เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
Politics “ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
Business LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
Finance ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
Finance ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
“แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
Biz Movement “แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
News GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
‘ชัชชาติ’ ไม่อยากแก้แค่ปัญหารถติด เพราะสร้างถนนเท่าไรก็ไม่พอ ชู ‘จักรยาน’ เติมรอยต่อขนส่ง
Economic ‘ชัชชาติ’ ไม่อยากแก้แค่ปัญหารถติด เพราะสร้างถนนเท่าไรก็ไม่พอ ชู ‘จักรยาน’ เติมรอยต่อขนส่ง
“แมคโดนัลด์” ดึง G-DRAGON ลุยแคมเปญ 13 ชาติเอเชีย ชู K-Culture ปลุกกำลังซื้อทุกเจนฯ
Biz Movement “แมคโดนัลด์” ดึง G-DRAGON ลุยแคมเปญ 13 ชาติเอเชีย ชู K-Culture ปลุกกำลังซื้อทุกเจนฯ
Neuralink ทำสำเร็จ ช่วยผู้ป่วย ALS พูดบอกรักครั้งแรก
Tech Neuralink ทำสำเร็จ ช่วยผู้ป่วย ALS พูดบอกรักครั้งแรก
ประเทศไทยแบกหนี้พุ่ง 150% ต่อจีดีพี คนไทยแก่ก่อนรวย
Finance ประเทศไทยแบกหนี้พุ่ง 150% ต่อจีดีพี คนไทยแก่ก่อนรวย
ดูทั้งหมด

อ่านสัญญาณ กนง.เปิดช่องลดดอกเบี้ย-รอ “ดิจิทัลวอลเลต” ชัด

10 ก.พ. 2567 | 14:56น.
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย-บุรินทร์ อดุลวัฒนะ

ไม่ผิดคาด สำหรับการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี ในการประชุมรอบล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา

แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากฟากรัฐบาลและนักธุรกิจให้ลดดอกเบี้ยลงก็ตาม

อย่างไรก็ดี มติที่ออกมารอบนี้ “ไม่เอกฉันท์” โดยมีกรรมการ 2 ราย ที่เห็นควรให้ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำลงจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง

“ปิติ ดิษยทัต” ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง. กล่าวว่า กรรมการส่วนใหญ่ เห็นควรให้คงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

“บุรินทร์ อดุลวัฒนะ” กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ศูนย์วิจัยฯมองว่า มติ กนง.ที่ออกมา เป็นการส่งสัญญาณว่า จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ภายในเร็ว ๆ นี้ โดยคาดว่าปรับลดได้อย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะเริ่มเห็นการปรับลดตั้งแต่ช่วงกลางปี หรือในรอบการประชุม กนง. ในเดือน มิ.ย. แต่ก็มีโอกาสเห็นการปรับลดในเดือน เม.ย.ได้เช่นกัน

“ปัจจัยที่เป็นแรงกดดันให้ กนง. จะต้องปรับลดดอกเบี้ย ได้แก่ 1.อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดการณ์และหลุดกรอบประมาณการของ ธปท. และคาดว่าจะกลับเข้ากรอบได้ภายในปี 2568 และ 2.อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่จะต่ำกว่าคาด ซึ่งได้มีการปรับกรอบประมาณการลงมาแล้วในปี 2567 จากเดิมที่ขยายตัว 3.2% ลงมาอยู่ในกรอบ 2.5-3.0% และในปี 2566 ก็คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 2%”

นอกจากนี้ หากดูอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) อยู่ที่ราว 3.6% ถือว่าค่อนข้างสูง และสูงกว่าประเทศอื่นค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจ โดยมองว่าดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยควรจะอยู่ที่ราว 1-2% เพราะเศรษฐกิจไทยโตไม่สูง ซึ่งหากเทียบกับดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 2% แต่เศรษฐกิจสหรัฐดีกว่าไทยมาก

“กรณีที่เสียงแตก 5 ต่อ 2 เสียง สะท้อนโอกาสที่ กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยได้ และก็คงจะเห็นแล้วว่า เงินเฟ้อที่ตัวเองประเมินไว้สูงเกินไป จากที่เคยมองไว้ 2% ตอนนี้เหลือ 1% ซึ่งหลาย ๆ อย่างก็เปิดทางให้ แต่อาจจะหาจังหวะดูความชัดเจนของมาตรการดิจิทัลวอลเลตก่อน เพราะหากดิจิทัลวอลเลตไม่ผ่าน และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ย จะเป็น 2 ปัจจัยสนับสนุนในการลดดอกเบี้ย”

“ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า KKP ได้ปรับมุมมองเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย โดยคาดว่า กนง.อาจจะปรับลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ หรือประมาณเดือน มิ.ย.

ซึ่งอยู่บนเงื่อนไข 2-3 ข้อ คือ 1.ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอกว่าที่ ธปท.คาดไว้ โดยเฉพาะตัวเลขอุปสงค์ภายในประเทศ 2.หากไม่มีดิจิทัลวอลเลต หรือมีแต่วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดไว้เดิม รวมถึง 3.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยช่วงเดือน มิ.ย.เช่นกัน

“ผมว่า 2 ปัจจัยนี้จะเป็นปัจจัยหลัก ที่จะทำให้โอกาสที่ กนง.จะลดดอกเบี้ยในช่วงเดือน มิ.ย.มีสูงขึ้น ซึ่งก็คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน มิ.ย.เช่นเดียวกัน”

หากพิจารณาจากที่ ธปท.อธิบาย จะมีมุมมอง 3 เรื่อง คือ 1.การขยายตัวของเศรษฐกิจ 2.เงินเฟ้อ และ 3.เสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งตราบใดที่มองไปข้างหน้าแล้ว เศรษฐกิจและเงินเฟ้อไม่ได้มีปัญหามาก การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.ก็จะใช้อัตราดอกเบี้ยในการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อไม่ให้หนี้ครัวเรือนสูงจนเกินไป

“ถ้าจะดูว่า นโยบายการเงินมีความเข้มงวดหรือไม่ ควรจะดูที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ไม่ควรดูดอกเบี้ยที่เป็น Norminal ก็คือต้องเทียบอัตราดอกเบี้ย กับการคาดการณ์เงินเฟ้อ จะได้แฟร์ อย่างไรก็ดี ผมว่าการที่ดอกเบี้ยอยู่กับที่ แต่ถ้าเงินเฟ้อลดลง และศักยภาพเศรษฐกิจโตได้ลดลง ก็มี Room ที่จะลดดอกเบี้ยลงได้”

“ดร.พิพัฒน์” กล่าวว่า การคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะลดลงในเดือน มิ.ย. อยู่บนสมมุติฐานว่า ไม่มีดิจิทัลวอลเลตออกมา และปีนี้ก็อาจจะลดได้ถึง 2 ครั้ง แต่หากมีดิจิทัลวอลเลตออกมา ธปท.ก็คงจะไม่ลดดอกเบี้ย

“เสียง กนง.ที่แตกออกมา ผมว่าเป็นการส่งสัญญาณเหมือนกัน ว่ามีโอกาสที่จะลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ ธปท.ส่งสัญญาณแรงมากในเรื่องปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจยากที่จะกลับไปโตเกิน 3% คงจะอยู่แถว ๆ 2.5-3%”