช้จ่ายของประชาชนได้ ไม่ใช่นำเงินไปใช้จ่ายแบบผิดวัตถุประสงค์ หมายความว่าไม่ใช่ให้กรุงเทพฯโตอย่างเดียว แต่จำกัดพื้นที่ให้มีการกระจายออกไปในต่างจังหวัดด้วย หากพื้นที่ใดที่ไม่มีร้านค้าก็ให้พิจารณาตามความเหมาะสม ขยายรัศมีออกไป

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ความสำคัญของโครงการ คือประชาชนนำเงินไปไช้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และรัฐบาลยอมรับว่าเป็นธรรมดาที่พรรคเพื่อไทยคิดไม่เหมือนใคร เป็นคนคิดนอกกรอบ จึงถูกวิจารณ์อย่างหนัก อย่าง 30 บาทรักษาทุกโรคตอนเริ่มถูกวิจารณ์หนัก แต่ก็ยืนยันทำเพื่อให้ระบบสุขภาพเข้าถึงประชาชน ทยอยทำในแต่ละโรงพยาบาล เมื่อเห็นข้อผิดพลาดก็นำมาแก้ไข เป็นการลดรายจ่าย และสามารถต่อยอดดูแลสุขภาพประชาชนทั้งประเทศได้
และในโอกาสนี้ ที่นายกรัฐมนตรีจะมาเยี่ยมชาวหนองคาย ตนจึงลงมาช่วยดูในเรื่องของการรวมศูนย์ one stop service ในการค้าขายขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศด้วย สามารถส่งออกไปยังปลายทางได้ในทันที โดยยอมรับว่าการทำงานค่อนข้างลำบาก แต่หากมีประชาชนอยู่ในหัวใจ แม้จะมีอุปสรรคก็ยินดีทำหากผลสุดท้ายออกมาประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันดูแล
“ผมยังได้รับรู้ว่ามีความยากลำบากและปัญหาความเหลื่อมล้ำ จึงเป็นที่มา ที่นายกรัฐมนตรีจะจัด ครม.สัญจร ครั้งแรกที่หนองบัวลำภู ช่วงเวลาเดือนธันวาคม หรือต้นเดือนมกราคม โดยอยากให้มาดูแลเป็นจังหวัดแรก”
ทั้งนี้จะมีนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีทุกคนจะเดินทางมาจังหวัด ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์กับคนหนองบัวลำภู พร้อมมองว่าหากจังหวัด หนองบัวลำภูเป็นจังหวัดแรก ที่จะมีการประชุมครม.พื้นที่ควรได้ประโยชน์มากที่สุด และหลังจากลงพื้นที่วันนี้จะไปนำไปหารือร่วมกับนายกฯให้ทราบถึงปัญหาด้วย

นอกจากที่ยังทราบว่าของดีในจังหวัดที่เป็น Soft Power ในเรื่องของการทอผ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับ Soft Power ที่เป็นภูมิปัญญาของพื้นที่เป็นสิ่งที่รัฐบาลสามารถที่จะเข้ามา ช่วยดูแลได้มากขึ้น ให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้นซึ่งคณะกรรมการ มีทั้งนายกฯ และนางสาวแพรทองธาร อยู่ในคณะกรรมการด้วย ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์จะช่วยหาตลาด และขยายบทบาทของ Soft Power แต่ละพื้นที่ให้ประชาชนมีรายได้
พร้อมมีแนวคิดนำไทย select ซึ่ง เป็นเครื่องหมายการันตีร้านอาหาร ที่ได้คุณภาพ ให้เป็นที่ยอมรับเช่นเดียวกับ Michelinและอยากทำให้เป็นโชว์รูมของประเทศไทย นำวัฒนธรรม ภูมิปัญญามาใช้ตรงนี้
นายภูมิธรรม ระบุว่า รัฐบาลโดยนายกฯ ยืนยันที่จะทำงานหนัก ไม่มีเวลาไปฮันนีมูน ตั้งใจที่จะทำงานเพื่อตอบสนองประชาชน อยากให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเอาประชาชนเป็นหัวใจของเราปัญหาของประชาชนคือปัญหาของเรา ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่
“นายกฯยังให้แนวนโยบายว่าอะไรที่เห็นปัญหาและทำได้ให้ทำทันที ทำให้ถูกระเบียบ อะไรที่คิดว่าเป็นอุปสรรค แต่จะต้องทำอย่าบอกว่าทำไม่ได้ ต้องหาหนทางเพื่อแก้ปัญหาให้ได้ ซึ่งรัฐมนตรีรับนโยบายมาแล้ว”