ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 27 พ.ค. 2567 เวลา 08:58 น.
สงขลา ประกาศเช้านี้ “งดให้บริการแพขนานยนต์” ข้ามไป-มาระหว่าง อ.เมืองสงขลา และ อ.สิงหนคร หลังชาวประมงพื้นบ้าน 200 คนปักหลักเรียกร้องผู้ว่าฯ ถ้าให้เลิกใช้โพงพางต้องชดเชย 79 ล้านบาท
วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 รายงานข่าวจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา แจ้งว่า วันนี้ (27 พ.ค. 67) แพขนานยนต์ที่ข้ามไป-มาระหว่าง อ.เมืองสงขลา และ อ.สิงหนคร งดให้บริการ โปรดเผื่อเวลาเดินทางโดยใช้เส้นทางสะพานติณสูลานนท์ได้ตามปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงบ้านหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา จำนวน 200 คน ยังคงปักหลักเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาให้ความเป็นธรรม หลังมีชาวประมง 2 ราย ถูกจับกุมขณะกำลังทำการประมง จึงออกมาแสดงจุดยืนเสนอให้จังหวัดสงขลา เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน และนำประเด็นโพงพางเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาความถูกต้องร่วมกับวิถีของคนในพื้นที่นั้น
นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ประเด็นโพงพางทะเลสาบสงขลา แม้ครบกำหนดล่วงเลยระยะเวลาการผ่อนผันมาแล้ว แต่จังหวัดจะไม่สนธิกำลังเข้าไปรื้อถอนโพงพางแต่อย่างใด โดยมอบหมายให้ประมงจังหวัด และเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันว่า จังหวัดไม่เคยมีแนวคิดที่จะใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน
ปัญหาโพงพางทะเลสาบสงขลา เป็นปัญหาเรื้อรังยาวนาน ชาวบ้านในพื้นที่ติดตั้งขึ้นเพื่อใช้ดักจับสัตว์น้ำบริเวณร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่บริเวณหัวพญานาค จนถึงท่าเทียบเรือประมงใหม่ (ท่าสะอ้าน) ระยะทางความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร มีรายงานว่าปัจจุบัน เฉพาะร่องน้ำ มีโพงพางมากถึง 159 ช่อง ด้วยโพงพางมีลักษณะขนาดตาก้นถุงเล็ก จึงกลายเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำที่ไม่เลือกชนิดและขนาด ทำลายวงจรชีวิตของสัตว์น้ำและมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ไปอย่างน่าเสียดาย
มีความผิดตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 ตาม มาตรา 67 (1) ห้ามมิให้ผู้ใดใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เครื่องมือโพงพาง โดยมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 146 ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 100,000-500,000 บาท หรือปรับจำนวน 5 เท่าของมูลค่า สัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
อีกปัญหาใหญ่ของโพงพางทะเลสาบสงขลา คือ กลายเป็นวัตถุกีดขวางทางสัญจรบริเวณปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ส่งผลให้การใช้ร่องน้ำสำหรับเดินเรือในบริเวณดังกล่าวไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการเฉียวชนอันตรายต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน กระทบกับผู้ประกอบการเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ และเรือประมงพาณิชย์
สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา จึงมีประกาศที่ 2/2567 ลงวันที่ 16 มกราคม 2567 เรื่อง แนวเขตร่องน้ำเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ เพื่อประโยชน์สาธารณะในการเดินเรือ ขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว เรือประมง
ที่ผ่านมาจังหวัดสงขลาได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายในทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานกรมประมง กรมเจ้าท่า ทัพเรือภาคที่ 2 ศรชล.ภาค 2 ศรชล.จังหวัดสงขลา ตำรวจน้ำ โดยได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้กับชาวประมงในพื้นที่ทะเลสาบสงขลามาโดยตลอด
และได้ลงพื้นที่จัดการประชุมกลุ่มย่อย โดยมีนายอำเภอสิงหนครเป็นประธานการประชุม เพื่อให้ชาวประมงทราบและเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย โดยจากการประชุมหารือ ชาวประมงยืนยันที่จะขอเงินค่าชดเชยช่องละ 500,000 บาท รวมทั้งหมด 159 ช่อง ต้องใช้เงินรวมทั้งสิ้น 79,500,000 บาท ซึ่งในข้อเท็จจริงรัฐไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ
ส่วนแผนการดำเนินการ คณะทำงานได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ 7 ข้อ ได้แก่
1) ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ในพื้นที่ ผ่านทางชาวประมงโพงพาง และผู้นำทางศาสนา
2) การจัดทำแนวเขตพื้นที่ร่องน้ำ จัดทำแผนที่ร่องน้ำทะเลสาบสงขลา พร้อมทั้งระบุพิกัด จำนวนเครื่องมือประมงโพงพางที่กีดขวางร่องน้ำ
3) การสำรวจจัดทำทะเบียนเจ้าของเครื่องมือโพงพาง สำรวจจัดทำบัญชีรายชื่อของเจ้าของเครื่องมือประมงโพงพาง ในร่องน้ำเดินเรือ ตั้งแต่บริเวณหัวพญานาค จนถึงท่าเทียบเรือประมงสงขลา 2 (ท่าสะอ้าน) จำนวน 13 แถว 150 ช่อง
4) จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องถึงการรื้อถอนโพงพาง (แต่ชาวประมงโพงพางทั้งหมดไม่ให้ความร่วมมือ)
5) การรื้อถอนเครื่องมือโพงพาง ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากชาวประมงไม่ให้ความร่วมมือ หากต้องการรื้อถอนชาวบ้านขอรับเงินเยียวยาจำนวนช่องละ 500,000 บาท
6) การดำเนินการตามกฎหมายตามความจำเป็น ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ
7) การควบคุมเฝ้าระวัง กำกับดูแล หลังจากที่มีการรื้อถอนโพงพาง ยังไม่ได้ดำเนินการ
โดยปัจจุบันได้ดำเนินการถึงขั้นตอนที่ 5 คือ การบังคับใช้กฎหมายโดยประกาศให้ชาวประมงรื้อถอนเครื่องมือโพงพาง แต่ได้มีการขอชะลอการรื้อถอนไปจนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2567 (ซึ่งได้ผ่านมาแล้ว) อย่างไรก็ตาม จังหวัดสงขลาไม่เคยนิ่งเฉย พยายามดึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแก้ปัญหา
ล่าสุด นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ทำหนังสือที่ สข.0017.1/10606 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอความกรุณากำชับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้มีการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด ซึ่งผลการปฏิบัติอาจกระทบต่อวิถีชีวิต การประกอบอาชีพประมงของประชาชน และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาช่องทางช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนของราษฎรตามสมควร อันจะทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 08.43 น. เฟซบุ๊กแฟนเพจ แพขนานยนต์ อบจ.สงขลา ระบุว่า แพขนานยนต์ เปิดให้บริการตามปกติแล้ว หลังจากที่มีประกาศปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่ช่วง 06.00 น. ที่ผ่านมา




