บลจ.แข่งตั้งกอง TESG ชิงเค้กก้อนใหม่ ทิสโก้ไอพีโอพันล้าน (คลิป)

ครม. ได้อนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ Thai ESG Fund ไปแล้วนะครับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งขณะนี้สำนักงาน ก.ล.ต. ก็ได้ยกร่างประกาศแล้ว และเปิดให้บรรดา บลจ. สามารถยื่นร่างเอกสารในการจัดตั้งกองทุน TESG ได้แล้ว

วันนี้ Prachachat Wealth เล่าเรื่องการลงทุน ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทิสโก้ ที่จะมาพูดคุยว่าความพร้อมของ บลจ. ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรกันบ้าง ในการเตรียมตัวเพื่อเสนอขายกองทุนตัวใหม่ ซึ่งจะเป็น new growth engine ของ บลจ. ในอนาคต สำหรับกองทุนลดหย่อนภาษีตัวใหม่

Q: ตอนนี้ บลจ.ทิสโก้ มีกระบวนการตั้งกอง TESG เป็นอย่างไรบ้าง

นายสาห์รัช กล่าวว่า ตัวทิสโก้เองเรามีความพร้อม ในปัจจุบันเรามีกองทุนหุ้นไทยที่ไปจดเป็นกอง SRI Funds (กองทุนยั่งยืน) กับสำนักงาน ก.ล.ต. อยู่แล้ว 2 กองทุน เป็นกองหุ้นไทยทั่วไป ตั้งชื่อกองว่า TISCO ESG และอีกกอง TISCO Well-being ที่ลงทุนเลือกหุ้นในดัชนี SET Well-being

เพราะฉะนั้นไม่ได้มีข้อจำกัด หรือประเด็นอะไรที่จะจดอีกกองหนึ่ง ซึ่งเป็นในเวอร์ชั่นที่เป็น Thai ESG ตามประกาศของ ก.ล.ต. ซึ่งตอนนี้ตัวโครงการ เราก็พร้อมอยู่แล้ว และตอนนี้ summit ไปที่ ก.ล.ต. แล้ว เพียงแต่การอนุมัติของ ก.ล.ต. อาจจะต้องมีการรอประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่ง ก.ล.ต. คงจะอนุมัติไปพร้อม ๆ กันของหลาย ๆ บลจ. ที่ยื่นเข้ามา ซึ่งก็เชื่อว่าน่าจะอนุมัติได้ภายในต้นเดือน ธ.ค.

กองทุนที่เราจะออกเป็นกองแรกก็จะเป็นกองหุ้นไทย มี 2 ประเภท ก็จะเป็นที่ไม่จ่ายปันผล กับ จ่ายปันผล ให้สามารถเลือกลงทุนได้ ส่วนกองที่ผสมตราสารหนี้หรือกองที่เป็นตราสารหนี้ล้วน ที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่ผ่านเกณฑ์ ESG ยังไม่ได้ออกในช่วงนี้ เนื่องจากตัวซัพพลายของหุ้นกู้ประเภทเหล่านี้ค่อนข้างจำกัด มีความยากลำบากในการบริหาร

“ก็คาดว่าจะไอพีโอในช่วงวีคที่สองของเดือน ธ.ค. เป็นต้นไป ก็สามารถลงทุนซื้อกองทุนนี้ได้ มีทั้งช่องทางทิสโก้แบงก์ หรือช่องทาง บลจ.ทิสโก้เองก็ดี หรือช่องทางแอปพลิเคชั่น TISCO My Funds”

Q: ยื่นจดขนาดกองเท่าไร คาดว่าปีแรกจะมีเม็ดเงินเข้ามามากน้อยแค่ไหน

กองทุนนี้เป็นโครงการ 10 ปี ไม่ได้ขายครั้งเดียว ไม่เหมือนกอง SSFX ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่ครั้งนั้นเปิด 3 เดือนแล้วจบ ไม่ได้มีการขายต่อ แต่ว่ากองทุนนี้จะมีการขายต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปี

ในเบื้องต้นเนื่องจากว่าในปีนี้เป็นปีแรก และก็เป็นโครงการเร่งด่วนในช่วงปลายปี ก็มีเวลาน้อยมาก ๆ ที่จะขาย ในปีนี้อาจจะมีระยะเวลาแค่ประมาณสัก 2 อาทิตย์เท่านั้นเองในการขาย บวกกับเป็นกองประเภทใหม่ที่ผู้ลงทุนอาจจะไม่รู้จักในวงกว้าง มีเวลาค่อนข้างจำกัดในเรื่องการทำประชาสัมพันธ์

ผมก็เลยคิดว่าในช่วงปีนี้จนถึงปลายปี ในแง่ของเม็ดเงินที่จะไหลเข้ามาลงทุนในกอง Thai ESG ทั้งอุตสาหกรรมอาจจะไม่ได้เยอะอย่างที่ทุกคนคาด

อย่างรอบที่แล้ว SSFX ตอนนั้น ที่ลงทุนในหุ้นไทย วงเงิน 2 แสนบาท/คน ระยะเวลาการขาย 3 เดือน เม็ดเงินที่ Raise (ระดมทุน) ได้ก็อยู่สักหลัก 8,000 กว่าล้าน ไม่ถึง 10,000 ล้าน อย่างที่เราคาดหวังนะครับ

ในรอบนี้ผมคิดว่าคงน้อยกว่านั้นพอสมควร เพราะวงเงินแค่ 1 แสนบาท/คน และเวลาขายค่อนข้างจำกัด

ทิสโก้ไอพีโอ 1 กอง มูลค่าพันล้าน

ส่วนในแง่ของทิสโก้เอง แม้ว่าโอกาสในช่วง 2 สัปดาห์ ที่จะมีการขายอาจจะสั้นมาก ๆ แต่เรามีการจดไว้ที่ไซซ์ประมาณ 1,000 ล้าน แต่ในเบื้องต้นไม่ได้คาดหวังเยอะขนาดนั้น ผมว่าเป็นหลักร้อยล้านก็เก่งแล้วล่ะ ในแง่ของทิสโก้เอง เพราะเราไม่ได้มีฐานลูกค้ากว้างเหมือนอย่าง บลจ.ใหญ่

Q: มีแคมเปญหรือโปรโมชั่นอะไรที่จะเรียกยอดซื้อกองทุน TESG ตัวใหม่บ้าง

ในแง่ของตัวโปรโมชั่น ก็มีข้อจำกัด เพราะว่าเรามีเกณฑ์ของทางสมาคม บลจ.อยู่ว่า เราไม่สามารถจะให้เกิน 0.2% ของยอดซื้อได้ เราเลยต้องมีการกำหนดไว้เต็มแม็กซ์เท่าที่เราทำได้ โปรโมชั่นก็เป็นทุก ๆ 50,000 บาท เราจะให้เป็นกองทุนพันธบัตรระยะสั้น ในมูลค่า 100 บาทต่อทุก ๆ 50,000 บาทในยอดซื้อ

เรามีการกำหนดขั้นต่ำไว้น้อยมาก 1,000 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ ก็จะแตกต่างจากกองทุนหุ้นทั่วไป

Q: ถ้าดู performance ดัชนี SET ESG เทียบกับดัชนี SET Index รีเทิร์นน่าจูงใจมั้ย

ในตัวดัชนี SET ESG มีการตั้งดัชนีไปเมื่อประมาณกลางปี ที่ผ่านมา แล้วมีการตั้งฐานดัชนีที่ประมาณ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันเข้าไปดูมีหุ้นอยู่ในดัชนี ESG ประมาณ 190 กว่าบริษัท คิดเป็นมาร์เก็ตแคปประมาณ 70% ถ้าเกิดเอาตัวดัชนี ESG กับดัชนี SET Index มาเทียบกันในพรีเรียด 5 ปีกว่า ๆ ก็จะเห็นความเคลื่อนไหวของตัวดัชนีมีความใกล้เคียงกัน

แต่ว่าถ้าดูพรีเรียด 5 ปีจนถึงปัจจุบัน ตัวดัชนี ESG แม้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวใกล้เคียงกัน คือมีมูฟเม้นขึ้น ๆ ลง ๆ ก็ อินไลน์กัน แต่ตัวดัชนี ESG ก็ยังสามารถ outperform ตัวดัชนี SET Index ได้ประมาณ 3-4% ในรอบ 5 ปีกว่า ๆ

เพราะฉะนั้นโดยสรุป หุ้นที่อยู่ในดัชนี ESG ค่อนข้างเยอะ เกือบ ๆ 200 บริษัท คิดเป็นตั้ง 70% ของมาร์เก็ตแคป เพราะฉะนั้นความเคลื่อนไหวน่าจะมี correlation ค่อนข้างสูงกับดัชนี SET Index

เพียงแต่ว่ากองทุน Thai ESG ที่แต่ละ บลจ.ออกมา Fund Manager เอง ก็คงไม่ได้เลือกหุ้นล้อไปกับดัชนี ESG เขาก็ต้องมีการสกรีนนิ่งหุ้นที่มีความเข้มแข็งในเรื่อง ESG และคาดหมายเรื่องของ performance ตัวบริษัทนั้น ๆ ด้วย เพื่อที่จะ outperform ตัวดัชนี ESG อีกทีหนึ่ง

เราคิดว่ามั่นใจว่าจะบริหารกองทุน Thai ESG ที่จะคลอดออกมาจะต้องมีผลการดำเนินงานที่ต้องดีกว่าดัชนี Thai ESG และรวมถึง SET Index ด้วย

Q: ในมุมการแข่งขัน ดูการชิงเค้กก้อนใหม่ตรงนี้จะดุเดือดมั้ย

ณ วันนี้ ทุก บลจ. ก็เห็นโอกาส และเท่าที่ลองคุยกับเพื่อนร่วมอาชีพ ทุกคนก็ให้ความสำคัญในการเร่งออกในผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เพราะว่าในยุคสมัยใหม่ มีงานอื่นต้องทำเพิ่มเติม

โดยเฉพาะทุกที่จะมีช่องทางแอปพลิเคชั่น ดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งต้องมีการปรับเพื่อรองรับตัวนี้ ทุกคนต้องเร่งทำงาน


ทีนี้การแข่งขันคิดว่าก็ในระดับหนึ่ง แต่ priority หลักคือทำให้ทันก่อน ยังอาจจะยังไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ แต่ในปีถัด ๆ ไป ตัวนี้ก็เป็นโอกาส เรียกว่าเป็น new growth engine อันใหม่ของ บลจ. ผมว่าก็คงต้องมีการแข่งขันกันมากขึ้น