เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
แสนสิริ จับมือ โตคิว  ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
Real Estate แสนสิริ จับมือ โตคิว ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
Economic บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ “รัฐบาลต้องกอบกู้สถานะประเทศ”

04 ก.พ. 2567 | 08:50น.
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

“ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพมาก ซึ่งน่าเป็นห่วง การเติบโตเฉลี่ย 2% ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ศักยภาพของประเทศไทยควรจะโตได้ระดับ 4-5% เป็นอย่างต่ำ นั่นคือภาระหนักของรัฐบาลชุดนี้ที่จะต้องกอบกู้สถานะของประเทศ” รุ่นใหญ่ในวงการตลาดทุน “ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวในงานแถลงแผนธุรกิจและกลยุทธ์ปี 2567 เมื่อเร็ว ๆ นี้

ไร้วี่แววต่างชาติกลับมาลงทุน

ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์เงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ถือว่าเลือดไหลไม่หยุด เพราะไหลออกไปจากตลาดหุ้นไทยและตลาดตราสารหนี้ไทยถึง 1 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการไหลออกจากตลาดหุ้น แม้ว่ากองทุนไทย หรือนักลงทุนไทยเข้ามาซื้อหุ้น หุ้นก็ขึ้นยาก เพราะเงินไหลออกมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตัดขาดทุน (Cut Loss) เพื่อไปทำกำไรในประเทศอื่น

“ส่วนปีนี้ ก็เชื่อว่าน่าจะเห็นการไหลออกของฟันด์โฟลว์ไม่มากแล้ว เพราะออกไปมากแล้ว ส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ จะเป็น Join Venture Partner มากกว่า คือขายไม่ได้ เพราะเป็นคู่ค้ากัน ตอนนี้อาจยังไม่เห็นวี่แววสัญญาณการกลับมาลงทุนของต่างชาติ เพราะต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยโตต่ำ และมีความกังวลเรื่องการเมืองเข้ามาอีก”

โจทย์ใหญ่รัฐบาลดึงดูดลงทุน

ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า ตอนนี้ไทยกำลัง “กินบุญเก่า” ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การส่งออกรถยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบางอย่างกำลังจะถูกประเทศเพื่อนบ้านแย่งไป ไม่ว่าจะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม ที่มีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริม การลดภาษี

ขณะเดียวกันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้ามาน้อย สะท้อนการเติบโตทางเศรษฐกิจโตต่ำและความไม่มีเสน่ห์ของตลาดหุ้นไทย แต่กลับเห็นการกระจายไปลงทุนยังประเทศอื่น ซึ่งมีจุดน่าสนใจกว่า ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่ง สปป.ลาว ที่ตอนนี้เชื่อมต่อกับจีนอยู่ค่อนข้างมาก

แล้วถามว่าประเทศไทยจะปรับตัวอย่างไร ให้กลับมาน่าดึงดูดการลงทุนของ FDI ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้และในอนาคตต้องใส่ใจว่า “จุดเด่นของประเทศไทย” อยู่ตรงไหน ผมเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ศูนย์กลางอาหารสำเร็จรูป

และศูนย์กลางท่องเที่ยวของโลกต่อไปได้ แต่จะรักษาไว้ได้ต้องลงทุนเพิ่มอีกมาก เช่น สร้างสนามบินใหม่ สร้างท่าเรือน้ำลึก หรือสร้างศูนย์จัดแสดงคอนเสิร์ตความจุที่นั่งประมาณ 80,000-100,000 คน

“สิ่งเหล่านี้ ในวงนักธุรกิจเริ่มพูดคุยกันอยู่บ้าง ในส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ก็จะช่วยตรงนี้ได้ เพราะเชื่อว่าจะมีโรงกลั่นมาตั้งทางฝั่งอันดามัน นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางและส่งผ่านท่อไปยังญี่ปุ่น, จีน ฯลฯ และหากตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางรถยนต์ EV ก็จะต้องวางแผนการปรับตัวเรื่องของซัพพลายเชนต่าง ๆ ในธุรกิจรถยนต์ดั้งเดิมด้วยว่าจะอยู่ได้อย่างไร”

ส่วนนโยบายเงินดิจิทัลวอลเลต “ดร.ก้องเกียรติ” กล่าวว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะการลงทุนต้องได้ผลตอบแทนระยะยาว ไม่ใช่เพื่อบริโภคระยะสั้น และกังวลเรื่องภาระหนี้ ซึ่งถ้าจะช่วยประชาชนช่วงระยะสั้น ๆ แนะนำให้ธนาคารลดดอกเบี้ยหรือพักหนี้ให้กับประชาชนบางกลุ่มที่เปราะบางเป็นการชั่วคราวจะเหมาะสมกว่า

คาด กนง.ลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง

“ดร.ก้องเกียรติ” กล่าวอีกว่า ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย วัฏจักรขาขึ้นถือว่าสิ้นสุดแล้ว ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ย 1% รวม 4 ครั้งในปีนี้ โดยเริ่มลดได้ในช่วงเดือน มิ.ย. 2567 ส่วนดอกเบี้ยนโยบายไทยคาดว่า คณะกรรมการโยบายการเงิน (กนง.) จะลดได้ 1-2 ครั้งในปีนี้ ครั้งละไม่เกิน 0.25%

“มีรูมที่ลดดอกเบี้ยได้ โดยมองผ่านอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่งตอนนี้ +3.3% ถือว่ากระสุนมีพอ แต่ต้องบาลานซ์ไทมิ่งให้ดี โดยเวลาดอกเบี้ยลดลง จะหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงและราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น แต่รอบนี้จะเจอเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน นั่นคือ การลดดอกเบี้ย ไปพร้อม ๆ กับเฟดดึงเงินออกจากระบบ หรือทำ QT เพื่อลดผลบวกของดอกเบี้ยที่ปรับลง ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ไม่เต็มที่ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ๆ เพราะถูกลดทอนด้วยสภาพคล่องส่วนเกินในระบบที่หายไป”

เป้ารายได้ ASP โต 10-15%

สำหรับทิศทางของ ASP “ดร.ก้องเกียรติ” กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีจากนี้ (2567-2569) ตั้งเป้าจะมีรายได้รวมเติบโตปีละ 10-15% ขับเคลื่อนผ่าน 4 ธุรกิจหลักที่มีความสมดุลคือ

1.ธุรกิจหลักทรัพย์ (บล.เอเซีย พลัส) 2.ธุรกิจด้านการลงทุน (บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์) 3.ธุรกิจด้านจัดการทรัพย์สิน (บลจ.แอสเซท พลัส) และ 4.ธุรกิจที่ปรึกษา (บจก.ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส)

สำหรับธุรกิจด้านการลงทุน ปีนี้จะลงทุนเพิ่มในธุรกิจเกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงินและไม่เกี่ยวธุรกิจการเงิน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างทำข้อตกลง (due diligence) มีเงินในมือเตรียมลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการลงทุนรวม 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquid Assets) อยู่ในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งกระจายความเสี่ยงในหลายประเทศ

ถัดมาธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน ปีนี้ตั้งเป้าจะทำให้ บลจ.เติบโตขึ้น จากนโยบายกระทรวงคลังที่จัดเก็บภาษีรายได้จากต่างประเทศ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่หันมาลงทุนในกองทุนภายในประเทศ แต่มี exposure ในต่างประเทศ ดังนั้นจะมีการออกกองทุนที่น่าสนใจ ในตลาด EM จำนวน 3-4 กองให้ลูกค้าเลือก โดยตั้งเป้าจะผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) กลับไปแตะระดับ 70,000 ล้านบาท จากปีก่อนลดลงไปอยู่ที่ 65,000 ล้านบาท

ด้านธุรกิจที่ปรึกษา คงจะมีการเติบโตต่อเนื่องตามการระดมทุนรูปแบบ Private Placement การทำ M&A โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนด์การควบรวมกิจการข้ามประเทศทั้ง สปป.ลาว อินโดฯ และเวียดนาม รวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้

และสุดท้ายธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งการแข่งขันสูง ค่าคอมมิชชั่นลดลงตลอดเวลา ลูกค้าน้อยลงจากสภาพตลาดหุ้นที่ซบเซา ดังนั้นธุรกิจนี้คล้าย ๆ Sunset โดยจะมีระบบออโตเมชั่นเทรดดิ้งเข้ามาแทนที่เซลล์และมาร์เก็ตติ้ง

“อย่างไรก็ตามธุรกิจ 4 ขาของเรา มีแม้บางธุรกิจมีความไม่แน่นอนอยู่สูง แต่สิ่งที่เราลดได้คือแรงเหวี่ยงในการเปลี่ยนแปลง จากที่มีสมดุลเรื่องการเติบโตระหว่างธุรกิจในเครือ“ ดร.ก้องเกียรติ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน รัฐบาล