Skip to content

ประกาศแล้ว! กฎกระทรวงฉบับที่ 390 ยกเว้นภาษี “กองทุน Thai ESG”

11 ธ.ค. 2566 | 14:54น.
ประกาศแล้ว! กฎกระทรวงฉบับที่ 390 ยกเว้นภาษี “กองทุน Thai ESG”

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงฉบับที่ 390 พ.ศ. 2566 กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน Thailand ESG Fund (Thai ESG) มีผลบังคับใช้แล้ว ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1 แสนบาท ลงทุน 8 ปีขึ้นไป เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลงทุนในกิจการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

วันที่ 11 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่กฎกระทรวง ฉบับที่ 390(พ.ศ.2566) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงนามโดยนายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

สำหรับสาระสำคัญหรือ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ ระบุว่า โดยที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมและการลงทุนระยะยาวผ่านกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน Thailand ESG Fund : Thai ESG) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการลงทุนในกิจการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

สมควรกำหนดให้เงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนและเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ TESG (Thailand ESG Fund) เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีน้องใหม่ ที่เพิ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเป็นกองทุนที่มุ่งส่งเสริมการออมระยะยาว และให้สิทธิลดหย่อนภาษี คล้ายกับกองทุน LTF, SSF, RMF

แต่กองทุน TESG นี้ จุดโฟกัสในการลงทุน คือ ลงทุนในหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย ที่มุ่งเน้นด้านความยั่งยืนเป็นหลัก โดยรูปแบบการลงทุนในกองทุน TESG นั้น จะขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละ บลจ.เอง ว่าจะจัดสัดส่วนลงทุน เน้นหุ้นหรือตราสารหนี้มากกว่ากัน

ทั้งนี้กองทุน TESG นี้ สามารถลดหย่อนภาษีได้ 30% ของรายได้ เช่นเดียวกับการซื้อกองทุน SSF-RMF และลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1 แสนบาท แต่การซื้อกองทุน TESG จะแยกวงเงินลดหย่อนภาษีออกจากกองทุนอื่น ๆ ทั้ง SSF, RMF, กองทุนบำนาญต่าง ๆ และประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้ รวมกันสูงสุด 5 แสนบาท

ส่วนเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี คือ ต้องลงทุนในกองทุนดังกล่าว เป็นเวลา 8 ปีขึ้นไป แบบวันชนวัน ซื้อวันไหน นับไปอีก 8 ปีข้างหน้า ถึงจะขายได้ สามารถซื้อได้ไม่กำหนดขั้นต่ำ และไม่บังคับซื้อต่อเนื่องทุกปี โดยระยะเวลาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการซื้อกองทุน TESG จะสามารถใช้ได้ภายในปี 2566 จนถึงปี 2575

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวก่อนหน้านี้ว่า กรมสรรพากรจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ทันกับการใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีในปี 2566 คือสามารถซื้อกองทุน TESG ได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ แล้วนำไปหักลดหย่อนภาษีได้เลยในรอบเดือน มี.ค. 2567 ได้เลย

สำหรับเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี จะให้ในวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท แยกจาก RMF และ SSF ที่เดิมมีวงเงินลดหย่อนภาษีรวมกัน 5 แสนบาท ระยะเวลาลงทุน 8 ปีเต็ม (10 ปีปฏิทิน)

 

กฎกระทรวง-กองทุน TESG

02-กฎกระทรวง-กองทุน TESG

ดูประกาศกฎกระทรวงฉบับเต็มที่นี่