“ธนารักษ์” ดันตั้งสภาวิชาชีพ ชูมาตรฐานประเมินทรัพย์สิน
อธิบดีกรมธนารักษ์ผลักดันกฎหมายตั้งสภาวิชาชีพการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน อัพเกรดมาตรฐานวิชาชีพ-จรรยาบรรณ แจงรัฐช่วยตั้งไข่ระยะแรก ชี้อนาคตแยกเป็นองค์กรอิสระ เอกชนดูแลกันเอง
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน โดยจะเปิดประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายในเร็ว ๆ นี้ และเสนอกระทรวงการคลังในช่วงเดือน พ.ค. ซึ่งแม้จะทำหน้าที่ยกร่างกฎหมาย แต่กรมธนารักษ์จะทำหน้าที่เพียงสนับสนุนให้เกิดสภาวิชาชีพด้านการประเมินขึ้น และต้องเชิญสมาคมที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ภายใต้สภาวิชาชีพ แต่ในอนาคต ทางภาคเอกชนก็จะดำเนินการกันเองต่อไป เช่นเดียวกับสภาวิชาชีพอื่น ๆ เช่น สภาวิชาชีพการบัญชี สภาวิศวกร เป็นต้น
“สภาวิชาชีพที่ตั้งขึ้นมาจะมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานการประกอบวิชาชีพการประเมิน และกำกับควบคุม รักษามาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณ ส่วนกรมธนารักษ์ เราจะทำหน้าที่แค่เพียงการสนับสนุนให้มีสภาวิชาชีพนี้ขึ้นมาเท่านั้น โดยเริ่มต้นจะให้เป็นหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลัง แต่จะมีกรรมการร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายแล้วสภาวิชาชีพนี้ก็ต้องเป็นอิสระ” อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าว
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน จะเป็นกฎหมายใหม่ที่เมืองไทยยังไม่เคยมีมาก่อน โดยสภาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน จะทำหน้าที่กำหนดและรักษามาตรฐานในการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งปัจจุบันหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการเรียกร้องให้ตั้งสภาวิชาชีพนี้ขึ้นมา เนื่องจากยังต้องนำมาตรฐานวิชาชีพด้านบัญชีมาประยุกต์ใช้อยู่
นายพชรกล่าวว่า เดิมกรมธนารักษ์จะเสนอร่าง พ.ร.บ.การประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ไปพร้อม ๆ กับร่าง พ.ร.บ.การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ และร่าง พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว แต่เนื่องจากมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม จึงจะปรับปรุงร่างใหม่ แล้วจึงเสนอเข้าไปใหม่
อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวด้วยว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ไปแล้วนั้น เป็นการปรับโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประเมินให้ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันงานการประเมินมูลค่าที่ดินอยู่กับกรมธนารักษ์ จากอดีตที่อยู่กับกรมที่ดิน และปัจจุบันยังอิงกับโครงสร้างกฎหมายที่ดินอยู่ จึงต้องเสนอกฎหมายใหม่
“ด้วยโครงสร้างที่มีข้อจำกัด ในกฎหมายเดิม ก็มีผลว่า ถ้าเราจะเพิ่มรอบการประเมิน เพราะโดยหลักของการประเมินคือ ราคาประเมินต้องใกล้เคียงกับราคาที่ทำนิติกรรม หรือราคาที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด แต่ถ้าโครงสร้างไม่เอื้อก็จะทำให้กระบวนการทำงานเร่งได้แค่จุดหนึ่ง ซึ่งภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ เราก็อยากเพิ่มรอบประเมิน อย่างน้อยก็อยากให้เป็นรายไตรมาส” นายพชรกล่าว
ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. … บังคับใช้ ทางกรมธนารักษ์วางเป้าหมายว่า จะสามารถเร่งประเมินมูลค่าที่ดิน จากที่ปัจจุบันได้ปรับลดจากรอบละ 4 ปี เหลือ 2 ปีแล้ว ให้ยิ่งทำได้เร็วขึ้น เหลือเป็นรายไตรมาสได้ ซึ่งจะทำให้ได้ราคาประเมินที่ใกล้เคียงกับธุรกรรมที่เกิดขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดทุจริต เช่น การซื้อขายที่ดินราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นต้น