Skip to content

บอร์ด กนอ. นัดแรก “ยุทธศักดิ์” ต้องเห็นเม็ดเงินลงทุนในประเทศ 3.05 ล้านล้านบาท

22 ม.ค. 2567 | 11:09น.
บอร์ด กนอ. นัดแรก “ยุทธศักดิ์” ต้องเห็นเม็ดเงินลงทุนในประเทศ 3.05 ล้านล้านบาท

“ยุทธศักดิ์” ประธานบอร์ดการนิคมอุตสาหกรรมคนใหม่ ประชุมนัดแรกประกาศปี 2569 ต้องการเห็นเม็ดเงินลงทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 3.05 ล้านล้านบาท โตอีก 4% หวังเพิ่มสัดส่วนการเงินทันให้ได้ 27% ของ GDP ประเทศ ปรับบทบาท กนอ.ให้เป็น “Investment Enhancer” ผู้ส่งเสริมการลงทุน พัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้พร้อมรับนักลงทุนระลอกใหม่ทันที

วันที่ 22 มกราคม 2567 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานคณะกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมบอร์ด กนอ.นัดแรก เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการ กนอ.ชุดใหม่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะพลิกฟื้นการลงทุน เพราะมองว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่มี เห็นได้จากตัวเลขการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างต่ำ โดยจากการสำรวจพบว่าเม็ดเงินลงทุนที่เข้าประเทศเกือบจะไม่เพิ่มขึ้นเลยในรอบ 20 ปี

ดังนั้น คณะกรรมการจึงมอบนโยบายให้ กนอ.ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ด้วยการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม และรองรับการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพิ่มการลงทุนในประเทศ

กนอ.จึงต้องปรับบทบาทให้มีหน้าที่ในเชิงรุก โดยแนวทางการขับเคลื่อนภายใต้ “WISH” จะประกอบด้วย การฟื้นการลงทุน หนุนผู้ประกอบการ และสร้างความยั่งยืน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมแข็งแกร่ง มีศักยภาพเพียงพอ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ (Digital Transformation)

“ถ้าต้องการจะให้ประเทศไทยเติบโตตามศักยภาพ เม็ดเงินการลงทุนเมื่อเทียบกับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP : Gross Domestic Product) ต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4% นั่นหมายความว่า ต้องเพิ่มจาก 23% เป็น 27% ถ้าหากการลงทุนในประเทศเท่ากับ 2.6 ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่าภายในปี 2569 ซึ่งเป็นไปตามวาระของคณะกรรมการ เราต้องการเห็นเม็ดเงินลงทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 3.05 ล้านล้านบาท ถึงจะทำให้สัดส่วนการลงทุนเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศจะไม่น้อยกว่า 27%

นอกจากนี้ คณะกรรมการต้องการปรับภาพลักษณ์ใหม่ เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นจุดมุ่งหมายของการลงทุนของโลก และของภูมิภาค ผมใช้คำว่า “WISH” ซึ่งหมายถึงความปรารถนาที่จะเห็นการลงทุนขับเคลื่อนสร้างความมั่งคั่งของประเทศ ต้องการให้ กนอ.เป็น “Investment Enhancer” ผู้ส่งเสริมการลงทุน และต้องการเห็น กนอ.เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ และต้องไม่เป็นเพียงแค่นิคมอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ประกอบความมั่งคั่งสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนต่อไป”

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวเสริมว่า ความปรารถนา “WISH” ของคณะกรรมการ กนอ.ชุดใหม่ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์กรอบแนวคิด INSPIRE ของ กนอ. ทั้งในด้านสร้างการเติบโตและส่งเสริมการลงทุน การยกระดับ การบริการองค์กรด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมและดิจิทัล รวมถึงการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม

โดย กนอ.ใช้ INSPIRE เป็นแรงบันดาลใจนำพาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่สากล ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ และความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย

“กนอ.พร้อมรับนโยบายและผลักดันให้นิคมอุตสาหกรรมของไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนของภูมิภาคและของโลก ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ กนอ. และตามแนวคิดที่ว่า นิคมอุตสาหกรรมต้องเป็นแบรนด์ที่ดีของประเทศไทยด้านการลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยเป็น “Land of Infinite Prosperity and Opportunities : ดินแดนแห่งความรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด” จะสร้างแบรนด์ กนอ.ให้ดี เข้มแข็ง และเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้พร้อมรับการลงทุนใหม่ ๆ ทุกรูปแบบอย่างไร้ขีดจำกัดต่อไปในอนาคต”

สำหรับการประชุมคณะกรรมการ กนอ.ชุดใหม่นัดแรกนั้น ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย กรรมการ กนอ.ทั้งคณะ อาทิ พลเอกกนิษฐ์ ชาญปรีชา นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ นายธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ รองศาสตรจารย์อนามัย ดำเนตร นายเอกภัทร วังสุวรรณ ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง และคณะผู้บริหารระดับสูงของ กนอ.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนอ. ยุทธศักดิ์ สุภสร