เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

ต่างชาติขายหุ้นไทย 1 ล้านล้าน ยอมขายขาดทุน ปี’67 ไร้วี่แววไหลกลับ

01 ก.พ. 2567 | 20:07น.
หุ้นตก

“เอเซีย พลัส” เปิดสถิติ 10 ปี ต่างชาติขายหุ้นไทยทิ้ง 1 ล้านล้าน ยอมขายขาดทุน ปี 2567 ยังไร้สัญญาณไหลกลับ เหตุขาดความเชื่อมั่น คาดหุ้นไทยสิ้นปีนี้อยู่ในกรอบ 1,650-1,670 จุด กำไรต่อหุ้น 96-97 บาท แนวรับสำคัญ 1,350 จุด ถ้าหลุดสัญญาณลบแรงลงไปใกล้ 1,300 จุด แนะสะสมหุ้นคุณภาพดีจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่องล็อกลงทุนยาว

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2556-2566) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยไปกว่า 1 ล้านล้านบาท มีปีเดียวที่ซื้อสุทธิคือปี 2565 มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท แต่จนถึงปัจจุบันติดลบไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ต่างชาติที่ขายออกไปเป็นการขายขาดทุน (Cut Loss) ซึ่งสาเหตุหลักเป็นเพราะขาดความเชื่อมั่นต่อ SET Index จากทั้งรัฐบาลที่มีนโยบายไม่ชัดเจน การปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ความไม่แน่นอนทางการเมือง

ความกังวลเรื่องตลาดหุ้นกู้ ซึ่งในปี 2567 มีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระจำนวนมากถึง 8.8 แสนล้านบาท และมีสัญญาณที่บางส่วนมีความเสี่ยงต่อการชำระคืน นอกจากนี้ ยังมีความกังวลสงสัยในรูปแบบการซื้อขายผ่านโปรแกรมเทรดดิ้งและการทำชอร์ตเซลในหุ้นที่มีขนาดกลาง-ใหญ่

ขณะที่หากเทียบอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ของไทยกับประเทศในอาเซียนถือว่าไทยโตต่ำที่สุด เพราะฉะนั้นเม็ดเงินต้องไหลออกไปหาประเทศที่มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่า จึงเป็นเหตุผลให้ฟันด์โฟลว์ยังไหลออกต่อเนื่อง และยังไม่มีสัญญาณไหลกลับมา ทั้ง ๆ ที่มูลค่าหุ้นไทยตอนนี้ถูกแล้ว

ทั้งนี้ หากเทียบการไหลออกของฟันด์โฟลว์ในแต่ละปี อ้างอิงจากยอดขายสุทธิเทียบกับขนาดมาร์เก็ตแคปในแต่ละปี จะพบว่าปี 2551 ขายออกไปมากที่สุดประมาณ 4.5% ของมาร์เก็ตแคป ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตซับไพร์ม อันดับสองคือปี 2543 ช่วงวิกฤตดอตคอม ขายไป 2.6% ของมาร์เก็ตแคป อันดับสามปี 2561 ช่วงสงครามการค้า ขายไป 1.8% ของมาร์เก็ตแคป

อันดับสี่ปี 2556 ช่วงการเมืองไทยร้อนแรง ซึ่งมีรัฐประหาร ขายไป 1.7% ของมาร์เก็ตแคป และอันดับห้าปี 2563 ช่วงวิกฤตโควิด ขายไป 1.6% ของมาร์เก็ตแคป

อย่างไรก็ตาม จากการที่ฟันด์โฟลว์ไหลออกต่อเนื่องและไม่มีสัญญาณกลับมานั้น เป็นปัจจัยที่ทำให้ SET Index ปรับตัวขึ้นได้ยากในระยะสั้น ซึ่งเป็นผลเพราะวอลุ่มการซื้อขายต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ตอนนี้มูลค่าการซื้อขายเบาบางเฉลี่ย 4.5 หมื่นล้านบาท/วัน นับจากต้นปี (YTD) คิดเป็น TURNOVER ราว 65% ต่อปี ซึ่งหากจะเป็นตลาดหุ้นที่เฮลท์ตี้ ขับเคลื่อนตลาดปรับตัวได้ตามภาวะปกติ ต้องมี TURNOVER ราว 70% ต่อปี หรือมีวอลุ่มเทรด 4.9-5 หมื่นล้านบาท/วัน

และจากวอลุ่มซื้อขายที่ต่ำนั้น ก็นำมาสู่ปัญหาอื่นตามมา นั่นคือสัดส่วนโปรแกรมเทรดดิ้งและชอร์ตเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นผลกระทบต่อความไม่มั่นใจของนักลงทุนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้

“มองว่าตลาดต้องเรียกความมั่นใจกลับมาให้ได้ โดยการแก้ปัญหาประเด็นที่ติดใจอยู่ให้หมด แล้วจะเห็นการกลับมาของตลาดหุ้นไทยได้เอง”

นายเทิดศักดิ์กล่าวว่า สำหรับปีนี้มองเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวราว 3.5-4% แม้จะมีความล่าช้าของโครงการภาครัฐ อาทิ เงินดิจิทัลวอลเลต อย่างไรก็ตาม ภาพระยะยาวอาจเป็นแรงผลักดันผ่านนโยบายการคลัง แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ เพื่อเรียกความเชื่อมั่น พร้อมกับกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่เข้มข้นขึ้น

ประเมินเป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2567 จะอยู่ที่บริเวณ 1,650-1,670 จุด ภายใต้ Market Earning Yield Gap ที่ระดับ 3.3% อิง P/E ที่ 17.24 เท่า และคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ระดับ 96-97 บาท/หุ้น ให้แนวรับสำคัญ 1,350 จุด แต่ถ้าหลุดจะเป็นสัญญาณลบที่ค่อนข้างแรงพอสมควร มองหล่นไประดับใกล้ ๆ 1,300 จุด

สำหรับเทรดดิ้งสั้น ๆ มีความเสี่ยง เพราะคำนวณแต่ละวันยากมาก พยายามสะสมหุ้นคุณภาพดีที่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง เพื่อการลงทุนระยะยาว อาทิ AP, SPALI, ADVANC, PTTEP, TTB และหุ้นอ้างอิงกับการท่องเที่ยว AOT, BDMS หลังจากมีการเปิดฟรีวีซ่าไทย-จีน ถาวรตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นไป

“ปัจจัยพื้นฐานถือว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างดี กำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้คาดฟื้นตัวต่อเนื่อง ประเมิน EPS Growth ที่ 12% โดย บจ.ในกลุ่ม SET50 มากกว่า 50% สามารถทำกำไรได้สูงกว่าระดับก่อนเกิดโควิดแล้ว” นายเทิดศักดิ์กล่าว