เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ดูทั้งหมด

ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศแรกของโลก กำจัดไขมันทรานส์ ได้ใบรับรอง WHO ปี 2566

26 ธ.ค. 2566 | 19:11น.
วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา

ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศแรกของโลกที่องค์การอนามัยโลกมอบใบรับรอง ผ่านการตรวจสอบการกำจัดไขมันทรานส์ ปี 2566

วันที่ 26 ธันวาคม 2566 นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานคณะกรรมการ อาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคตหอการค้าไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศและมอบใบรับรอง WHO Validation Certificate of Trans Fat Elimination ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2566 ให้กับ 5 ประเทศแรกของโลกที่ผ่านการตรวจสอบด้านการกำจัดไขมันทรานส์ (Trans-Fatty Acids : TFA) ได้แก่ เดนมาร์ก ลิทัวเนีย โปแลนด์ ซาอุดีอาระเบีย และไทย

“ไขมันทรานส์เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อ และการบริโภค TFA เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1 ของการบริโภคอาหารที่ให้พลังงานทั้งหมด มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและการเสียชีวิต

ซึ่ง TFA บางส่วนผลิตโดยอุตสาหกรรมนั้น เป็นส่วนที่ไม่จำเป็นและสามารถกำจัดได้ จึงได้ออกแผนปฏิบัติการกำจัด TFA ที่ผลิตโดยอุตสาหกรรม เพื่อให้ประเทศสมาชิกใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายและกรอบการทางานนับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา โดย WHO จะมีกระบวนการติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบการดาเนินงานของประเทศสมาชิก ประเทศที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบจะได้รับใบรับรอง WHO เป็นครั้งแรกในปี 2023 โดย 5 ประเทศแรกของโลกที่ได้รับใบรับรองนี้”

สำหรับเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อออกใบรับรองให้นั้น ประเทศสมาชิกจะต้องมี (1) นโยบายที่มีผลบังคับใช้ของแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการกำจัดไขมันทรานส์ ได้แก่ ข้อกาหนดในการสั่งห้ามผลิต ใช้ หรือขายน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils :PHO) หรือข้อกาหนดที่จำกัดปริมาณไขมันทรานส์ในอาหาร ไขมัน และน้ำมันที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมมีปริมาณ TFA ไม่เกินร้อยละ 2 ของไขมันทั้งหมด หรืออาจใช้ทั้ง 2 นโยบายร่วมกันก็ได้ และ (2) ต้องมีระบบตรวจติดตามผล (3) ต้องมีระบบการบังคับใช้ (4) ต้องมีรายงานและเอกสารเก็บไว้สาหรับการตรวจสอบ

WHO มีกระบวนการตรวจสอบโดยทีมผู้ตรวจประเมินไขมันมันทรานส์ (TFA Evaluation Team) ที่จะตรวจสอบใบสมัครของประเทศสมาชิกรวมถึงเอกสารประกอบทั้งหมด และอาจทาการตรวจเยี่ยมประเทศด้วยหากมีความจาเป็น ซึ่งทีมผู้ตรวจประเมินไขมันทรานส์นี้ เป็นทีมย่อยของกลุ่มที่ปรึกษาด้านเทคนิคการกาจัดไขมันทรานส์ (Trans Fat Elimination Technical Advisory Group : TFATAG)

ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญอิสระระดับนานาชาติที่มีประสบการณ์ทางวิชาชีพ และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการกาจัด TFA รวมถึงวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ เทคโนโลยีการอาหาร วิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการอาหาร การควบคุมและกฎระเบียบด้านอาหาร ระบาดวิทยาด้านโภชนาการ และนโยบายด้านอาหารและโภชนาการ

นอกจากนี้ WHO ยังได้จัดทาฐานข้อมูลเพื่อติดตามความคืบหน้าของประเทศต่างๆ ในการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการอื่นๆ เพื่อลดและกาจัด TFA ที่ผลิตโดยอุตสาหกรรม และได้พัฒนา TFA Country Score Card เพื่อติดตามผลการดาเนินงานของประเทศต่างๆ แบ่งเป็น 4 ระดับคะแนนตามนโยบายของชาติ ดังนี้

ระดับ 1 : มีนโยบายระดับชาติที่มุ่งมั่นในการกาจัด TFA ที่ผลิตจากอุตสาหกรรม (มี 53 ประเทศ)

ระดับ 2 : มีมาตรการเสริมอื่นๆ เช่น ส่งเสริมทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าแก่ประชาชน (มี 18 ประเทศ)

ระดับ 3 : มีมาตรการกาหนดปริมาณ TFA แต่มีข้อจากัดน้อยกว่าคาแนะนา (มี 16 ประเทศ)

ระดับ 4 : มีนโยบายการปฏิบัติที่ดีที่สุดในการกาจัด TFA และสอดคล้องตามคาแนะนา (มี 56 ประเทศ) ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มนี้ รวมถึงได้ผ่านการตรวจสอบและได้รับใบรับรองแล้วว่า เป็นประเทศที่มีนโยบายและการบังคับใช้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการกำจัด TFA ที่ผลิตโดยอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องตามคาแนะนำของ WHO

สำหรับการดำเนินงานของประเทศไทย ในปี 2561 สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้นาเสนอผลการวิจัยเรื่อง “ประเทศไทยปลอดไขมันทรานส์ Thailand : Trans fat-Free Country” พบว่า อาหารในท้องตลาดที่ปนเปื้อนกรดไขมันชนิดทรานส์ในระดับเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกาหนด (> 2.2 กรัมต่อวัน หรือ > 0.5 กรัมต่อมื้อ) ได้แก่ โดนัททอด พัฟและเพสทรี เวเฟอร์ มาร์การีน และเนย เพียงบางยี่ห้อเท่านั้น

ผลการวิจัยได้ข้อสรุปว่า ประเทศไทยสามารถประกาศสถานะปลอดการปนเปื้อนกรดไขมันชนิดทรานส์ได้ภายใน 1 ปี เพื่อไม่ให้มีผลเชิงลบต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และควรดำเนินการภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

1. คำจากัดความของ “ปลอดไขมันทรานส์” มิใช่การตรวจไม่พบกรดไขมันชนิดทรานส์ แต่เป็นการกาหนดความเข้มข้นสูงสุดที่ยอมให้มีได้ โดยใช้ปริมาณที่ไม่ก่อความเสี่ยงเชิงสุขภาพเป็นเกณฑ์ ได้แก่ < 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค

2. ผู้ผลิตน้ำมันและไขมัน ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมที่ปนเปื้อนกรดไขมันชนิดทรานส์ โดยใช้กระบวนการผสมน้ำมัน (Oil Blending) ซึ่งต้นทุนด้านเทคโนโลยีและวัตถุดิบไม่สูง

3. เร่งรัดมาตรการด้านกฏหมายที่ห้ามมิให้ใช้ไขมันที่ผลิตจากกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนในการผลิตอาหาร เพื่อลดการได้เปรียบและเสียเปรียบทางการค้าของผู้ผลิตอาหาร และเฝ้าระวังการทุ่มตลาดของสินค้าคัดทิ้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา และ

4.การกล่าวอ้างทางโภชนาการในผลิตภัณฑ์อาหารที่เกี่ยวกับปริมาณไขมันทรานส์ ซึ่งต้องพิจารณาทั้งปริมาณกรดไขมันชนิดทรานส์และกรดไขมันอิ่มตัว เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคสับสนและเกิดผลเสียต่อสุขภาพ

ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตอาหารในกลุ่มที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือในการปรับกระบวนการผลิต และปรับสูตรการผลิตอาหาร โดยมีระยะเวลาการปรับตัวก่อนที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขจะมีผลบังคับใช้

โดยสื่อต่างๆ ได้ร่วมประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

โดยมีเนื้อหาสาคัญ คือ ให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่าน กระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารที่ห้ามผลิตนำเข้า หรือจำหน่าย

ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2562 การจะได้รับใบรับรองฉบับนี้ ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา สื่อสารมวลชน และประชาชน เนื่องจากเป็นแผนปฏิบัติการระดับประเทศ การได้รับใบรับรองจึงเป็นความภูมิใจร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทั่วโลกทราบว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่ปลอดภัยจากไขมันทรานส์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ