Skip to content

เศรษฐา พอใจผลประชุม World Economic Forum เกิดประโยชน์มหาศาล

18 ม.ค. 2567 | 19:27น.
เศรษฐา พอใจผลประชุม World Economic Forum เกิดประโยชน์มหาศาล

นายกรัฐมนตรี ปลื้ม ผลประชุม World Economic Forum เชื่อมั่นเกิดประโยชน์มหาศาลแก่คนไทย นำไปต่อยอดได้อีกมาก

วันที่ 18 มกราคม 2567 ณ ศูนย์ประชุม Congress Centre เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือ WEF โดยกล่าวยืนยันว่า ได้ส่งข้อความถึงทั่วโลกว่า

ประเทศไทยเปิดแล้วสำหรับทุกมิติ ทั้งการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การลงทุนข้ามประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เมื่อวานนี้ (17 มกราคม 2567) ได้ประชุมเสร็จสิ้นแล้ว 19 วงประชุม แบ่งเป็นการสัมมนา การพบปะภาคเอกชนต่าง ๆ และทวิภาคีกับบุคคลสำคัญ

ทั้งประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส นายกรัฐมนตรีเบลเยียม นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายกรัฐมนตรีเวียดนาม โดยได้พูดคุยเรื่องการค้า และขั้นตอนอื่น ๆ ซึ่งการพูดคุยทำให้มีความชัดเจนที่จะนำไปปฏิบัติต่อไป ส่วนการพบปะกับภาคเอกชน ทั้งบริษัท COCA COLA และ Dubai World รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำของโลกคนอื่น ๆ เช่น นักธุรกิจชาวอินเดีย (Adani Group) มีความเชี่ยวชาญด้านท่าเรือและสนามบิน เป็นเรื่องที่ไทยสามารถนำไปต่อยอดได้อีกมาก

การเดินทางมาครั้งนี้เชื่อว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล แม้ว่าการพบปะทั้ง 19 วงประชุม จะค่อนข้างแน่น แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกว่ากระชับ ได้ประโยชน์ และใจความตลอด ซึ่งวันนี้ยังต้องดำเนินภารกิจต่อ และในโอกาสที่ได้พบปะหารือกับผู้บริหารของ WEF ได้แจ้งว่าการเดินทางมาประชุมในครั้งนี้เป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยในปีหน้าก็จะมาร่วมการประชุมอีก ซึ่งวันนี้จะต้องปฏิบัติภารกิจอีก 4 การประชุม ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

พบ กมธ.ยุโรป

ต่อมา นายเศรษฐาและประธานคณะกรรมาธิการยุโรปแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่สงบทั่วโลก รวมถึงความจำเป็นของประเทศต่าง ๆ ที่จะเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และความเชื่อมโยงระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในระดับประชาชน และด้านเศรษฐกิจ พร้อมเห็นพ้องกันในการเดินหน้ากับการเจรจาความตกลงทางการค้าเสรี (FTA) ไทย-อียู ให้บรรลุผลโดยเร็ว

“หนึ่งในภารกิจสำคัญของการเดินทางเยือน WEF ครั้งนี้ คือการได้เข้าพบหารือกับนาง Ursula von der Leyen ประธานกรรมาธิการยุโรป เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่สงบทั่วโลก ตลอดจนความจำเป็นของประเทศต่าง ๆ ที่จะเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และความเชื่อมโยงระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างประชาชนหรือเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันกับการเดินหน้ากับการเจรจา FTA ไทย-อียู ให้บรรลุผลโดยเร็ว ทั้งนี้ผมยังได้ขอให้ช่วยพิจารณาเรื่องการขอวีซ่าฟรีจากกลุ่มประเทศยุโรปสำหรับพี่น้องคนไทยอีกด้วย”

หารือ Robert Bosch

จากนั้น นายเศรษฐา พบปะกับ ดร. Christian Fischer รองประธานกรรมการบริหาร (Deputy Chairman of the Board of Management) บริษัท Robert Bosch บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนําของโลก เชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อน อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค เทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ดำเนินงานในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

โดยหารือถึงการลงทุนของบริษัทในประเทศไทย ทั้งในด้านการขับเคลื่อน (automotive) และธุรกิจที่ไม่ใช่ด้านการขับเคลื่อน (nonautomotive) ถือว่าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยโรงงานในประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางในการผลิตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค รวมไปถึงญี่ปุ่นด้วย

ทั้งนี้ บริษัทมีความตั้งใจที่จะขยายการผลิตไปสู่การผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ EV โดยจะสร้างโรงงานเพิ่มในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะผลิตได้เต็มศักยภาพได้ภายในปี 2026 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชวนให้บริษัทมาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค (Regional HQ) ในไทย โดยพร้อมจะสนับสนุนในมาตรการต่าง ๆ

ไม่แข่งด้วยค่าแรงต่ำ

นายเศรษฐา โพสต์ข้อความด้วยว่า สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำเสมอทั้งในเวทีผู้นำและเวทีธุรกิจต่าง ๆ คือเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งระบบของไทยเปรียบเสมือนพีระมิด ข้างบนผมไม่ห่วง แต่ฐานข้างล่างพีระมิดที่เป็นเหมือนฐานของประเทศ ตรงนี้ผมให้ความสำคัญครับ ในเวที Learning from ASEAN ผมได้อธิบายว่า ไทยมีศักยภาพการดึงดูดนักลงทุน หลายด้านไม่ใช่เรื่องค่าแรงที่ต่ำ ซึ่งผมได้พยายามแก้ปัญหาและปรับค่าแรงให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

การชักชวนนักลงทุนด้วยค่าแรงที่ต่ำ ไม่เกิดประโยชน์ต่อแรงงานไทย ศักยภาพ ทักษะต่าง ๆ ที่จะไม่ได้พัฒนาและกลายเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ที่แก้ยากยิ่งกว่า ซึ่งผมได้คุยถึงปัญหาค่าแรงต่ำกับผู้นำอาเซียน ท่านนายกฯมาเลเซีย กัมพูชา และเวียดนาม ว่าเราต้องปรับเปลี่ยนแล้ว ไม่ขายนักลงทุนด้วยค่าแรงที่ต่ำ

ไทยเองสามารถดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยว ด้วยศักยภาพที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบ Infrastructure, Clean Energy, Healthcare, International School, No Corruption, Skilled Labour และที่สำคัญ รัฐบาลเร่งการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ หรือ Ease of Doing Business รวมไปถึงโครงการ Landbridge ที่จะยกระดับ Logistics ให้ไทยเป็นศูนย์กลางในด้านนี้ด้วย

ถก Google ตั้ง Cloud Center

นายเศรษฐา ยังพบปะกับนางรูท โพรัต (Ruth Porat) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ของ Alphabet และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของ Google

นายเศรษฐากล่าวว่า ได้พูดคุยถึงการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการลงทุน Cloud Center ของ Google ในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดี โดยที่ Google มีความตั้งใจที่จะนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในระบบบริการสาธารณสุข ตลอดจนมีความตั้งใจที่จะยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทย เพื่อให้ประชาชนทุกระดับได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กำลังจะเข้ามา ภายใต้แนวความคิดไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind)

ตนกับ Ruth Porat, Chief Financial Officer ของบริษัท Google และ President and Chief Investment Officer ของบริษัท Alphabet ได้คุยกันถึงการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการลงทุน Cloud Center ในไทย ซึ่งการพูดคุยเป็นไปในทิศทางที่ดีครับ

“Google ตั้งใจจะเอาเทคโนโลยีมาช่วยในระบบบริการสาธารณสุข และตั้งใจจะยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทย เพื่อให้ประชาชนทุกระดับได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาท ภายใต้แนวความคิด Leave No One Behind”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

World Economic Forum : WEF เศรษฐา ทวีสิน