เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

อีไอซี ชี้เศรษฐกิจไทยเจอ “3 ลด” หนุน กนง.หั่นดอกเบี้ยครั้งแรก เม.ย.นี้

14 มี.ค. 2567 | 14:32น.
ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ

อีไอซี เผยเศรษฐกิจไทยเผชิญ “3 ลด” ระบุจีดีพีปี 2567 ลดจาก 3% เหลือ 2.7% ด้านศักยภาพการเติบโต Potential Growth ระยะยาวลดจาก 3.4% เหลือ 2.7% หนุน กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง เหลือ 2.00% ต่อปี ย้ำลดดอกเบี้ยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ช่วยสร้างบรรยากาศลงทุน แนะไทยเร่งพันธมิตรเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิต

วันที่ 14 มีนาคม 2567 ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตช้า เปราะบาง และไม่แน่นอน โดยนอกจากเผชิญปัญหาโครงสร้างภายในประเทศแล้วยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างต่างประเทศด้วย ทั้งในส่วนของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และปัญหาซัพพลายเชนของโลกที่เปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย

โดยประเด็นดังกล่าวนำมาสู่คำว่า “3 ลด” คือ 1.เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นเติบโตลดลง โดย EIC ได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2567 จากเดิม 3% เหลือ 2.7% ซึ่งเป็นการปรับตามศักยภาพการเติบโตที่ลดลง และ 2.ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (Potential Growth) ลดลง ซึ่งในช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2560-2562 ระดับศักยภาพของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% และคาดการณ์ระยะยาวในปี 2567-2588 ระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยจะเหลือเพียง 2.7%

และ 3.การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP) เมื่อเศรษฐกิจระยะสั้นโตช้า และศักยภาพทางเศรษฐกิจระยะยาวลดลง จึงนำมาสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดย EIC คาดการณ์ว่า กนง.จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปีนี้ จาก 2.50% ต่อปี เหลือ 2.00% ซึ่งจะปรับครั้งแรกในการประชุมวันที่ 10 เมษายนนี้ และอีกครั้งในเดือนมิถุนายน

โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวเป็นการปรับดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว (Neutral rate) ที่ต่ำลง ซึ่ง EIC ประเมินว่า Neutral rate ของไทยได้ลดต่ำลงมาอยู่ที่ราว 2.13% จากระดับเดิม 2.52%

อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่ได้ช่วยเรื่องของปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่จะเป็นการเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนที่จะสร้างจุดคุ้มในระยะยาว แต่การลดดอกเบี้ยดังกล่าวจะต้องทำควบคู่กับการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่อด้วย เพื่อให้เกิดการลงทุน แต่หากลดดอกเบี้ยเพื่อไม่กระตุ้นการบริโภคไม่มีความจำเป็น รวมถึงไทยจะต้องออกไปหาพันธมิตร (Partner) ข้างนอก ซึ่งการเจรจาไม่ได้เป็นการขยายตลาดใหม่ แต่เป็นการเจรจาเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิต

“ลดดอกเบี้ยมีความจำเป็น ไม่ใช่การเหยียบเบรกหรือถอนคันเร่ง แต่เป็นการสร้างบรรยากาศในการลงทุน เพื่อให้เงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่ต้องทำควบคู่กับการเข้าถึงสินเชื่อ และเงินที่ได้มาต้องช่วยเรื่องลงทุนมากกว่าการบริโภค

ดังนั้น เงินเฟ้อไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้ กนง.ลดดอกเบี้ย เพราะมองว่าเงินเฟ้อในเดือน พ.ค.นี้จะเริ่มกลับมาเป็นบวกแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ กนง.ลดดอกเบี้ยจะเป็นเรื่องของศักยภาพของเศรษฐกิจที่ต่ำลงต่อเนื่อง จากระดับ 5% มาสู่ 3% และในระยะยาวเหลือ 2.7% ซึ่งศักยภาพหมายถึงทั้งในแง่ แรงงาน เครื่องจักร นวัตกรรม โดยรวมทำให้ผลิตภาพลดลงต่อเนื่องและลดลงเยอะ จึงทำให้ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง”

ดร.ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) กล่าวว่า EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโต 2.6% ใกล้เคียงปีก่อน มุมมองปรับดีขึ้นจากแรงส่งที่ดีในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดีในช่วงต้นปีนี้ โดยกิจกรรมในภาคบริการขยายตัวเร่งขึ้น ขณะที่กิจกรรมในภาคการผลิตเริ่มกลับมาขยายตัวจากที่หดตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกจะได้รับแรงสนับสนุนจากการค้าโลกที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้นและอัตราเงินเฟ้อโลกที่ชะลอตัวลง แต่ยังมีแรงกดดันจากผลกระทบของภาวะดอกเบี้ยสูง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ และปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกจากปัญหาการขนส่งบริเวณทะเลแดงและคลองปานามาที่แห้งแล้ง

โดยธนาคารกลางกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักจะเริ่มปรับทิศการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น โดยไตรมาส 2 ปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง รวม 0.75% ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้ง รวม 1.00% ตามทิศทางเงินเฟ้อที่ปรับชะลอลง

ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้ง รวม 0.20% ซึ่งเป็นการยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ ขณะที่ธนาคารกลางจีนจะยังใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพยุงเศรษฐกิจต่อเนื่อง

นางสาวปราณิดา ศยามานนท์ ผู้อำนวยการฝ่าย Industry Analysis ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) กล่าวว่า มองไปข้างหน้า ประเทศไทยมีความท้าทายสำคัญจากปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิตอุตสาหกรรม แม้การผลิตในปี 2567 จะมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้จากแรงส่งของสินค้าอุปโภคบริโภคที่ฟื้นตัวตามอุปสงค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แต่การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของไทยยังผูกโยงกับห่วงโซ่อุปทานเก่าอยู่มาก ประกอบกับการที่เศรษฐกิจไทยเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีนและห่วงโซ่การผลิตจีนมากท่ามกลางกระแสภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงความสามารถของภาคการผลิตไทยในการปรับตัวกับห่วงโซ่การผลิตโลกใหม่และรูปแบบความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่เปลี่ยนไปได้ช้า ทำให้การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคส่งออกไทยยังทำได้ค่อนข้างจำกัด สะท้อนจากส่วนแบ่งยอดขายสินค้าส่งออกของไทยในตลาดโลกที่ยังใกล้เดิมมาตลอดทศวรรษ

ดังนั้น การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยให้สอดรับกับกระแสความยั่งยืน การยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกใหม่ จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีไอซี (SCB EIC)