เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยิ้มรับข่าวดี-ตั้งรับข่าวร้าย
Columns ยิ้มรับข่าวดี-ตั้งรับข่าวร้าย
6 แบงก์รัฐ เร่งออกมาตรการลดดอกเบี้ย-พักชำระ ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Finance 6 แบงก์รัฐ เร่งออกมาตรการลดดอกเบี้ย-พักชำระ ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม
โก โฮลเซลล์ เติมสต็อกสินค้า อาหาร ขนส่ง รับน้ำท่วม
Business โก โฮลเซลล์ เติมสต็อกสินค้า อาหาร ขนส่ง รับน้ำท่วม
วราวุธ สั่ง SME D Bank ออกมาตรการช่วย SME น้ำท่วม พักหนี้ 12 เดือน เติมทุนฉุกเฉิน
Economic วราวุธ สั่ง SME D Bank ออกมาตรการช่วย SME น้ำท่วม พักหนี้ 12 เดือน เติมทุนฉุกเฉิน
“ชัชชาติ” เผยหย่อมความกดอากาศต่ำ ฝนเริ่มลด ห่วงลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คาดใช้เวลาระบายน้ำท่วมขัง 2-3 วัน
Real Estate “ชัชชาติ” เผยหย่อมความกดอากาศต่ำ ฝนเริ่มลด ห่วงลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คาดใช้เวลาระบายน้ำท่วมขัง 2-3 วัน
ชัชชาติ ยันเฝ้าระวังแม้ฝนลด คาด 2 วันถนนสายหลักกลับมาปกติ ชุมชนแห้งสนิท 2 สัปดาห์
Politics ชัชชาติ ยันเฝ้าระวังแม้ฝนลด คาด 2 วันถนนสายหลักกลับมาปกติ ชุมชนแห้งสนิท 2 สัปดาห์
‘แสนสิริ’ ชวนสหายกาแฟ ‘บริรักษ์ อภิขันติกุล’ ฟื้นป่าต้นน้ำ ลาน Learn
SD ‘แสนสิริ’ ชวนสหายกาแฟ ‘บริรักษ์ อภิขันติกุล’ ฟื้นป่าต้นน้ำ ลาน Learn
เล็งใช้โมเดล “1 จังหวัด 1 สำนักงาน” รวบหน่วยงานซ้ำซ้อนภูมิภาคที่มีกว่า 80%
Politics เล็งใช้โมเดล “1 จังหวัด 1 สำนักงาน” รวบหน่วยงานซ้ำซ้อนภูมิภาคที่มีกว่า 80%
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ย. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 68,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ย. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 68,650 บาท
ธนาคารกรุงเทพ ปิดให้บริการ 16 สาขาใน กทม.ชั่วคราว จากน้ำท่วม
Finance ธนาคารกรุงเทพ ปิดให้บริการ 16 สาขาใน กทม.ชั่วคราว จากน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

“หนุ่มสาวทัวร์” มอง แม้นักท่องเที่ยว FIT โต แต่บริษัททัวร์ไม่มีวันตาย

17 ก.พ. 2567 | 08:30น.
ภาพถ่ายมัคคุเทศก์กำลังบรรยายข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ท่ามกลางการพลิกฟื้นของตลาดอินบาวนด์ หรือตลาดนักท่องเที่ยวเที่ยวไทยนั้น ตลาดเอาต์บาวนด์ หรือคนไทยเที่ยวต่างประเทศก็ฟื้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน โดยปลายทางยอดนิยมของกลุ่มคนไทยยังเป็น “ญี่ปุ่น” จากปัจจัยค่าเงินเยนที่อ่อนค่า

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “โชติช่วง ศูรางกูร” อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด ถึงเทรนด์การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปีนี้ รวมถึงแนวทางการปรับตัวของธุรกิจทัวร์ในวันที่นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ไว้ดังนี้

“ไฟลต์บิน-ค่าเงิน” ปัจจัยบวก

“โชติช่วง” บอกว่า ปีนี้อาจไม่ได้มีปัจจัยบวกขนาดใหญ่ที่ช่วยส่งเสริมตลาดเอาต์บาวนด์ (ตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศ) มากนัก แต่เบื้องต้นการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินทำให้ราคาตั๋วโดยสารถูกลง ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่าก็อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางต่างประเทศมากขึ้น

อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศในปีนี้คือ ความพยายามเพิ่มอำนาจของพาสปอร์ตไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมจองการเดินทางใกล้วันเดินทาง (Last Minute Booking) จึงเชื่อว่าหากรัฐบาลไทยได้เจรจาและมีความตกลงที่สมประโยชน์ระหว่างกันกับนานาประเทศก็จะสามารถเปิดยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่าฟรี) ระหว่างกันได้มากขึ้น

“ยิ่งพาสปอร์ตไทยมีความแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยปลุกกระแสการท่องเที่ยวเอาต์บาวนด์ได้เพิ่มมากขึ้น”

โชติช่วง ศูรางกูร
โชติช่วง ศูรางกูร

หวั่นเอกชนลดงบฯเที่ยว

“โชติช่วง” บอกด้วยว่า ส่วนตัวประเมินว่าในปี 2567 นี้ในกรณีที่ดีที่สุดจะมีนักท่องเที่ยวไทยออกเที่ยวต่างประเทศประมาณ 7.5-7.8 ล้านคน จำนวนไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับปี 2566 ที่ผ่านมา เนื่องจากนักท่องเที่ยวและภาคเอกชนมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ

ในมุมขององค์กรการจัดทริปการท่องเที่ยวอาจแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การจัดทริปให้กับพนักงานภายในและจัดทริปให้กับบุคคลภายนอก ซึ่งมองว่าการจัดทริปให้พนักงานภายในอาจลดลง แต่การจัดทริปให้กับบุคคลภายนอกยังมีอยู่

“ผมเชื่อว่าปีนี้จำนวนคนไทยที่ออกเดินทางต่างประเทศจะยังน้อยกว่าปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 ที่มีจำนวน 10.44 ล้านคน เพราะติดปัญหาจำนวนที่นั่งที่สายการบินให้บริการที่ยังมีจำนวนต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด”

โฟกัสลูกค้าองค์กร

เมื่อถามถึงบริษัทหนุ่มสาวทัวร์ “โชติช่วง” บอกว่า ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา บริษัทหนุ่มสาวทัวร์ไม่ได้หยุดให้บริการจึงสามารถขยายฐานลูกค้าได้ ประกอบกับในช่วงโควิดบริษัทยังมีพนักงานอยู่จำนวนมาก ทำให้เมื่อผ่านยุคโควิดไปแล้วสามารถฟื้นตัวได้เร็วที่สุดแห่งหนึ่ง

ปัจจุบัน “หนุ่มสาวทัวร์” มีรายได้จาก 3 ตลาดหลัก คือ นักท่องเที่ยวในประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% นักท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศ (Outbound) ประมาณ 40% และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าประเทศไทย (Inbound) ประมาณ 10% และหากพิจารณาข้อมูลของลูกค้าพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มองค์กรสูงถึง 90%

จับตลาดหลัก-รุกอินเซนทีฟ

“โชติช่วง” มองว่าในปี 2567 นี้ ตลาดการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม น่าจะยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยต่อไป ขณะที่กลุ่มสแกนดิเนเวียก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากราคาบัตรโดยสารเครื่องบินมีราคาไม่สูงมากนัก

ผู้คนเดินข้ามทางม้าลายที่ตัดขวางถนนที่มุ่งหน้าสู่ปราสาทฮิเมจิ ภาพทิวทัศน์ด้านหลังปรากฏปราสาทฮิเมจิ มรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ตั้งตระหง่านอยู่
ปราสาทฮิเมจิ ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในปี 1993 ภาพถ่ายโดย CHARLY TRIBALLEAU / AFP

“หนุ่มสาวทัวร์เรามีแผนทำตลาดกลุ่มปลายทางในฝัน เช่น โมร็อกโก ซาอุดีอาระเบีย และจอร์เจีย ซึ่งหากเที่ยวบินบินตรงกลับมาให้บริการ อาจทำให้มีโปรแกรมการเดินทางมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางด้วยเที่ยวบินที่บินตรง”

ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทหนุ่มสาวทัวร์จะมุ่งเน้นเจาะตลาดกลุ่มอินเซนทีฟมากยิ่งขึ้น โดยนำเสนอเป็นโซลูชั่นทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตให้มีความต่อเนื่องต่อไป

จำนวนลูกค้าลด (แต่) กำไรเพิ่ม

“โชติช่วง” ให้ข้อมูลด้วยว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา “หนุ่มสาวทัวร์” ให้บริการลูกค้าประมาณ 22,000-24,000 คน จากช่วงก่อนโควิด-19 มีจำนวนประมาณ 30,000 คน โดยลูกค้าที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นลูกค้าไทยเที่ยวต่างประเทศแบบ FIT เช่น ทัวร์พม่า, ลูกค้าองค์กร SMEs จากการลดความถี่การออกเดินทางลง

แต่ยังมีข่าวดีว่าบริษัทมีกำไร (Margin) ที่สูงขึ้น จากปกติที่ธุรกิจทัวร์มี Margin ที่ต่ำมาก ราว 2-3% ปีนี้บริษัทจึงต้องรักษาระดับ Margin ให้อยู่ในระดับสูงต่อไป โดยตั้งเป้ามี Margin ที่ราว 7% และจะพยายามรักษาอัตราดังกล่าวต่อไปผ่านกำไรจากสินค้าด้านการท่องเที่ยว เช่น ซิมการ์ด มากขึ้น รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น

มุ่งเน้นขาย “ทัวร์คุณภาพ”

โดยปัจจุบันบริษัททัวร์ได้ปรับให้บริการมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น ออกแบบการเดินทาง สำรองที่พัก, รถยนต์, ร้านอาหาร หรือผู้นำทัวร์ และมองว่าลูกค้ากลุ่มครอบครัวกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่นเดียวกับลูกค้าที่ต้องการความเป็นอิสระและเป็นส่วนตัวมีมากขึ้น

ต่อคำถามประเด็นธุรกิจการทำวีซ่า “โชติช่วง” บอกว่าธุรกิจทำวีซ่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ให้บริษัททัวร์ แต่เมื่อบางประเทศยกเว้นการขอวีซ่าแล้ว สินค้าของบริษัททัวร์ก็หายไป แต่หากมองในภาพใหญ่การปลอดวีซ่าก็ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น บริษัททัวร์ก็อาจได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

“ความท้าทายที่รออยู่คือ ในอนาคตบริษัททัวร์อาจกลับมาแข่งขันราคากัน แต่หนุ่มสาวทัวร์พยายามเน้นทัวร์คุณภาพ และราคาอาจสูงกว่ารายอื่น จึงต้องทำลายกำแพงความรู้สึกด้านราคาให้ลูกค้าเข้าใจว่าบริษัทมีความแตกต่างในเชิงคุณภาพและประสบการณ์”

เชื่อบริษัททัวร์ไม่มีวันตาย

รองกรรมการผู้จัดการบริษัท หนุ่มสาวทัวร์ ยังบอกอีกว่า แม้ปัจจุบันกระแสการเดินทางด้วยตนเองเติบโตจนอาจสร้างความเสี่ยงต่อบริษัททัวร์ แต่ตนยังเชื่อมั่นว่าแม้ตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง (FIT) จะเติบโตขึ้น เนื่องจาก Pain point คือ ค่าใช้จ่ายเดินทางด้วยตนเองอาจสูงกว่าการเดินทางกับบริษัททัวร์

และอนาคตนักท่องเที่ยวเหล่านี้อาจต้องการใช้บริการอื่น ๆ มากขึ้น ซึ่งบริษัทเองจำเป็นต้องปรับโมเดลธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้าด้วย

“เมื่อถึงจุดหนึ่งในอนาคตนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเองจะต้องการบริการที่มากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนเสริมและโอกาสของบริษัททัวร์ในอนาคตด้วยเช่นกัน”

เช่นเดียวกับการเข้ามาของแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เช่น Agoda, Expedia ที่ตนไม่ได้มองว่าเข้ามาแย่งลูกค้าที่จองตรงกับโรงแรม แต่กลับเป็นสะพานที่จะช่วยเปิดตลาดให้กับโรงแรมเข้าถึงลูกค้าได้

“โชติช่วง” ทิ้งท้ายว่า เคยได้ยินตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ (ศุภฤกษ์ ศูรางกูร ผู้ก่อตั้งหนุ่มสาวทัวร์) พูดกันว่า บริษัททัวร์จะตายเพราะคนจะจองโรงแรม-สายการบินได้โดยตรง แต่ปัจจุบันคุณพ่ออายุ 70 กว่าปีแล้ว บริษัททัวร์ก็ยังอยู่และแข็งแรงอยู่เหมือนเดิม