เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

ลดก๊าซเรือนกระจกในอุตฯสิ่งทอ ด้วยนวัตกรรมเส้นใยคาร์บอนต่ำ

07 มี.ค. 2567 | 12:56น.
อุตฯสิ่งทอ
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : อติกานต์ แสงวัณณ์ 
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก โดยปล่อยมากถึง 2-8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ทั้งนี้ หากมองภาพการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน จะพบว่าการผลิตขั้นต้นน้ำอย่างเส้นใยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 241 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 24% ของทั้งอุตสาหกรรม (ข้อมูลจาก World Resource Institute 2021) ดังนั้น การผลิตเส้นใยให้มีความยั่งยืนมากขึ้นจึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonize) ของอุตสาหกรรมสิ่งทอ

โดยตัวการหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขั้นตอนการผลิตเส้นใยนั้น มาจากการผลิตเส้นใยพอลิเมอร์สังเคราะห์ (Synthetic Polymer Fibers) จากปิโตรเลียม ซึ่งเป็นเส้นใยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดถึง 69% ของความต้องการใช้เส้นใยทั้งหมด เนื่องจากมีคุณสมบัติบางประการที่เหนือกว่าเส้นใยประเภทอื่น เช่น ความทนทาน ความยืดหยุ่น หรือคุณสมบัติในการกันน้ำ ทำให้เส้นใยชนิดนี้สามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม และเป็นที่นิยมมากกว่า

แต่เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องลดคาร์บอนจากการผลิตเส้นใย การใช้เส้นใยแบบยั่งยืน หรือเส้นใยที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการผลิตแบบดั้งเดิมจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะเพื่อเข้ามาทดแทน Synthetic Polymer Fibers ที่มีความต้องการใช้และปล่อยคาร์บอนในปริมาณมาก

อย่างไรก็ดี BCG และ Textile Exchange ได้ประเมินว่าในปี 2030 หากทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้เส้นใยแบบยั่งยืนทั้งหมด จะส่งผลให้มีอุปสงค์เส้นใยส่วนเกินกว่า 133 ล้านตัน เนื่องจากปริมาณการผลิตเส้นใยแบบยั่งยืนที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถทดแทน Synthetic Polymer Fibers ได้ทั้งหมด นอกจากในเชิงปริมาณแล้ว การใช้เส้นใยธรรมชาติแบบยั่งยืนนั้นยังไม่สามารถทดแทนเส้นใยสังเคราะห์ประเภทนี้ในเชิงคุณภาพด้วย

ลดก๊าซเรือนกระจก สิ่งทอ

ส่วนการเพิ่มเส้นใยรีไซเคิลจากการรีไซเคิลวัสดุอื่น (เช่นจากขวด PET) เสี่ยงที่จะประสบปัญหาเรื่องคุณภาพเส้นใยที่ไม่คงที่ ขณะที่เส้นใยรีไซเคิลจากการรีไซเคิลเศษผ้ายังคงเผชิญขีดจำกัดจากการเฟ้นหาและคัดแยกวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ ส่งผลให้ในการ Decarbonize อุตสาหกรรมสิ่งทอจึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาทางออกในการผลิตเส้นใยที่มีความยั่งยืนและมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับ Synthetic Polymer Fibers เพิ่มเติม

ในปัจจุบันภาคธุรกิจบางส่วนได้มีการพัฒนานวัตกรรมการผลิตเส้นใยพอลิเมอร์สังเคราะห์คาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Synthetic Polymer Fibers) จากวัตถุดิบที่มีความยั่งยืนและมีคุณสมบัติที่เทียบเท่า (Drop-in Quality) เส้นใยจากปิโตรเลียม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Carbon Mitigation) หรือต่อยอดกลยุทธ์ในการปรับตัวต่อ Energy Transition ของธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น 1) จากวัตถุดิบชีวมวล (Biobased/Biosynthetics) โดยล่าสุดบริษัทเคมีภัณฑ์อย่าง BASF ได้ร่วมมือกับ Qore ซึ่งเป็นหนึ่งใน Joint Venture ของบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรอย่าง Cargill ในการผลิตและจัดหาวัตถุดิบทดแทน Feedstock จากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่าง Renewable 1, 4-butanebiol ที่ผลิตจากการหมักพืชประเภทแป้งและน้ำตาล เพื่อนำไปผลิตเส้นใย Spandex

และ 2) จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อย ดักจับ และกักเก็บมาจากภาคอุตสาหกรรม (CO2-Based) ซึ่งปัจจุบันกำลังมีการพัฒนานวัตกรรมการผลิตเส้นใย Polyester โดยบริษัทไบโอเทคอย่าง LanzaTech และบริษัทสตาร์ตอัพอย่าง Fairbrics

แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการขยายกำลังการผลิต และมีอัตราการใช้การผลิตที่ต่ำ เนื่องด้วยราคายังไม่สามารถแข่งขันกับ Synthetic Polymer Fibers จากปิโตรเลียมได้ ทว่าเมื่อมองไปข้างหน้า ความจำเป็นที่ต้อง Decarbonize อุตสาหกรรมสิ่งทอนั้น จะทำให้ผู้เล่นในอุตสาหกรรมนี้ต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ Low-Carbon Synthetic Polymer Fibers ร่วมกับตัวเลือกเส้นใยที่มีความยั่งยืนอื่น ๆ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตในผลิตภัณฑ์ของตนเอง

ส่วนธุรกิจที่มีความสามารถในการผลิตและเล็งเห็นโอกาสจากการผลิตเส้นใยทางเลือกเหล่านี้ นอกจากการพัฒนาการผลิตเส้นใยในเชิงพาณิชย์ให้มีคุณสมบัติ Drop-in และสามารถแข่งขันในด้านราคากับ Synthetic Polymer Fibers จากปิโตรเลียมให้ได้แล้ว ผู้ประกอบการยังสามารถสร้างความร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อสร้างและรักษาอุปสงค์ในการขายไว้ได้

ในขณะเดียวกัน ภาครัฐควรผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมการผลิตเส้นใยเหล่านี้ เพื่อให้เกิด Ecosystem ของการบูรณาการ Clean Energy หรือแนวทางการปรับตัวของธุรกิจต่อ Energy Transition ที่จะทำให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อไป