ทูตปู-บิ๊กทิน ตรวจด่านสิงขร หารือเอกชน ยกระดับขนส่งสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมผลักดันเป็นด่านถาวร เพิ่มศักยภาพธุรกิจอาหารทะเลของนักลงทุนไทย
วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมด้วย น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร-มอต่อง ชายแดนไทย-เมียนมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามศักยภาพหวังเป็นอีกทางเลือกในการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังกรุงย่างกุ้ง นอกเหนือจากจุดผ่านแดนแม่สอด-เมียวดี
สำหรับจุดผ่อนปรนนี้ มีมูลค่าการค้าชายแดนปี 66 สูงเป็นอันดับ 3 รองจากแม่สอด-เมียวดี และพุน้ำร้อน-ทิกิ คือ 37,864 ล้านบาท สินค้านำเข้าจากเมียนมา 90% เป็น สินค้าประมง ขณะที่สินค้าส่งออกหลักไปเมียนมาคือ สินค้าอุปโภคบริโภค พลาสติก อุปกรณ์ก่อสร้าง และผลไม้ ซึ่งที่ผ่านมามีจำนวนลดลงประมาณ 20% อันเนื่องมาจากสถานการณ์ในเมียนมา
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายมาริษ ยังรับฟังปัญหาและศักยภาพของด่านจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน อาทิ หอการค้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ และประธานบริหารตลาดทะเลไทย โดยได้รับรายงานถึงศักยภาพธุรกิจอาหารทะเลของนักลงทุนไทย และความต้องการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศของเมียนมาเอง แต่ยังไม่มีกำลัง ซึ่งอาจเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ของนายมาริษ เป็นการทำงานโดยให้ความสำคัญกับมิติเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการทูต โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจชายแดน สอดรับกับนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ทำให้เข้าใจถึงความต้องการของภาคเอกชนในพื้นที่
โดยจะนำเรื่องการพัฒนาด่านสิงขรให้เป็นด่านถาวร ซึ่งจะร่นระยะเวลาและค่าขนส่งต่อไปยังจีนและมาเลเซีย ไปหารือถึงความเป็นไปได้กับผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อแสวงหาความยอมรับจากทั้งสองฝ่าย และเป็นประโยชน์กับประชาชนชาวไทยและชาวเมียนมา

