นายกฯเศรษฐาหนุนเอกชนร่วมลงทุนโครงการท่าเทียบเรือครุยส์ เกาะสมุย มูลค่า 1.2 หมื่นล้าน หวังรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 180,000 คนต่อปี รองรับเรือครุยส์กว่า 120 เที่ยวเรือต่อปี สร้างรายได้มหาศาล
วันที่ 7 เมษายน 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ลงพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือสำราญ (Cruise Terminal) บริเวณแหลมหินคม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตามที่กรมเจ้าท่าได้ว่าจ้างที่บริษัทปรึกษาและวิเคราะห์ให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ที่อำเภอเกาะสมุย โดยนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้อำเภอเกาะสมุย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก ปัจจุบันเรือสำราญขนาดใหญ่ไม่สามารถเทียบท่าได้ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการในการพัฒนาท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มูลค่า 12,172 ล้านบาท โดยมีกรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับและรองรับการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว
ซึ่งผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ทำให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 180,000 คนต่อปี และรองรับเรือ Cruise จำนวนกว่า 120 เที่ยวเรือต่อปี สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและประเทศชาติอย่างมหาศาล

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงทุเรียนสาธิต ณ สวนทุเรียนนายชัยณรงค์ ทองสุข ซึ่งเป็นการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย เพื่อเข้ากระบวนการพัฒนาตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ และในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ จะไปติดตามปัญหาขยะมูลฝอย ที่เตาเผาขยะสมุย ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณขยะต่อวันกว่า 130 ตัน และยังมีขยะตกค้างอีกจำนวนมาก
ก่อนเดินทางต่อไปยังสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อพบปะประชาชนและเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า OTOP พร้อมประชุมบูรณาการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ น้ำประปา การบริหารจัดการขยะ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงเช้าวันที่ 8 เมษายน 2567
