เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจอแล้วกว่า 100 ตัว! สั่งตั้งทีม “เจอ-แจ้ง-จับ” ล่าปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว
Economic เจอแล้วกว่า 100 ตัว! สั่งตั้งทีม “เจอ-แจ้ง-จับ” ล่าปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว
TEAMG ชี้น้ำ กทม.-ปริมณฑลเริ่มลด ฝนเบาลง เหลือบางจุดขังถึง 28 ก.ย.
News TEAMG ชี้น้ำ กทม.-ปริมณฑลเริ่มลด ฝนเบาลง เหลือบางจุดขังถึง 28 ก.ย.
น้ำท่วมกรุงเทพฯ กวาด 40 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ชาวเน็ตพูดถึงอะไรบ้าง ?
News น้ำท่วมกรุงเทพฯ กวาด 40 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ชาวเน็ตพูดถึงอะไรบ้าง ?
พาณิชย์ถกห้าง-ร้านสะดวกซื้อ รับมือน้ำท่วม เร่งเชื่อมโยงสินค้า จับตาผักใบอ่อนแพง
Economic พาณิชย์ถกห้าง-ร้านสะดวกซื้อ รับมือน้ำท่วม เร่งเชื่อมโยงสินค้า จับตาผักใบอ่อนแพง
อนุทิน ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม เจอตะโกน “รวยไม่ไหว” เผยเรียกถกครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด
Politics อนุทิน ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม เจอตะโกน “รวยไม่ไหว” เผยเรียกถกครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด
“วัชระพล” ตั้งทีมฉุกเฉิน 24 ชม. รับมือน้ำท่วม เปิด อ.ต.ก.ช่วยระบายผลผลิตเกษตรกร
Economic “วัชระพล” ตั้งทีมฉุกเฉิน 24 ชม. รับมือน้ำท่วม เปิด อ.ต.ก.ช่วยระบายผลผลิตเกษตรกร
พาณิชย์ตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ คุมของขาด-ห้ามฉวยขึ้นราคา
Economic พาณิชย์ตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ คุมของขาด-ห้ามฉวยขึ้นราคา
แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
Finance แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
BOI to IPO เปิดทาง New Economy สู่ตลาดทุน หนุนเศรษฐกิจไทย
Finance BOI to IPO เปิดทาง New Economy สู่ตลาดทุน หนุนเศรษฐกิจไทย
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ย้ำ “แม็คโคร–โลตัส” สินค้าเพียงพอ เติมสต็อกต่อเนื่อง
Real Estate ซีพี แอ็กซ์ตร้า ย้ำ “แม็คโคร–โลตัส” สินค้าเพียงพอ เติมสต็อกต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

เปิด 3 สูตรค่าเอฟที กกพ.จ่อเคาะค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 2567 ที่ 4.18 บาท จากอะไร

08 มี.ค. 2567 | 12:36น.
คมกฤช ตันตระวาณิชย์

กกพ. เปิดรับฟังความเห็นสูตรคำนวณค่าเอฟทีงวด พ.ค.-ส.ค. 2567 ระหว่าง 7-22 มีนาคม 2567 คาดโอกาสเคาะตรึงค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4.18 บาท/หน่วย (เท่าเดิม) สะท้อนต้นทุน LNG ขาลง ค่าเอฟที 39.72 สตางค์/หน่วย พร้อมคืนหนี้ กฟผ. 14,000 ล้านบาท พร้อมชงกระทรวงพลังงานหามาตรการช่วยกลุ่มเปราะบาง 1,800 ล้านบาท

วันที่ 8 มีนาคม 2567 นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.ในการประชุมครั้งที่ 11/2567 (ครั้งที่ 896) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 มีมติรับทราบภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจริงประจำรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2566

และเห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าเอฟทีสำหรับงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2567 พร้อมให้สำนักงาน กกพ.นำค่าเอฟทีประมาณการและแนวทางการจ่ายภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ.ไปรับฟังความคิดเห็นในกรณีต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 8-22 มีนาคม 2567 ดังนี้

กรณีที่ 1 (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างทั้งหมด 99,689 ล้านบาทในงวดเดียว) แบ่งเป็นค่าเอฟทีขายปลีกประมาณการ ที่สะท้อนต้นทุนเดือน พ.ค.-ส.ค. 2567 จำนวน 19.21 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ.จำนวน 99,689 ล้านบาท ในงวดเดียว หรือ 146.03 สตางค์ต่อหน่วย รวมเป็นค่าเอฟทีเรียกเก็บ 165.24 สตางค์ต่อหน่วยสำหรับเดือน พ.ค.-ส.ค. 2567 เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 5.4357 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 2 (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 4 งวด) แบ่งเป็นค่าเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน พ.ค.-ส.ค. 2567 จำนวน 19.21 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ.จำนวน 99,689 ล้านบาท ภายใน 4 งวด ๆ ละจำนวน 24,922 ล้านบาท หรือ 36.51 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟทีเรียกเก็บที่ 55.72 สตางค์ต่อหน่วยสำหรับเดือน พ.ค.-ส.ค. 2567 เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วยแล้ว ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็น 4.3405 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 3 (ตรึงค่าเอฟทีเท่ากับงวดปัจจุบันตามที่ กฟผ.เสนอ หรือจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างประมาณ 7 งวด) แบ่งเป็นค่าเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน พ.ค.-ส.ค. 2567 จำนวน 19.21 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ.จำนวน 99,689 ล้านบาท ประมาณ

7 งวด ๆ ละ จำนวน 14,000 ล้านบาท หรือ 20.51 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟทีเรียกเก็บคงเดิมที่ 39.72 สตางค์ต่อหน่วยสำหรับเดือน พ.ค.-ส.ค.  2567 เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วย แล้วทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็น 4.1805 บาทต่อหน่วย เท่ากับค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน

ทั้งนี้ ทั้ง 3 กรณีดังกล่าวข้างต้นยังไม่รวมเงินภาระคงค้างค่าก๊าซที่เกิดจากนโยบายที่ให้รัฐวิสาหกิจที่นำเข้าก๊าซเรียกเก็บราคาค่าก๊าซเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2566 คงที่ตามมติ กพช. จึงมีส่วนต่างราคาก๊าซที่เกิดขึ้นจริง และราคาก๊าซที่เรียกเก็บ (AF Gas) โดยภาระดังกล่าวยังคงค้างที่ ปตท. (เฉพาะในส่วนของการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายเข้าระบบ) เป็นจำนวนเงิน 12,076 ล้านบาท และยังคงค้างที่ กฟผ.เป็นจำนวนเงิน 3,800 ล้านบาท รวม 15,876 ล้านบาท

เลขาฯ กกพ. ชี้โอกาสตรึง 4.18 บาท

นายคมกฤชกล่าวว่า มีโอกาสที่ กกพ.จะพิจารณาค่าเอฟทีเรียกเก็บรอบ พ.ค.-ส.ค. 2567 ในอัตรา 39.72 สตางค์ต่อหน่วย พร้อมคืนหนี้ กฟผ. 14,000 ล้านบาท เป็นเวลา 7 งวด โดยยังคงรักษาระดับอยู่ที่ระดับ 4.18 บาทต่อหน่วย ตามที่ กฟผ.เสนอเป็นเรื่องที่เหมาะสม

“กรณีนี้เหมาะสมทั้งในเชิงการเมือง ประชาชน และสภาพคล่องของ กฟผ. เพราะคิดว่าเป็นตัวเลขที่ทุกฝ่ายรับได้ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อนจึงไม่อยากจะให้ค่าไฟมีผลต่อความรู้สึกของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องใข้ไฟฟ้าอย่างประหยัด โดยคำนึงถึงว่าการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยที่พึ่งก๊าซธรรมชาติเป็นหลักหากมีการใช้ไฟสูง การผลิตในประเทศแนวโน้มลดลง ก็จะมีการนำเข้าปริมาณมาก”

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคำนวณ

สำหรับผลการคำนวณประมาณค่าเอฟทีและแนวทางการจ่ายภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ.ทั้ง 3 กรณีที่กล่าวข้างต้นนั้น เป็นไปตามการประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงโดย ปตท. และ กฟผ.นำค่าประมาณการดังกล่าวมาคำนวณต้นทุนค่าไฟฟ้า ซึ่งสำนักงาน กกพ.ได้จัดทำสรุปสมมุติฐานที่ใช้ในการประมาณการค่าเอฟทีรอบคำนวณเดือน ม.ค.-เม.ย. 2567 เทียบกับการคำนวณในปีฐาน พ.ค.-ส.ค. 2558 และรอบประมาณการค่าเอฟทีเดือน พ.ค.-ส.ค.  2567

ซึ่งมาจาก 4 ปัจจัยคือ 1) คาดการณ์การใช้ไฟฟ้าปี 2567 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 5,349 หน่วย 2) อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการคำนวณการนำเข้าเดิมอยู่ที่ 35.83 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ 35.34 บาท ดีขึ้นเล็กน้อย

3) ราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งคาดการณ์โดย ปตท.ได้จัดทำสมมุติฐานราคา Pool Gas อยู่ที่ 300.3 เหรียญสหรัฐ/MMBTU ซึ่งลดลงจากการคาดการณ์ของแผน 333.5 เหรียญสหรัฐ เป็นผลจากราคา LNG ในตลาดโลกลดลง

“ปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ารอบ พ.ค.-ส.ค. 2567 ลดลง มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนราคา LNG ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และส่งผลทำให้ราคาประมาณการ Pool Gas ลดลงจาก 333 ล้านบาทต่อล้านบีทียู เป็น 300 ล้านบาทต่อล้านบีทียู”

4) การคาดการณ์ข้อมูลในด้านปริมาณก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาที่นำเข้าลดลงต่ำกว่าเดิม จาก 700-800 ล้านลูกบาศก์ฟุต เหลือ 500 ล้านลูกบาศก์ฟุต และมีแนวโน้มว่าจะต่ำแบบถาวร (และสถานะล่าสุดคือมีน้ำไหลเข้าแหล่งผลิตจึงทำให้ไม่สามารถผลิตได้เต็มที่) ฉะนั้น จึงต้องมีการนำเข้า LNG มาทดแทน ส่วนปริมาณก๊าซในอ่าวไทยทุกแหล่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังต้องประเมินว่าในระยะยาวจะมีการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็นเท่าไร

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าแหล่งเอราวัณจะมีแผนทยอยปรับเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติจาก 400 เป็น 800 ล้านลูกบากฟุตต่อวันในเดือน เม.ย. 2567 แต่ประมาณการปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ได้จากอ่าวไทยเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับเดิมหรือลดลงเล็กน้อย

“ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาถูกลง ไม่ได้มาจากเอราวัณ แต่มาจาก LNG ในตลาดโลกถูกลง แต่ถ้าราคา LNG แพงขึ้นก็สวิตช์ไปใช้ถ่านหิน แต่ตอนนี้ lng ถูกก็ต้องมาดูเรื่องการบริหารจัดการเทอร์มินอล”

อีกทั้งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเมียนมายังมีแนวโน้มที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้า LNG เพื่อเสริมปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายและเสริมความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในปัจจุบันและในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง

ดังนั้น สำนักงาน กกพ.จึงขอเชิญชวนผู้ใช้ไฟฟ้าร่วมกันตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ให้มีสภาพการใช้งานที่ดี เพื่อประหยัดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศร้อน ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้า LNG ลดการเกิดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดรอบใหม่ (New Peak Demand) ในระบบไฟฟ้า และยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าเองด้วย

เสนอกระทรวงช่วยกลุ่มเปราะบาง

สำหรับการพิจารณาเลือกใช้สมมติฐานค่าไฟในอัตรา 4.18 บาทนั้น ทาง กกพ.ก็ได้มีความเห็นเสนอต่อกระทรวงพลังงานในการช่วยเหลือค่าไฟให้กับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งทางกระทรวงให้ กกพ.คำนวณเม็ดเงิน ทางเราคาดว่าจะใช้เม็ดเงินประมาณ 1,800 ล้านบาท ประเด็นนี้เป็นหน้าที่ที่กระทรวงพลังงานจะต้องไปจัดหาแหล่งเงิน สำหรับช่วยเหลือประชาชนในลำดับต่อไป